สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้หารือเกี่ยวกับบรรยากาศในการประชุมและความเห็นที่แตกต่างกันของสมาชิก นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการป่าไม้และการปฏิรูปสังคม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหาและปฏิรูปการบริหารจัดการป่าไม้ และการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเสนอแนวทางในการบริหารจัดการชุมชนในเขตอนุรักษ์
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ วันนี้กระผมมีความจําเปึนที่จะต้องขอรบกวนเวลาสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้นะครับ ที่จะขอแสดงความคิดเห็นในประเด็นเรื่องป์าชุมชนนี้นะครับ สิ่งแรกที่ผมมีความรู้สึก และจําเปึนต้องแสดงความคิดเห็นก็คือเราจะรู้สึกได้ถึง บรรยากาศของความเห็นที่แตกต่าง แม้ในสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราเอง แม้ในระดับกรรมาธิการเองเรามีความเห็นที่ค่อนข้าง แตกต่างในตอนเริ่มต้นของการประชุมเราจะรู้สึกได้ครับว่าเรามีท่าทีที่ค่อนข้างแข็งกร้าว ต่อกันค่อนข้างมาก อันนี้เปึนเพียงสภาพที่เราเห็นจากความเปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ร่วมกันเท่านั้น ที่ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันมาก ไม่หมายรวมถึงบรรยากาศนอกสภา ไม่หมายรวมถึงตัวแทนอย่างเช่นคุณฑิฆัมพร กองสอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นมันอาจจะมี ความเจ็บปวดลึก ๆ อยู่ในใจในหลายประเด็น ที่ทําให้ความแตกต่างอันนี้นั้นนํามาสู่ การถกเถียง
แม้ตอนเริ่มต้นผมพยายามจะยกมือในตอนที่ขอเสนอญัตติว่าเสนอเถอะ มันไม่มีอะไร ที่มาเปึนข้ อขัดแย้ง ถ้าเสนอแล้วพูดคุยกันจะใช่หรือไม่ใช่ก็เป่ดโอกาสเพื่อให้เกิด การสร้างสรรค์แต่ไม่มีโอกาสในการเสนอสิ่งเหล่านั้น อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้นั้นมันเกิดขึ้น เปึนปัญหาสะสม เปึนปัญหาหลายมิติเหมือนมะเร็งร้ายที่คงไม่สามารถใช้อํานาจรัฐหรือ ใช้ความเด็ดขาดเข้าไปแก้ปัญหา คุณหมอประเวศ วะสี กล่าวไว้ว่าอํานาจรัฐนั้นไม่สามารถ แก้ปัญหาใหญ่ ๆ ได้ ปัญหาใหญ่ ๆ นั้นจะแก้ได้จากการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ของภาคประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเราอาจจะรู้สึกไม่มากเพราะเราไม่ได้อยู่ในนั้น แต่ถ้าหากว่า ผมสมมุติว่าเราเปึนชาวบ้านที่อยู่ ในที่ของเรามา ๓๐ ป้ ๔๐ ป้ แล้ววันหนึ่งเราก็อยู่ใน เขตป์าอนุรักษ์ แต่เราอยู่อย่างมีวัฒนธรรมและกลมกลืน แล้ววันหนึ่งเมื่อกฎหมายฉบับนี้ ออกมาเราต้องออกจากเขตป์าอนุรักษ์ ทั้งที่ญาติเราในหมู่บ้านเดียวกันระหว่างเขตนอกกับ เขตในก็เปึนชุมชนเดียวกันต่างกันแค่เส้นที่ขีด เพราะเส้นที่ขีดนี่ละครับนําปัญหามากมาย ถ้าพวกเราจะจํากันได้ถึงกรณีเขาพระวิหาร ก็ไม่ใช่เพราะเส้นที่ขีดนี่หรือถึงนําไปสู่การต่อสู้ ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทําไมไม่คิดจะบริหารจัดการทั้ง ๒ สิ่งนี้ อย่ามองเพียงขาวหรือดํา ผมคิดว่า ความบาดเจ็บ แตกแยกนั้นถูกฝังรากลึกจนกระทั่งท่าทีและการประนีประนอมเรื่องนี้เกิดขึ้น ได้ยาก ความจริงบนความแตกแยกเหล่านี้เราได้มีตัวอย่างของความสําเร็จเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น