สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

เอกชัย หารือเรื่องการส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา โดยศึกษาและพัฒนาระบบศาสนาของ 5 ศาสนา เอกชัย เสนอแผน 5 ยุทธศาสตร์เพื่อฟื้นฟูศาสนา รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา การนำหลักศาสนธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศาสนิกชน และการสร้างกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในการเผยแพร่หลักธรรมของศาสนา นอกจากนี้ยังเสนอให้การจัดทำตารางการสอนศาสนาให้เผยแพร่ในสถานศึกษา และใช้สื่อในการเผยแพร่หลักธรรมของศาสนา

พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ผม พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ เปึนประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนา ในส่วนของวาระปฏิรูปที่ ๓๖ นั้น เรื่องส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา เพื่อให้เปึน สถาบันหลักของสังคม ซึ่งในคณะของเราก็ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องศาสนาทั้ง ๕ ศาสนา ไม่ว่าเปึนศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู ศาสนาพราหมณ์

แล้วก็ศาสนาซิกข์ หลังจากที่ได้มีการนําเสนอครั้งที่แล้ว แล้วก็ได้นําไปปรับปรุงแก้ไข แล้วก็ได้รับฟังจากตัวแทนศาสนาด้วย ก็จะขอเรียนสรุปให้ท่านทราบดังต่อไปนี้นะครับ

ในส่วนของเรื่องศาสนาตามที่ได้ชี้แจงเมื่อครั้งที่แล้วแล้วว่าด้านศาสนานั้นได้นําไปสู่ การอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญที่กําลังร่างอยู่นี้ ในมาตรา ๔๑ บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิย มในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพ ในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อของตน แล้วก็ อยู่ในมาตรา ๘๐ ซึ่งเรามีการปรับปรุงแก้ไขเล็กน้อย โดยใช้คําว่า รัฐต้องส่งเสริม และสนับสนุนพุทธศาสนาและศาสนาอื่นให้ดําเนินงานขององค์ กรและบุคลากรเปึนไปตาม หลักศาสนธรรม แล้วก็ส่งเสริมให้ศาสนิกทุกศาสนาเข้าใจและเข้าถึงหัวใจของศาสนาของตน สร้างเสริมความเข้าใจอันดี แล้วก็ความสมานฉันท์ระหว่างศาสนา รวมทั้งสนับสนุน การนําหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างศีลธรรม พัฒนาจิตใจ ปัญญา และสังคม อันนี้เปึนที่ปรับปรุงแก้ไข ในส่วนของศาสนานั้นได้นําไปสู่พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปในส่วนที่เราเพิ่มเติมขึ้นไปในมาตรา ๑๖/๑ ใน ๓ วงเล็บ ก็คือว่า (๑) การดําเนินการในการนําหลักศาสนาไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยการแปรทุนทาง ศาสนาเพื่อพัฒนาสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนพื้นฐา นของศีลธรรม การขับเคลื่อนสู่การเปึน ศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมเชิงพุทธ วัฒนธรรมฮาลาล และส่งเสริม การท่องเที่ยวที่เน้นศาสนา วัฒนธรรมและทุกมิติที่เกี่ยวข้อง อันนี้ก็ตามที่เราได้เสนอไป ในครั้งที่แล้ว เราได้นําไปสู่ใน พ.ร.บ. ปฏิรูปด้วย (๒) การส่งเสริมการเป่ดพื้นที่การเรียนรู้ และการเผยแพร่ศาสนาไปสู่ชีวิตประจําวันผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสังคมไทย แล้วก็ประการสุดท้าย (๓) ตรากฎหมายว่าด้วยสถาบันสร้างเสริมคุณภาพสังคมไทยด้วย ศาสนธรรม ในส่วนของศาสนาที่ขอสรุปสั้น ๆ อย่างนี้ว่าจากการที่เราได้ศึกษาแล้วก็เห็นว่า ความเข้มแข็งของศาสนาแต่ละศาสนามีความลดน้อยลง และบุคคลที่เข้าถึงศาสนาก็จะมี น้อยลงด้วย บุคคลทางศาสนาต่าง ๆ ก็มีปัญหาเหมือนกัน อันนี้จากการที่เรารับฟังตอนแรก ก็นึกว่าเปึนเฉพาะศาสนาพุทธที่มีคนเข้าวัดน้อย มีคนบวชน้อย ปรากฏว่าคริสตจักรก็เปึน อย่างนั้นเหมือนกัน เขาก็ได้แจ้งเหมือนกันว่าตอนนี้ของเขาก็เปึนลักษณะเดียวกัน ขาดการ นําหลักศาสนามาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจําวันทั้งบุคคลและองค์กรด้วย ตรงนี้ก็เปึนสิ่งที่เรา จะนําเสนอไปสู่ยุทธศาสตร์ต่อไป แล้วก็ขาดการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศาสนให้เกิด ศาสนสัมพันธ์ อันนี้สําคั ญยิ่งเลยในยุคปัจจุบัน เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยนําเอาศาสนามาเปึนตัวที่โจมตีกัน แล้วก็สุดท้ายก็คือเรื่องสื่อต่าง ๆ ที่เราทําอย่างไร

