สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ หารือเรื่องสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยเสนอให้จัดตั้งสํานักงานสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ และเก็บภาษีนักท่องเที่ยว 1.5% เป็นกองทุนสนับสนุน และเสนอ พ.ร.บ. สมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
ขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการนะครับ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ผมคงมานําเสนอในส่วนที่ ยังไม่เคยนําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาตินะครับ ในวาระแรกก็คือรายละเอียดของสมัชชา
ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติที่ทางท่านประธาน กรรมาธิการได้นําเสนอนะครับ เรื่องนี้ เปึนเรื่องหัวใจสําคัญที่เราถือว่าเปึนจุดคานงัดของกระบวนการปฏิรูปทางศิลปะ และวัฒนธรรมนะครับ ก็คือเรื่องว่าด้วยพระราชบัญญัติสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่นําเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติในวันนี้นะครับ หัวใจเรื่องนี้ที่ผมอยากจะนําเสนอ ต่อสภาปฏิรูปแห่งนี้นั้นมีหัวใจหลัก ๆ ก็คือว่าเราคงรู้กันดีนะครับว่าทุนทางวัฒนธรรมนั้น เปึนทุนที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยอยู่แล้ว เราไม่ต้องลงทุนใหม่ เราไม่ต้องสร้างใหม่ เปึนสิ่งที่มีอยู่แล้ว ต่างกว่าทุนอื่น ๆ ทางเศรษฐกิจที่จะสร้างมูลค่าขึ้นมานั้น เราต้องลงทุน แต่เพียงฟุ๋นฟูสิ่งที่อาจจะล่มสลายไปบ้างหรือการไปปลุกกระแสตื่นขึ้นมานั้นก็จะสามารถ เอาทุนที่มีอยู่แล้วนั้นสร้างคุณูปการทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งเรื่องของการเมือง แล้วก็เรื่องของจิตใจ ความเปึนอยู่ของคนไทยได้อย่างดีนะครับ หัวใจทุนวัฒนธรรมเหล่านี้ แหละครับที่ พ.ร.บ. ว่าด้วยสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาตินั้นจะผลักดันให้เกิดเปึน คุณค่าและนํา สู่มูลค่าในที่สุด ผมขอนําเสนอลึกเข้าไปถึงโครงสร้างขององค์กร สมัชชา ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ ขอสไลด์ (Slide) ว่าด้วยโครงสร้างองค์กรเลยนะครับ ในโครงสร้างที่เห็นอยู่นี้นั้นจะเห็นว่าโครงสร้างหลักหัวใจที่ผมอยากจะขอเรียนทําความเข้าใจ ต่อสภาปฏิรูปก็คือว่าหัวใจหลักขอ งโครงสร้างนี้ก็คือคณะกรรมการสมัชชาศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งชาติ อันนี้เปึนหัวใจหลัก เปึนกลไกหลักของการขับเคลื่อนองค์กรสมัชชา แห่งนี้ คณะกรรมการสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาตินั้นจะประกอบด้วยอะไรบ้าง
อันนี้ละครับคือหัวใจ คือจะประกอบด้วยศิลป่นที่ปัจจุบันนั้นมีอยู่ แต่ได้ถูกเชิญเข้าแบบ ประปรายเข้าไปร่วมกับทางภาคราชการ เราจะประกอบด้วยศิลป่น ประกอบด้วยผู้มีความรู้ ด้านวัฒนธรรมหรือขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่มากในภูมิบ้าน ภูมิเมืองของประเทศเรา มีนักวิชาการซึ่งได้ทําการศึกษาเรื่องนี้กันอยู่มาก มีผู้แทนองค์กร เอกชน อันนี้เปึนสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะเอกชนนั้นก็เปึนส่วนร่วมสําคัญที่จะไม่ได้มาเอาเพียง ประโยชน์จากทุนทางวัฒนธรรม แต่จะต้องเข้ามาร่วมขับเคลื่อนในการสร้างคุณค่า ร่วมกันด้วย ทั้งหมดนั้นจะกําหนดให้เปึนคณะกรรมการตามร่างมาตราที่อยู่ในมือท่านสมาชิก ในร่างมาตรา ๗ ประกอบด้วยองค์ประกอบ ๔๙ ท่านอย่างไรนั้นจะมีรายละเอียดอยู่แล้ว มีหน้าที่ทําอะไรครับ มีหน้าที่ทํา ๒ สิ่งใหญ่ ๆ ที่สําคัญคือทําแผนแม่บทระดับชาติ ซึ่งจะเปึน แผนแม่บทที่มาจากทุกภาคส่ วน เปึนแผนแม่บทที่มาจากผู้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แล้วมีหน้าที่ที่ ๒ คือว่าเอาแผนแม่บทนั้นมาทําแนวนโยบายในการส่งเสริม พัฒนา ปกปัอง ฟุ๋นฟู อนุรักษ์ เผยแพร่ และสืบสานศิลปะ และวัฒนธรรม ดังนั้นมันจะนําไปสู่การสร้าง มูลค่าเพิ่มได้อย่างเปึนระบบ อันนี้เปึนหัวใจสําคั ญของคณะกรรมการสมัชชาศิลปะและ วัฒนธรรมแห่งชาติในโครงสร้างอันนี้ คณะที่สําคัญที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนเสนอคือ คณะกรรมการนโยบายศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ ในภาพจะเห็นอยู่ข้างบน คณะนี้มีความสําคัญอย่างไร คณะนี้จะเปึนคณะที่ใน พ.ร.