เราได้เห็นแล้วว่าไม่ใช่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แล้วไม่ใช่แปลว่าไม่มีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นทุกที่ ในหลาย ๆ พื้นที่ได้เกิดสิ่งที่ถูกต้อง ในมาตรการหลาย ๆ อันได้เข้าไปเกื้อกูลให้คนกับป์า อยู่ด้วยกันและทําหน้าที่ดูแลรักษาป์า เราต้องยอมรับว่าปัญหาป์าเปึนปัญหาใหญ่ เพราะรัฐไม่มีงบประมาณ รัฐไม่มีบุคลากร พื้นที่ใหญ่เกินกว่าที่รัฐจะดูแลได้ แล้วหากว่าวันนี้ ประชาชนที่เขาอยู่ในพื้นที่ซึ่งในข้อมูลของฝ์ายกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสนั้นมีชุมชนที่อยู่ในเขตอนุรักษ์ถึง ๔,๕๐๐ แห่ง หากว่าคนกลุ่มนี้เขาอยู่อยู่แล้ว ทําไมไม่เอาสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมีโอกาสในการบริหารนั้น มาจัดการต่อมากกว่าจะขีดเส้นนอกและเส้นในเปึนเส้น แล้วความขัดแย้งนี้อาจจะเปึนน้ําผึ้ง หยดเดียว ที่เราตัดสินใจไปในวันนี้แล้วเราอาจจะต้องเสียใจในวันหน้า เพราะหลาย ๆ อย่าง ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนปัญหาภาคใต้ก็ดี ไม่ว่าจะเปึนเรื่องต่าง ๆ เช่น เขาพระวิหารที่พูดถึงก็ดีนั้นล้วนจากการขีดเส้นทั้งสิ้น ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้นเปึนสิ่งสําคัญที่สุดของการปฏิรูปของเรา ทางคุณฑิฆัมพร
ได้พูดแล้วว่าถ้าเราขีดเส้นไม่ดี สิ่งที่สภาปฏิรูปแห่งนี้และนําไปสู่เปัาหมายของการปฏิรูป ที่สําคัญคือการล ดความเหลื่อมล้ําทางสังคม ประเด็นของเรื่องป์าชุมชนนี้อาจจะเปึน อีก ๑ ประเด็นครับท่านประธาน ที่ขยายความขัดแย้งบนการตัดสินใจ บนความแตกต่าง ทางความคิดของพวกเรา ผมอยากจะขอวิงวอนอย่างนี้ว่าเรื่องใดก็ตามที่ยังมีข้อถกเถียง ที่ยังไม่ชัด ถ้าเราจะเป่ดใจให้กว้าง ถูกผิดคงไม่มีใครตัดสินได้เพราะตัวแปรมันเยอะ หากว่าสิ่งที่เรายังเห็นไม่ชัดและมีมุมมองอื่น เช่นในเรื่องของเขตป์าอนุรักษ์ แล้วเอาตัวอย่างนั้น มาดูว่าเราจะบริหารจัดการชุมชนที่เกิดแล้ว ๔,๐๐๐ กว่าแห่งในเขตป์าอนุรักษ์อย่างไร กรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสเสนอ ชัดเจนว่าเรามีอยู่ ๓ เงื่อนไข คือต้องอยู่มาก่อนแล้ว ผมยังคิดต่อว่าถ้าเราจะบริหารของ ชุมชนที่อยู่ในป์าอนุรักษ์แล้ว และมีเงื่อนไข ๓ ข้อตามที่เสนอ แล้วเราใช้กลไกเช่นดาวเทียม จับเลย ชุมชนไหนก็ตามที่ขยายออกจากข้อตกลงที่ขึ้น ทะเบียนไว้แล้วแตกลูกแตกหลาน ชุมชนนั้นต้องออกทั้งชุมชน แต่ถ้าชุมชนไหนก็ตามที่อยู่ในเขตอนุรักษ์แล้วทําหน้าที่ปกปัอง ดูแลตามเงื่อนไข เขาเปึนหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ของรัฐ แทนเจ้าหน้าที่ของราชการที่จะดูแล ปกปัองป์าต่อไป
ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับว่ากระผมไม่ได้มีข้อคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับทาง พ.ร.บ. ของทาง กรรมาธิการ แต่กระผมไม่สบายใจที่ความเห็นที่แตกแยกนั้นจะต้องตัดสินโดยการรับ หรือไม่รับ แล้วการตัดสินของเราวันนี้อาจจะนําไปสู่ความแตกแยกและความเหลื่อมล้ํา ในอนาคต จะมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้หรือไม่ถ้าเราจะประนีประนอมในการเพิ่มเติมสิ่งที่คิดว่าจะทํา ให้คนกับป์าอยู่กันได้ แล้วเอาบทเรียนความสําเร็จนั้นมาปรับปรุงให้เปึนประโยชน์ครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