จะเป่ดพื้นที่สื่อให้กับศาสนานี้ได้ใช้ให้เปึนประโยชน์ที่จะเผยแพร่หลักธรรมได้มากขึ้น รวมถึง จะทําอย่างไรให้สื่อนี่ไม่เอาเรื่องศาสนามาโจมตีกันผ่านสื่อ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่เราได้สรุป และวิเคราะห์ไว้ว่าเราจะทําอย่างไร อดีตมีศาสนา ไม่ว่าจะเปึนวัดของพุทธศาสนา หรือว่า เปึนมัสยิดของศาสนาอิสลาม ล้วนแต่เปึนศูนย์กลางของบุคคลที่จะเข้าไปทํากิจกรรมอะไร ทางศาสนา แต่ในยุคที่ผ่านมาก็รู้สึกว่ามีการอ่อนลงไปนิดหนึ่ง เราจะทําอย่างไรที่จะฟุ๋นฟู ตรงนี้ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม ถึงแม้ไม่อยู่ในสภาพเดิมก็คิดว่าน่าจะเปึนการสร้างสรรค์ ที่ดีกว่าให้ได้ เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าน่าจะฟุ๋นฟูศาสนาที่เรียกว่ากลับไปสู่วิถีศาสนธรรมของเรา ต่อไป ซึ่งในข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนานั้นได้เสนอส่งเสริมความเข้มแข็ง ของสถาบันศาสนาเพื่อให้เปึนสถาบันหลักของสังคม เราเสนอไว้ ๕ ยุทธศาสตร์จากการเสนอ ครั้งที่แล้ว ก็ขอเรียนให้ทราบว่ายุทธศำสตร์แรก เราต้องการที่จะสร้างความเข้มแข็ง โดยพัฒนาศักยภาพขององค์กร บุคลากรทางศาสนา ยุทธศาสตร์ที่ ๒ เรานําหลักศาสนธรรม มาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจําวันสําหรับบุคคลและองค์กร ซึ่งปัจจุบันก็มีทํากิจกรรม ทางด้านศาสนา ดูเหมือนว่ามีกิจกรรมนอกวัด นอกมัสยิดก็มากขึ้นด้วยตรงนี้ ถือว่าเปึนสิ่งที่ดี เปึนกิจกรรมสร้างสรรค์ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เปึนการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างศาสนิกชน ทุกศาสนา น่าจะมีกิจกรรมที่เราทําร่วมกันทุกศาสนา ซึ่งก็มีอยู่บ้าง แต่ว่ายังไม่มีเปึนในระดับ เปึนของวาระแห่งชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ นั้นเพื่อพัฒนาเอาศักยภาพของสถานศึกษานี้ เพราะการศึกษา เปึนจุดเริ่มต้นในด้านศาสนาที่แต่ก่อนนี้โรงเรียนเขาอยู่ในวัด เดี๋ยวนี้ในมัสยิดอะไรต่าง ๆ หรือว่าโรงเรียนตาดีกาอะไรต่าง ๆ ก็เกี่ยวพันกับท่านทางด้านมัสยิดในศาสนาอิสลามด้วย แล้วสุดท้ายก็คือ การส่งเสริมบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการนําหลักศาสนาที่ถูกต้องไปเผยแผ่ จากครั้งที่แล้วก็มีผู้ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ทําอย่างไรเราจะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเปึนตัวคานงัด เราก็ได้ศึกษากันแล้วก็ดูเหมือนว่า ในคณะของเราก็มีคนที่ทํากิจกรรมในกิจกรรมเสริมศาสนา สร้างคุณธรรมจริยธรรม สร้างความดีโดยใช้หลักธรรมมาเปึนตัวยึดเหนี่ยว ก็รู้สึกว่าจะเปึนส่วนที่เราว่าน่าจะมีสถาบัน สร้างเสริมคุณภาพสังคมไทยด้วยศาสนธรรมตรงนี้ขึ้นมา ซึ่งในอนุกรรมาธิการของเรา ก็มาคิดว่าเรายังไม่เสนอเปึนรูปกฎหมายอะไรหรอกแต่เราจะเสนอเปึนกรอบแนวคิด ซึ่งอยู่ในเอกสารของเราว่าน่าจะมีการตั้งสถาบันลั กษณะนี้เข้ามาบูรณาการในเรื่องศาสนา ที่จะขับเคลื่อนทั้ง ๕ ยุทธศาสตร์ของเราให้ไปสู่เปัาหมายที่ต้องการได้ อยากจะสรุปอย่างนี้ว่า ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่เราเสนอเอาไว้ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับบุคลากรและองค์กร ทางศาสนา เราได้เสนอเอาไว้ใน ๔ ประเด็นใหญ่ก็คือว่าเปึ นการสร้างเสริมความรู้ ความสามารถในด้านการบริหารจัดการและธรรมาภิบาลให้กับผู้บริหาร บุคลากรทางศาสนา อันนี้สําคัญยิ่งจากการที่ได้มีการอภิปรายในครั้งที่แล้ว แล้วก็กําหนดมาตรฐานการบริหาร จัดการศาสนสถานที่มีมาตรฐาน อันนี้เราก็จะเห็นว่าในช่วงหลังเราก็จะมีปัญหาในเรื่ อง เกี่ยวกับสถานที่ของสงฆ์หรือของมัสยิดอะไรต่าง ๆ พวกนี้ที่มีปัญหาเกิดขึ้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นน่าจะมีการกําหนดมาตรฐานการบริหารจัดการในส่วนนี้เพื่อให้เกิดคุณค่า ฟุ๋นกลับคืนมานะครับ และองค์กรศาสนามีระบบและโครงสร้างที่เข้มแข็ง ซึ่งในระบบ จากการที่มีการเสนอในเอกสารวิจัยของอาจารย์ณดาที่นิด้าก็ได้ทําให้เราเห็นตัวเลขว่า เราควรจะปรับปรุงพัฒนาแก้ไขในส่วนไหน ซึ่งดูแล้วส่วนใหญ่ก็มีการพัฒนาปรับปรุงดี อยู่แล้วเพียงแต่ว่าจะเติมแต่งอย่างไรให้ครบได้เปึนไม่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เกือบ ๆ ใกล้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็สุดท้ายในยุทธศาสตร์ที่ ๑ นี้เราเสนอแนวคิดร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย สถาบันสร้างเสริมคุณภาพสังคมไทยด้วยศาสนธรรม พ.ศ. .... นะครับ อันนี้เพื่อจะ ขับเคลื่อนบทบาทของศาสนาตามยุทธศาสตร์ทั้งห้าที่เราได้กําหนดเอาไว้แล้ว ส่งเสริมและ

สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทางศาสนา แล้วก็ระหว่างศาสนา และโดยเฉพาะศาสนา กับรัฐด้วย รวมไปถึงภาคส่วนอื่น ๆ ที่จะทํางานร่วมกันในอนาคตต่อไปเพื่อสร้าง ความสมานฉันท์ให้เปึนเนื้อเดียวกัน ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ นั้นที่เรานําหลักธรรมนี้มาใช้ปฏิบัติ ในชีวิตประจําวัน รวมไปถึงในระดับบุคคลและองค์กรด้วย ก็ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างครอบครัว โรงเรียน สถานที่ทํางาน ชุมชน และสังคม นําหลักศาสนธรรม คุณธรรม ประเพณีและวัฒนธรรม ไทยอันดีงามมาปฏิบัติในชีวิตประจําวันและในการทํางาน อย่างจริงจัง จากการที่เราได้ลงพื้นที่กับท่านประธานก็ได้เห็นว่าในแต่ละพื้นที่ที่เขายึดเหนี่ยว ในเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมประเพณีของเขาก็มีศาสนาเข้ามายุ่งเกี่ยวในชีวิตของเขา พูดง่าย ๆ ว่าเปึนแหล่งบ่มเพาะที่จะเกิดให้คนมีคุณธรรมและจริยธรรม แล้วก็ทําความดีให้กับชุมชน สังคม แล้วก็การสร้างแรงจูงใจให้องค์กรและภาคประชาชนเข้ารับการอบ รมในหลักสูตร ทางศาสนาและการฝ๊กปฏิบัติธรรม ซึ่งขณะนี้ก็มีการทํานอกวัดเยอะพอสมควรเหมือนกัน มีทําพื้นที่ต่าง ๆ ระหว่างที่เราไปดูงานก็รู้สึกว่ามีคณะหนึ่งก็นําศาสนิกชนไปร่วมเข้าวัดสวดมนต์ แล้วก็นั่งปฏิบัติธรรมกันในต่างจังหวัด แล้วก็นําหลักศาสนาไปดําเนินการให้เกิดประโยชน์ ทางเศรษฐกิจ แล้วก็ในส่วนสุดท้ายของยุทธศาสตร์ที่ ๒ คือการจัดสรรพื้นที่สําหรับการศึกษา เรียนรู้ และประกอบพิธีทางศาสนาต่าง ๆ ในสถานศึกษา หน่วยงาน และสถานประกอบการ อันนี้ก็คือว่าปัจจุบันนั้นก็มีอยู่บ้างในอ งค์กรเอกชนต่าง ๆ ก็ได้ทําสถานปฏิบัติธรรมในส่วน ของตัวเอง อันนี้ถือว่าเปึนสิ่งที่ดีนะครับ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ นั้นการสร้างความสัมพันธ์ร่วมกัน ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนานั้น