บ. นี้นําเสนอประกอบด้วยประธาน เปึนท่านนายกรัฐมนตรี เหตุที่เปึนอย่างนี้เพราะเรื่องวัฒนธรรมเปึนเรื่องใหญ่ของชาติ และเปึนคุณค่าที่ต้องผลักดันกันอย่างจริงจัง ก็จะประกอบไปด้วยท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อันนี้ถ้าพูดไปแล้วเปึนการสร้างดุลยภาพของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้เมื่อคณะกรรมการสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติดําเนินการทางด้านของ แผนแม่บทและนโยบายแล้วนําส่วนนั้นขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโ ยบาย คณะกรรมการนโยบายนั้นภาครัฐเปึนหลัก ก็จะมีหน้าที่ในการให้ความเห็นชอบ หากเห็นชอบแล้วก็จะเปึนผู้เอาสิ่งที่เห็นชอบนั้นไปผลักดันเสนอเปึนนโยบายและแผนแม่บท ระดับชาติเข้าไปในคณะรัฐมนตรี แล้วก็รวมทั้งกําหนดแนวทาง ส่งเสริมและสนับสนุน หน่วยงานของรัฐต่อไป จะเห็นว่า ๒ กระบวนการทํางานนี้นั้นเปึนกระบวนการทํางานที่ เกื้อกูลกันในการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างแท้จริง จุดต่างอันนี้หลายท่านอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ
แล้ว พ.ร.บ. สมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาตินั้นความจริงในประเทศของเรานั้น มีพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติอยู่แล้ว โดยกระทรวงวัฒนธรรม จุดต่างอยู่ตรงนี้ครับ พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาตินั้นจะเปึนในเรื่องของการอนุรักษ์ ฟุ๋นฟู ดูแล ซึ่งเปึนงาน ของทางภาคราชการเปึนหลัก แต่ว่าด้วยสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติจะเปึนกลไก ในการมีส่วนร่วมโดยเชิงดุลยภาพและขับเคลื่อนไปด้วยกัน ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังมีส่วนของ องค์กรที่เกี่ยวข้องที่สําคัญ แต่สําคัญรอง ๆ ลงมาเช่นสํานักงานสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรม แห่งชาติ อันนี้ก็เปึนองค์กรที่ขอจัดตั้ง เปึนองค์กรของรัฐที่เปึนนิติบุคคลแต่ไม่เปึน ส่วนราชการเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดําเนินการ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่จําเปึน ถ้าจะขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เปึนมูลค่าใหญ่และอนุรักษ์เอาไว้จะต้องมี องค์กรเปึนสํานักงานในการทํางาน จากนั้นสําคัญที่สุดอีกอันหนึ่งที่ได้เสนอผ่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไปแล้วในรอบแรก โดยท่านเตือนใจได้ นําเสนอส่วนนั้นไปก็คือเรื่องของกองทุน ทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งครั้งนั้นคณะกรรมาธิการได้เสนอแนวทางในการที่ทางด้านของ เก็บภาษีนักท่องเที่ยวมาเปึนกองทุน แต่ในครั้งนี้ได้พัฒนาเพิ่มขึ้นจากข้อเสนอครั้งที่ ๑ ให้มีกองทุนนี้แล้ วเราขอตั้งโดยเบื้องต้นนั้นอยากขอ เก็บจาก ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของภาษี สรรพสามิต หลายท่านก็อาจจะมีข้อโต้แย้งว่าทุกคนก็จะไปเอาเงินกองทุนอันนี้ แต่เรียนว่า เมื่อศิลปะและวัฒนธรรมเปึนทุนใหญ่ที่ต้องการขับเคลื่อน หากว่ามีกองทุนที่สนับสนุน ให้เกิดกระบวนการสมัชชาได้อย่างที่พูดถึงมันจะดํารงคุณค่าและมูลค่าได้มากกว่าสิ่งที่ เราลงทุนเข้าไป และนอกจากนั้นในสิ่งที่คณะกรรมาธิการเสนอแล้วในส่วนของการที่จะ หาเงินกองทุนด้านอื่น ๆ ก็จะดําเนินการประกอบกันไป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเก็บภาษี นักท่องเที่ยวหรือกระบวนการอื่น ๆ ที่จะตามไป อันนั้นก็จะเปึนกระบวนการขับเคลื่อน ที่จะต้องทําต่อไป ในเรื่องของกองทุนก็จะมีคณะกรรมการบริหารกองทุน ซึ่งจะประกอบด้วย กรรมการของสมัชชาศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติ คนที่ ๑ ซึ่งเปึนคนใดคนหนึ่ง มาเปึนประธานเพื่อจะขับเคลื่อนงานของกองทุนต่อไปนะครับ
แล้วก็ในรายละเอียดทั้งหมดนั้นผมคิดว่าท่านสมาชิกคงจะดูได้จากร่างพระราชบัญญัติ ที่ทางกรรมาธิการนั้นได้นําเสนอไว้ในเอกสารแล้ว ผมคงจะไม่เข้าสู่รายละเอียดนะครับ เพื่อเปึนการประหยัดเวลาของที่ประชุมแห่งนี้ ผมอยากจะขอเรียนสรุปตอนท้ายตรงนี้นะครับว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา ได้ทําไปนั้นเราได้พยายามอย่างยิ่งที่จะผลักดันศิลปะ วัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้เปึนทุนที่สําคัญ และนําไปสู่มูลค่าในอนาคตนะครับ ในระหว่างนี้ทางกรรมาธิการได้ลงทํางานในพื้นที่ และได้ รวบรวมตัวอย่างที่สําคัญที่ผมอยากจะใช้เวลาที่ประชุมนี้เสนอวีดิทัศน์ที่จะเห็นภาพรวมอันนี้ แทนคําพูด จะขออนุญาตที่ประชุมในการเสนอวีดิทัศน์สักประมาณ ๘-๙ นาทีเพื่อจะสรุป ภาพทั้งหมดนะครับ