สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องปัญหาชายเลนชายหาดและทรัพยากรป่าไม้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและความจำเป็นในการปรับปรุงกลไกการจัดการของภาครัฐเพื่อให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น นอกจากนี้ยังพูดถึงการแก้ไขปัญหาพื้นที่อนุรักษ์ โดยขอให้ใช้พื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ และใช้กติกาที่แตกต่างสำหรับพื้นที่ในเขตอนุรักษ์ เพื่อช่วยเหลือชุมชน 5,000 กว่าชุมชน และไม่ทำให้พื้นที่อนุรักษ์เสื่อมถอย

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานนะครับ แล้วก็เพื่อน ๆ สปช. ที่ยังอยู่กันนะครับ อันดับแรกก็คืออาจจะสงสัยว่าทําไมผมเพิ่งมาพูด เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมก็ทํางานด้านทะเลเปึนหลัก ปัญหาก็คือว่าในเรื่องนี้มันมีป์าอยู่ ๒ ป์า ที่ตลอดมาฟังเพื่อน ๆ สปช. พูดมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพูดถึงนั่นก็คือป์าชายเลนกับ ป์าชายหาด ซึ่งป์าชายหาดนี้แม้กระทั่งในกรรมาธิการก็ยังตกสํารวจไปด้วยซ้ํา ป์าชายเลน ตัวเลขปัจจุบันป์าชายเลนถ้าเกิดดูตามแผนที่ก็คือ ๒.๕ ล้านไร่ แต่ถ้าเกิดเหลือจริง ๆ ก็ประมาณ ๑.๕ ล้านไร่ ซึ่งป์าชายเลนมันไม่ได้หมายความว่าจะใช้เฉพาะชุมชนนั้น แต่มันเปึนในเรื่องของว่าความสมบูรณ์ทั้งท้องทะเล เพราะฉะนั้นก็คือความสมบูรณ์ของ ป์าชายเลนก็จะหมายถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเลที่อยู่ข้างเคียงรอบ ๆ ไปในพื้นที่ เปึนร้อย ๆ กิโลเมตรจากป์าหนึ่ง ขณะที่ป์าชายหาดปัญหาที่สําคัญของป์าชายหาดก็คือว่า ป์าชายหาดถ้าเกิดพูดกันตามตรงแล้วเปึนป์าที่อยู่ในภาวะวิกฤติที่สุดของประเทศไทยด้วยซ้ํา

