สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

สีลาภรณ์ บัวสาย หารือเรื่องปัญหาป่าไม้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และเสนอแนะการสร้างกลไกในการฟื้นฟูและอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากป่าได้แบบมีเงื่อนไข เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้และช่วยในการอนุรักษ์ป่า

นางสีลาภรณ์ บัวสาย

กราบเรียนท่านประธานและที่ประชุม ดิฉัน สีลาภรณ์ บัวสาย ค่ะ สําหรับประเด็นเรื่องนี้ที่จริงก็มีเพื่อนสมาชิก สปช. หลายท่าน ได้พูดไปแล้ว ดิฉันคิดว่างานที่คณะกรรมาธิการได้เสนอเปึนจุดเริ่มต้นของการที่เราจะหาทาง แก้ปัญหาเรื่องป์าหมด โดยจุดยืนนั้นจริง ๆ แล้วดิฉันทํางานด้านชุมชนแล้วก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ความคิดเห็นว่าปัญหาของชาวบ้าน ปัญหาของชุมชนมันควรจะต้องได้รับการแก้ไข ภาคเหนือดิฉันตระเวนมาหมดแล้วทุกจังหวัดแล้วก็เห็นป์าตั้งแต่มันยังไม่หมดจนป์าหม ดก็มี ที่จังหวัดน่านก็มีงานที่ทําอยู่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนพื้นที่ป์า ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ขนาดที่ว่าการอําเภอยังอยู่ในเขตป์าเลย อย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่าข้อเสนอที่คณะกรรมาธิการ ได้ยกร่างมานี่เปึนจุดเริ่มต้นที่ดีมากสําหรับการที่จะเริ่มเคลียร์ (Clear) ปัญหา กระบวนการ ที่ทําให้ป์าหมดอยากจะพูดถึง ๒ กระบวนการ กระบวนการที่ทําให้ป์าหมดกับกระบวนการที่ เราจะกอบกู้มัน มันไม่ใช่กระบวนการเดียวกัน แล้วสาเหตุก็เปึนคนละตัวกัน กระบวนการ ที่ทําให้ป์าหมดแท้ ๆ เลยก็คือชาวบ้านรายได้ไม่พอกิน ชาวบ้านมีที่ดินเฉลี่ย วันนี้ถ้าไปดู ข้อมูลที่ดินภาคเกษตร ที่ดินเฉลี่ยประมาณ ๑๕ ไร่ การใช้ที่ดิน ๑๕ ไร่แล้วรายได้ไม่พอกิน มันก็ทําให้เขามีทางเลือกแค่ ๒ อย่าง ๑. คือขยายที่ทํากินซึ่งก็คือการบุกเข้าไปในที่อื่น ๆ ๒. ก็คือถ้าหากว่าที่ดินมันให้ผลตอบแทนต่ําเขาก็ขายที่ดิน แล้วเมื่อขายที่ดินไปแล้วก็เก็บเงิน ได้เงินมา แต่เงินอยู่ไม่นานเขาก็ต้องไปหาที่ทํากินต่อก็คือไปบุกเข้าไปบนป์าใหม่ ในจังหวัดเชียงใหม่เกิดแบบนี้เยอะมาก ชาวบ้านก็ไปตะกายดอยอยู่ เพราะว่าที่ดินดี ๆ นายทุนยึดไปหมดแล้ว ที่ดินที่เขาเคยอยู่ในที่ที่มันไม่ผิดกฎหมายมันก็กลายเปึนผิดกฎหมาย อันนี้คือกระบวนการทําให้ป์าค่อย ๆ ถูกบุกเข้าไปเรื่อย ๆ นายทุนไม่ได้ออกหน้า เอาชาวบ้าน ออกหน้า อันนี้คือสาเหตุจริง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ตรงนี้มันก็คือการต้องทําให้ผลิตภาพ ของที่ดินมันสูงใช้ที่ดินน้อยแล้วเกิดผลมากเหมือนประเทศญี่ปุ์นที่บอกว่ามีที่ดินไร่หนึ่งแต่ว่า

รายได้หลายแสน ประเภทนั้น อย่างไรก็ตามนั่นเปึนเรื่องที่พูดที่ไหนก็ได้ แต่เรากําลังพูดถึง ที่อนุรักษ์กับที่นอกเขตอนุรักษ์ กระบวนการอีกอันหนึ่งคือกระบวนการอนุรักษ์และฟุ๋นฟู สาเหตุที่เราทําไม่ได้ก็เพราะว่ากลไกภาครัฐกําลังไม่พอต้องยอมรับอันนี้ ไม่ว่าจะอยากได้ อย่างไรก็ตามกลไกภาครัฐกําลังไม่พอ ถ้าไม่อาศัยชุมชนที่เขาทําป์าชุมชนอยู่ป์านนี้เราไม่เห็น อะไรเลย มันอาจจะไม่เหลืออะไรแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นที่คณะกรรมาธิการได้ยกตัวอย่าง ป์าชุมชนที่ทําได้ดี ๆ ขึ้นมาก็จะเห็นว่ามันเปึนกําลังที่ทําให้เกิดการรักษาเอาไว้ได้ ถ้าเราคิดถึง กระบวนการอนุรักษ์ฟุ๋นฟูแบบที่จะเอาชาวบ้านมามีส่วนร่วม ทางออกที่ต้องคิดถึงก็คือ ทําอย่างไรให้เขาสามารถใช้ประโยชน์ได้แบบมีเงื่อนไขเพื่อการอนุรักษ์และฟุ๋นฟู ดิฉันคิดว่า ร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... นี่เปึนจุดเริ่มต้นของการทํา กระบวนการจัดการสําหรับการจัดการในพื้นที่ คือ ๑. มันเริ่มมีกลไกที่จะทํางาน

มีคณะกรรมการนโยบายป์าชุมชน คณะกรรมการที่จะดูแลในจังหวัด กระบวนการนี้ มันจะเริ่มเป่ดให้ เกิดความโปร่งใส เอาข้อมูลขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วเริ่มคุยกันบนพื้นที่ ไข่ขาวก่อน พื้นที่ที่ไม่ขัดกัน แล้วเมื่อมีคณะกรรมการแบบนี้มันสามารถที่จะเช็ก ข้อมูล ทั้งจังหวัดก็ได้ แล้วก็เริ่มรุกคืบเข้าไปดูว่าแล้วตรงจุดโน้นจุดนี้จะมีกระบวนการอย่างไร สิ่งที่อยากจะเรียนฝากไว้สําหรับคณะกรรมาธิการก็คือว่าถ้าเมื่อไรถึงจุดที่เราจะพูดเรื่อง ป์าชุมชนในเขตอนุรักษ์ ในเขตนะคะ ไม่ใช่นอกเขต ร่าง พ.ร.บ. นี้เปึนเรื่องนอกเขต ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนจุดเริ่มต้นที่ดีมากแล้ว เมื่อพูดถึงในเขตแล้วอยากจะให้มีการทบทวน เรื่องกลไกในการฟุ๋นฟูพื้นที่ป์า แล้วก็คิดถึงการสร้างบทเฉพาะกาลเพื่อจะเอื้อให้เกิดการที่จะ ทํานําร่องเพื่อฟุ๋นฟูและอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ได้แบบมีเงื่อนไข มันจะทําให้เห็นพลวัต ของการนําไปสู่การฟุ๋นฟูโดยอาศัยชุมชนบนที่ที่เขาทําได้ดี แล้วเปึนการอนุญาตให้ใช้ ประโยชน์ได้แบบมีเงื่อนไขเพื่อการอนุรักษ์แล ะฟุ๋นฟู เพราะชาวบ้านถึงอย่างไรก็ตามเวลา คนเมืองพูดนี่มันพูดง่ายนะคะว่าให้เอาออก แต่ว่าเอาออกแล้วเขาจะเอาอะไรกิน เขาก็ต้องมี รายได้เช่นเดียวกัน การต้องมีรายได้เช่นนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ปัญหาให้มันได้ครบวงจรก็คือ ต้องให้เขาใช้ประโยชน์โดยที่มีรายได้เพียงพอในที่ ดินขนาดเล็ก เช่น แทนที่คุณจะถางป์า ปลูกข้าวโพดเปึนหลายสิบไร่ อย่างจังหวัดน่านดิฉันอธิบายได้เลยว่าทําไมป์าหมด ข้าวโพดคือ คําตอบเพราะข้าวโพดทนแล้ง และข้าวโพดมีรายได้เพียง ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อเดือน ถ้าคุณต้องการรายได้สัก ๒๐,๐๐๐ บาท มันคือ ๒๐ ไร่ ป์ามันถึงหมดเปึนลูก ๆ เพราะว่า มันทนแล้ง มันใช้แรงงานต่ํา ข้าวโพดเปึนคําตอบแล้วราคาก็ดี ถ้าลองคิดว่าปลูกเห็ดสิคะ ลองเพาะเห็ดงานเดียวรายได้ก็เปึนแสนบาทเหมือนกัน แต่ว่ามันไม่มีกลไกตลาดเข้าไป ส่งเสริม เพราะฉะนั้นการคิดมันต้องมองเห็นชีวิตคนด้วยนอกเหนือจากป์า แล้วเราจะได้ป์า คืนมา ถ้าเราไม่เห็นชีวิตคนเราก็จะไม่มีทางได้ป์าคืนมา ขอบพระคุณค่ะ