เพื่อเสริมสร้างให้ศาสนิกเข้าใจและเข้าถึงหัวใจของศาสนาตนเอง และเข้าใจศาสนาอื่นด้วย เพื่อที่จะไม่ใช้ศาสนาไปก้าวก่ายหรือไปโจมตีซึ่งกันและกันนะครับ และส่งเสริมให้เคารพ สิทธิเสรีภาพในการดํารงชีวิตตามหลักคําสอนของศาสนาระหว่างกัน อันนี้ก็อยู่ในรัฐธรรมนูญ ที่ได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างศาสนาและสร้างความร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาที่สําคัญร่วมกันอย่างจริงจัง และสุดท้ายก็คือจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างศาสนิกระดับชาติ แล้วก็เราคิดว่าตรงนี้อนาคตต่อไปเราจะเป่ดอาเซียน (ASEAN) ในอาเซียนอย่างที่ได้เรียนครั้งที่แล้วว่าในอาเซียนนั้นมีศาสนาที่ยิ่งใหญ่ มุสลิม อิสลามที่ใหญ่ ระดับ ๑ ของโลกก็คือประเทศอินโดนีเซีย หรือพุทธที่ยิ่งใหญ่มากก็คือประเทศ สปป. ลาว ประเทศไทย แล้วก็ประเทศพม่า คาทอลิกที่ใหญ่ระดับโลกก็คือประเทศฟ่ลิปป่นส์ อันนี้ เราน่าจะร่วมในการสร้างความร่วมมือระหว่างศาสนาแล้วก็ในระหว่างชาติในอาเซียนด้วย ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ นั้นเปึนการที่จะนําเอาหลักธรรมนี่เข้าไปสู่สถานศึกษา อันนี้ผมเรียกว่ากลับไปสู่วิถีธรรมชาติ กลับไปสู่วิถีธรรมของเราที่เคยทํามาตั้งแต่อดีต เพื่อจะ ส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการทํางาน และพัฒนาศักยภาพสถานศึกษา และบูรณาการ หลักศาสนาในการจัดการศึกษาทุกระดับ แล้วก็พัฒนาระบบการผลิตครู การต่อใบประกอบ อาชีพครูต่าง ๆ นี่ต้องมีการวัดที่ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับศาสนธรรมด้วย หรือว่าการเลื่อน วิทยฐานะต่าง ๆ ให้มีเกณฑ์มาตรฐานด้านศีลธรรม อันนี้ก็คงจะเสริมกับท่านอาจารย์จุรี ในส่วนต่อไป ในการสอนหลักธรรมแบบบูรณาการต่อไปด้วย และสุดท้ายคือส่งเสริมและ ผลักดันให้สถานศึกษาทุกแห่งมีหลักสูตรและการจัดการการเรียนการสอนที่เน้นหลักธรรม มาปฏิบัติจริงในชีวิตประจําวัน เพื่อสร้างนิสัยดีพื้นฐาน หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรม ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา และยุทธศาสตร์สุดท้ายของเรานั้น เรื่องสื่อครับ เรื่องสื่อนี่สําคั ญมาก เพราะเราคิดว่าน่าจะเป่ดพื้นที่สําหรับสื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนําหลักคําสอนและกิจกรรมทางศาสนานี่มาเผยแพร่ ปัจจุบัน ก็มีอยู่แล้วในส่วนหนึ่งแล้วเราคิดว่าน่าจะมีส่วนนี้ให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การผลิตเนื้อหาทางศาสนาด้านที่มีคุณภาพ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม แล้วก็ส่งเสริมบทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนที่จะ นําหลักคําสอนศาสนาที่ดีงามนี่ไปถ่ายทอด ให้กับประชาชนด้วย และสุดท้ายของยุทธศาสตร์ที่ ๕ นั้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้

ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนความรู้ทางศาสนาในเชิงสร้างสรรค์ ในส่วนที่ท่านได้ อภิปรายไว้ครั้งที่แล้วนี่มีทั้งหมด ๑๓ ท่าน แล้วก็ท่านได้อภิปรายไว้นั้นก็เกี่ยวข้องกับ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ในเรื่องความเข้มแข็ง ซึ่งได้เสนอเอาไว้ที่สร้างความเข้มแข็งขององค์กร และบุคลากร แล้วก็เรื่องระบบโครงสร้าง ความสัมพันธ์ขององค์กรศาสนาที่มีลั กษณะ ความสัมพันธ์ที่ท่านได้บอกว่าในปัจจุบันนั้นเปึนความสัมพันธ์เชิงแนวดิ่ง เชิงแนวดิ่งนี่ มันคล้ายกับระบบราชการและจะมีปัญหาได้ จึงควรปฏิรูปที่ระบบโครงสร้างด้วย ซึ่งตอนนี้ ผมก็ทราบว่าทางรัฐบาลก็ได้ทําในส่วนนี้อยู่ด้วยแล้วในเรื่องศาสนา แล้วก็ปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวกับคณะสงฆ์ให้มีความทันสมัย ควรจะให้คณะสงฆ์เปึนผู้ดําเนินการเอง โดยมีภาครัฐ และประชาชนคอยสนับสนุน อันนี้รัฐบาลก็จะได้ดําเนินการในส่วนนี้ด้วย แล้วก็ระมัดระวัง ผู้ที่ไม่หวังดีต่าง ๆ ในด้านศาสนา ครั้งที่แล้วคงจําได้มีประชาชนปลอมมาเปึนพระ แล้วก็มาหาผลประโยชน์อะไรต่าง ๆ พวกนี้ เราต้องขจัดพวกนี้ให้ออกไป แล้วก็ในส่วน ยุทธศาสตร์อันสุดท้ายก็คือว่า ตอนแรกก็นึกว่ามีเฉพาะวัดในพุทธศาสนาเท่านั้นที่เปึนวัดร้าง ประมาณ ๖,๐๐๐ วัด ที่ยังไม่ได้มีระบบการจัดการที่ดีพอ มันอาจจะทําให้เสียที่ดิน ของสงฆ์ไป เพราะมีคนบุกรุกจํานวนมาก ก็ปรากฏว่าในคริสต์ศาสนาก็จะมีเช่นเดียวกัน จากการที่รับฟังตัวแทนของคริสตจักร เพราะฉะนั้นก็คิดว่าน่าจะมีระบบการจัดการเกี่ยวกับ ทรัพย์สินของสงฆ์ที่ดีพอ และผู้สนับสนุนตรงนี้ได้ก็น่าจะเปึนกรมการศาสนากับสํานัก งาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ น่าจะช่วยดูแลให้กับทางคณะสงฆ์ แล้วก็ทางด้านศาสนาอื่น ๆ ด้วย ในข้อเสนอของท่านในยุทธศาสตร์ที่ ๒ นั้นก็เกี่ยวข้องกับในยุทธศาสตร์ที่เราได้พูดไปแล้ว แต่ท่านได้เสนอว่าจะทําอย่างไรที่จะใช้หลักธรรมมาปฏิบัติในชีวิตประจําวันเพื่อลด ลัทธิบริโภคนิยม แล้วก็สนับสนุนให้มีการพัฒนาจิตใจมากกว่าพัฒนาทางด้านวั ตถุ แล้วก็บอกว่าน่าจะมีการบรรจุวิชาพระพุทธศาสนาในหลักสูตรการเรียนการสอน

จริง ๆ แล้วในศาสนาอิสลามเขาก็มีตรงนี้อยู่ในโรงเรียนตาดีกาอะไรของเขานะครับ แล้วในส่วนการจัดทําตําราคําสอนทุกศาสนาเผยแพร่เปึนตําราเรียนในสถาบันการศึกษา ผู้มีการศึกษาต้องมีการเรียนรู้ธรรมะควบคู่กันไปด้วยอันนี้ก็เปึนข้อเสนอของท่าน และข้อเสนอของท่านในส่วนสุดท้ายที่บอกว่าจะต้องเสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับ ศาสนา แล้วก็ควรเป่ดพื้นที่ให้บุคลากรทางศาสนาได้ใช้พื้นที่ของสื่อในการเผยแพร่หลักธรรม ให้มากขึ้นกว่าเดิม อันนี้เปึนข้อเสนอแนะของท่านซึ่งทางคณะเราก็ได้นํามาสู่ในยุทธศาสตร์ ทั้งห้าเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณมากครับ