สุภัทรา นาคะผิว หารือประเด็นการจัดการป่าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ โดยชี้ให้เห็นความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของชุมชน และตั้งข้อสังเกตว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนซึ่งอาจละเลยพื้นที่อื่น ๆ ที่มีชุมชนอาศัยอยู่ก่อนประกาศเขตคุ้มครอง จึงเสนอให้สร้างกฎหมายป่าชุมชนทั้งในและนอกเขตอุทยาน โดยเรียกร้องให้หลายหน่วยงานร่วมมือดูแลแทนกรมป่าไม้เพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งสนับสนุนข้อเสนอของกรรมาธิการปฏิรูปสังคมเพื่อแก้ไขประเด็นที่ดินและการทำลายทรัพยากรอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สุภัทรา นาคะผิว สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นาน ๆ ดิฉันจะมีโอกาสได้มาเข้าร่วม ประชุมกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพราะว่า ส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่ที่ห้องกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็บังเอิญมาเจอเรื่องที่คิดว่ามีความสําคัญมาก ก็เลยถือโอกาสนี้ที่จะขออนุญาต แสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... ที่ท่านกรรมาธิการ ได้กรุณาเสนอมา คือดิฉันเองคิดว่าเรื่องนี้มีความละเอียดอ่อน แล้วดิฉันเองอยากให้พิจารณา อย่างรอบคอบ เพราะว่าหากสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราเสนอกฎหมายที่ไม่มีความรอบด้าน มากเพียงพออาจจะเปึนการจุดชนวนของความขัดแย้งซึ่งเคยสงบเงียบมาถึง ๓๐ ป้ แล้วก็มีความพยายามของการที่จะมีกระบวนการของการแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ มายาวนานมากหลายสิบป้ให้เกิดปัญหาขึ้นมาใหม่ แล้วก็จะกลายเปึนสิ่งที่ไม่น่าจะเปึนบวก ต่อการที่เราจะกําลังเดินหน้าเรื่องการปฏิรูปประเทศ ดิฉันมีข้อเสนออยู่แล้วก็มีข้อสังเกตอยู่ หลายประเด็น ประเด็นแรกดิฉันเองมองว่า ณ วันนี้คงไม่มีใครอภิปรายในลักษณะ ที่เห็นต่างกัน ในแง่ที่บอกว่าเราจะอยากเห็นป์าต้นน้ําลําธารของเราถูกทําลาย ทั้งหมดทั้งมวลเปัาหมายเดียวกันเพื่อที่จะอนุรักษ์ป์าซึ่งเปึนปอดของชุมชน สังคม ของโลก แล้วก็รวมทั้งเปึนทรัพยากรที่เปึนสาธารณประโยชน์ เปึนสาธารณสมบัติของทุก ๆ คน แต่ปัญหาทําไมในช่วงเวลาที่ยาวนานเราอาจจะไม่สามารถใช้เครื่องมือเดียวก็คือกฎหมาย ในการมาแก้ไขปัญหานี้ได้ เพราะว่าเรื่องนี้ซับซ้อนแล้วเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนอีก
จํานวนมาก ซึ่งอาจจะไม่คุ้มกับการที่เราจะใช้มาตรการในเชิงควบคุม กํากับ และบังคับ ขณะเดียวกันดิฉันคิดว่ามันเกิ ดการสรุปบทเรียนที่ชัดเจนว่าลําพังหน่วยงานราชการ ก็ไม่สามารถจะรักษาต้นน้ําลําธารหรือผืนป์าเอาไว้ได้ ความจําเปึนที่จะต้องให้ชุมชนเข้ามา มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ในการดูแลป์า จึงเปึนเรื่องที่เปึนแนวคิดใหม่แล้วก็ได้รับ การยอมรับมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว คนต้องอยู่กับป์าได้ ในขณะเดียวกันคนต้องรักษาป์า อันนี้เปึนประเด็น รวมไปถึงเรื่องที่ดิฉันเองคิดว่ามันมีอีกมุมหนึ่ง มุมที่เราคิดว่ามีคน ไปบุกรุกป์า ไปบุกรุกพื้นที่ที่เปึนเขตอนุรักษ์ แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีข้อถกเถียง หรือมีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ในหลายพื้นที่ว่าหลายที่นั้นเขาอยู่มาก่อน ก่อนที่จะมีการประกาศ เปึนเขตอนุรักษ์ เปึนเขตป์าสงวนแห่งชาติ เปึนเขตอะไรก็แล้วแต่เขตอุทยานนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่านี่เปึนประเด็น ทีนี้ในกรณีที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วพูดว่าต้องการจะจัดตั้งป์าชุมชนเฉพาะนอกเขตอนุรักษ์ ดิฉันมีข้อสังเกตและมีคําถาม ไปในตัวว่าปัจจุบันมีการจัดการป์าชุมชนอยู่ใน ๓ พื้นที่ ๓ หน่วยงานหลัก ๆ ก็คือพื้นที่ ป์าสงวนแห่งชาติโดยกรมป์าไม้ พื้นที่อนุรักษ์โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช พื้นที่ป์าชายเลนโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ซึ่งมีป์าชุมชนอยู่ทั้งหมดประมาณ ๙,๕๐๐ แห่ง ซึ่งถ้าหากว่าเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วก็เฉพาะที่เปึนพื้นที่ป์าสงวนซึ่งดูแล โดยกรมป์าไม้เท่านั้น ซึ่งมันก็มีไม่เกิน ๕,๐๐๐ แห่ง ถามว่าแล้วส่วนที่เหลือคืออะไร ดิฉันคิดว่านี่คือประเด็นที่อาจจะต้องมีความชัดเจน แล้วก็หลักการที่บอกว่าต้องไม่ไปทําให้ คนที่เขาอยู่มาก่อนต้องออกจากป์าไป ต้องไม่ไปทําลายที่อยู่เขา แล้วก็จะต้องไม่ไปทําให้คนที่ เขาอยู่มาก่อนได้รับความกระทบกระเทือน อันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนประเด็นที่ต้องมีความชัดเจน และดิฉันยังมีคําถามในการดูสาระในเรื่องนี้นะคะ
เพราะฉะนั้นเรื่องการมีส่วนร่วมที่จะต้องหาฉันทามติร่วมไม่เพียงมาตรการทางกฎหมาย อย่างเดียว แล้วก็จะต้องมีลักษณะของการส่งเสริมไม่ใช่การไปกํากับควบคุม ซึ่งอาจจะไม่เปึน ประโยชน์นี่นะคะ ดิฉันคิดว่านี่จําเปึน แล้วก็ที่สําคัญนะคะ ดิฉันคิดว่าถ้าเฉพาะให้กรมป์าไม้ ดูแลเรื่องนี้ไม่เพียงพอค่ะ เนื่องจากมันมีอยู่อย่างน้อย ๓ หน่วยงานนะคะที่จะต้องเข้ามาดูแล ในเรื่องเหล่านี้ ดิฉันคิดว่าถ้าเราจะต้องทํานี่นะคะก็ควรจะเปึนร่างกฎหมายที่มีทั้งการทําเรื่อง ป์าชุมชนในเขตและนอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ไม่ใช่เฉพาะนอกเขตอนุรักษ์เท่านั้น เพราะฉะนั้น อยากจะให้รอบด้านแล้วดิฉันคิดว่าดิฉันอยากจะสนับสนุนข้อเสนอของกรรมาธิการปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ซึ่งคุณหมออําพลได้กล่าว ไปแล้วในตอนช่วงต้นนะคะว่าทางกรรมาธิการน่าจะต้องให้ความสําคัญกับข้อเสนอเหล่านั้น อย่างจริงจังไม่เพียงแค่ว่าเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้เกิดประเด็นในการที่จะผลักดัน กฎหมายฉบับนี้ ดิฉันคิดว่าถ้าโจทย์มันผิดนะคะ เรื่องการทําลายป์าดิฉันคิดว่าโจทย์ที่เรา จะต้องพิจารณาอย่างชัดเจนก็คือว่าจริงหรือเปล่าที่คนเล็กคนน้อยชาวบ้านเหล่านี้คือ คนทําลายทรัพยากรหรือทําลายป์า ดิฉันเห็นแต่นายทุนแล้วก็คนที่เปึนเจ้ำใหญ่นายโต ซึ่งมีที่ดินมากมายถ้าไปดูจริง ๆ แม้ว่าจะมีโฉนดที่ถูกต้องชัดเจนแต่ถามจริ ง ๆ ว่าตรงนั้น ควรจะเปึนพื้นที่ที่ออกโฉนดได้หรือเปล่า มันก็มีปรากฏการณ์ให้เห็นอยู่มากมาย ง่าย ๆ ค่ะ ท่านขับรถขึ้นเขาใหญ่นะคะ ท่านก็จะเห็นว่าเปึนไปได้อย่างไร ที่พื้นที่เหล่านั้นซึ่งจริง ๆ ควรจะเปึนพื้นที่ที่สงวนเปึนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ทําไมถูกครอบครองโดยนายทุน ซึ่งเราทราบดีเพราะมีสัญลักษณ์ชัดเจนในพื้นที่เหล่านั้นนะคะ ขอบพระคุณค่ะ