เพราะป์าชายหาดเหลืออยู่ ๘,๐๐๐ กว่าไร่ ไม่ได้มีเปึนล้านไร่ หรือ ๗๐ ล้านไร่ เหลืออยู่ ๘,๐๐๐ กว่าไร่เท่านั้น ซึ่งทั้ง ๒ ส่วนนี่ก็อยู่ในส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของป์าชุมชน ในเรื่องของป์าชุมชนหรือป์าต่าง ๆ ที่ผ่านมาทั้งหมดจากประสบการณ์ของผมก็ทํางาน ในเรื่องนี้มาพอสมควร สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดเจนก็คือว่าอย่างแรกสุดมันไม่มีอะไรอันเดียวที่จะไป แก้ไขทุกอย่างได้ ไม่มีคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ดีกว่าคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเปึนคนรวยที่ดีก็มี คนรวยที่ชั่วก็มี ชาวบ้านคนยากจนที่ดีก็มี ชาวบ้านที่พยายามจะหาเศษหาน้อยก็มี เยอะแยะ เพราะฉะนั้นตรงส่วนนี้ก็คือจุดที่เราต้องเอาให้เข้าใจตรงกันว่ามันมีทั้ง ๒ กลุ่ม แต่ในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ถ้าเกิดพูดกันตามตรงนี่มันต้อง แบ่งเปึนเขต เปึนโซน แม้กระทั่งท่านชาลี ขออนุญาตที่เอ่ยนาม พูดถึงแอฟริกาใต้ ผมไปแอฟริกาใต้มา ๓ หน เขาก็แบ่งเปึนเขต ป์าชุมชนนี่ให้ชุมชนพวกชาวซูลูเข้ามาอยู่ด้วย ก็จะไปอยู่เขตหนึ่ง ป์าในเขตที่ห้ามใครมาแตะมันก็จะอยู่อีกเขตหนึ่ง หรือป์าที่เอกชน เขามาดูแลแบบเกมลอร์ดก็จะมีอีกเขตหนึ่ง ซึ่งในการบริหารจัดการทรัพยากรป์าไม้มันต้อง มีการแบ่งเขตต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพราะฉะนั้นเรื่องเขตนี่เ รื่องสําคัญ ในส่วนของผมนี่ ผมก็ยังชัดเจนอยู่ว่าในพื้นที่ที่เปึนอุทยานแห่งชาติ หรือพื้นที่ที่เปึนอนุรักษ์นี่มันเปึนสมบัติของ ลูกหลาน เรามีหน้าที่ดูแลแล้วส่งผ่าน เพราะฉะนั้นทําอะไรก็ได้ที่จะรักษาพื้นที่เหล่านั้น เพื่อส่งต่อไปให้ลูกหลานของเราในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุ ด อย่างไรก็ตามในพื้นที่ที่อยู่รอบ ๆ อยู่นอกเขตนี่ แน่นอนว่าชุมชนก็ต้องเข้ามาจัดการอย่างเต็มที่ แล้วก็ต้องมีกฎ ระเบียบ ที่เรากําลังจะพูดถึง พ.ร.บ. อันนี้ก็คือป์าด้านนอก แต่สําหรับชุมชนที่อยู่ในป์าอุทยาน หรือป์าอนุรักษ์ต่าง ๆ การจัดการตรงนั้นเปึนเรื่องที่สํา คัญ ผมเห็นด้วยอย่างชัดเจนว่า ในอดีตภาครัฐเองมีหลายกลไกที่มีปัญหา จริง ๆ แล้วอยากเห็น พ.ร.บ. นี้เสนอมาพร้อมกับ กลไกปรับปรุงการจัดการของภาครัฐที่ให้มันเข้มแข็งกว่านี้ เพราะหลายคนก็ไม่เชื่อมั่นว่า ภาครัฐสามารถทําได้ อย่างไรก็ตามกระบวนการของภาครัฐมันก็ยังคงอยู่ เพราะฉะนั้น ตรงนั้นผมก็คิดว่าถ้าเกิดป์าในอนุรักษ์และมีพื้นที่ชุมชนอยู่ในป์าอนุรักษ์นั้น ถ้าเราจะให้ มันเปึนป์าชุมชนโดยใช้ พ.ร.บ. เดียวกันนี่มันคงเปึนไปไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่ามันก็จะเกิด การลดหลั่นหรือเหลื่อมล้ํา ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายอุทยานนี่เก็บหินก้อนหนึ่งยัง ไม่ได้ ถ้าเกิดมีชุมชนอยู่ ผมเปึนคนกรุงเทพฯ ผมก็บอกผมก็เหลื่อมล้ํา เพราะผมไม่สามารถ จะเก็บหินได้ แต่ขณะที่ชุมชนอยู่ได้ มันก็เลยอาจจะต้องมีแนวทางที่ชัดเจน แนวทางที่ชัดเจน

ก็คือว่ามี พ.ร.บ. อีกฉบับหนึ่ง หรือมีกฎหมาย หรือมีกติกา หรือมีอะไรอีกอย่างหนึ่ง มาจัดการกับพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ป์าอนุรักษ์แห่งนั้นเพื่อที่จะจัดการให้ชัดเจน จะเพิกถอน ออกจากพื้นที่อุทยาน จะมีการขยับขยายคนออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ มันก็ต้องว่ากันไป อีกเรื่องหนึ่ง เราแยกพื้นที่ออกจากกัน ดูกันให้ชัดเจนว่ามันเ ปึนพื้นที่ไหนกับพื้นที่ไหน ตอนนี้เรากําลังว่ากันพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์โดยใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ใช่อันนั้นผมก็คิดว่า อย่างน้อยสุดเราก็ช่วย ๕,๐๐๐ กว่าชุมชน ขณะที่อีก ๔,๐๐๐ ชุมชนที่อยู่ในป์าอนุรักษ์นี่ จะใช้ พ.ร.บ. หรือใช้กติกาเดียวกันไปใช้นี่ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่ากติกาของพื้นที่ป์าอนุรักษ์ มันก็ต้องมีความเข้มข้น ต้องมีความเหมาะสมกับพื้นที่ป์าอนุรักษ์ที่ต้องการ จะเก็บไว้เปึนสมบัติของชาติอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นน้ําหนักของป์านอกเขตอนุรักษ์ กับป์าในเขตอนุรักษ์นี่แตกต่างกัน ในส่วนของนอกป์า พ.ร.บ. ที่นําเสนอมานี่ก็สอดคล้องกับ ในเรื่องของเขตนอกป์าอนุรักษ์ ขณะที่ในเขตป์าอนุรักษ์ก็ว่ากันไปอีก ๑ กติกา ๑ พ.ร.บ. หรืออะไรก็ตามเอาให้ชัดเจนว่ากติกามันก็จะต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว อันนี้ก็ขอฝาก ท่านประธานไว้ ขอบคุณครับ