นิรันดร์ พันทรกิจ หารือเรื่องปัญหาการบุกรุกและทำลายป่าในประเทศ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจะเกิดวิกฤติใหญ่ นิรันดร์ พันทรกิจ เสนอแนะว่าปัญหานี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น นายทุน ข้าราชการที่ทุจริต และความยากจนของชาวบ้าน และแนะนำมาตรการที่ควรดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เช่น สร้างความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจว่าประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๑๕ ท่านประธานครับ ปัญหาป์าถูกทําลายถูกบุกรุก เปึนปัญหาใหญ่ของประเทศ เปึนวิกฤติของบ้านเมือง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขให้ทันกับ สถานการณ์แห่งความเลวร้ายเหล่านี้ต่อไปมันจะเกิดวิกฤติใหญ่กับสังคมกับประเทศของเรา เพราะฉะนั้นการแก้ไขโดยวิธีปกติมันทําไม่ได้หรอกครับ โรคภัยไข้เจ็บมันรุนแรงมันต้องใช้ วิธีการผ่าตัด ในเวลานี้ถ้าใช้วิธีการผ่าตัดใช้รัฐบาลแบบปกติทํายาก ในเวลานี้ที่เรายึดป์าคืน มาได้ ก็ได้ใช้อํานาจพิเ ศษ ความเสียหายของป์า ท่านประธาน ผมสรุปง่าย ๆ ให้ฟังสัก ๒-๓ ข้อ ๒-๓ จังหวัด จังหวัดเชียงใหม่รุกป์าประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ไร่ มีประชาชนที่เข้าไป บุกรุกประมาณ ๑๙๕,๐๐๐ คน
จังหวัดน่านรุกป์าประมาณ ๑,๑๘๐,๐๐๐ ไร่ มีผู้บุกรุกประมาณ ๖๙,๐๐๐ คน จังหวัดเลย ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีผู้บุกรุกประมาณ ๕๖,๐๐๐ คน นี่คือตัวอย่างง่าย ๆ เพราะฉะนั้น ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายอย่างนี้เกิดขึ้นผมคิดว่ามันจะไม่ทันในการแก้ไขปัญหาได้ เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติเรื่องนี้เปึนการแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จริง ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ผมคิดว่าเราไปโทษชาวบ้านไม่ได้หรอกครับ มันมีบุคคลที่เปึน ปัจจัยสําคัญในการที่จะทําลา ยป์า ๑. นายทุนบุกรุกไปป์าเพื่อที่จะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกข้าวโพดโดยใช้ชาวบ้านเปึนเครื่องมือ ประกอบกับข้าราชการที่ทุจริตเห็นดีเห็นงาม ไปด้วย ๒. ชาวบ้านที่มีความยากจน ลูกก็เกิดมากขึ้น ที่ดินไม่มีทํากินก็ต้องรุกเข้าไป ๓. กลุ่มที่เรียกว่าชาวไทยบนที่ราบสูง ปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าจะเปึนนายทุน ข้าราชการ ไม่ว่าจะเปึนคนที่มีความลําบากยากแค้นต้องไปหาที่ดินทํากินก็ดี หรือคนใน ที่ราบสูงก็ดี เปึนปัจจัยสําคัญในการตัดไม้ทําลายป์า เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าแนวนโยบายของรัฐที่เสนอไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อสัก ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมาคือการแก้ปัญหาในเวลานี้ต้องยอมรับว่าถ้าไม่ใช่รัฐบาล คสช. ถ้าไม่ใช่ นายกรัฐมนตรีคนนี้ ถ้าไม่ใช่รัฐมนตรีดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ผมคิดว่ายาก เวลานี้เราต้อง ยอมรับว่าต้องใช้มาตรการที่เด็ดขาด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไปรุกไล่จับคนที่อยู่ในเขต มันมีมาตรการที่ผมคิดว่าน่าสนใจ ๑. คือสร้างความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจว่าประเทศ กําลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ต้องเข้าใจร่วมกันก่อน ๒. ต้องมีกระบวนการในการจัดระเบียบคน และพื้นที่ จะจัดการอย่างไร ต้องมีเครื่องมือ มีกฎหมายที่จะช่วยในการดําเนินการ ในเรื่องเหล่านี้ ให้เกิดความสมดุลกันระหว่างป์ากับคน ระหว่างผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ของประเทศกับผลประโยชน์ของคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทําลายป์าอยู่ในเวลานี้ ๓. ปัองกัน แล้วก็รักษาป์า ทั้งปัองกันและต้องรักษาด้วย ๔. ฟุ๋นฟูระบบนิเวศ อันนี้ก็ต้องทํา ๕. พัฒนา และส่งเสริมอาชีพ อันนี้ก็เปึนปัญหาหนึ่งเพราะว่าเวลานี้มีการรุกป์าเข้าไปแล้วก็มีการ ประกอบอาชีพบางอาชีพซึ่งมันเปึนผลต่อการทําลายป์า เราต้องยอมรับครับ อาจจะด้วยฝ้มือ คนจนจะเปึนเครื่องมือของนายทุนไปบุกรุกทําลายป์าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว นโยบายของ รัฐบาลบางรัฐบาลที่มีแนวคิดในเรื่องของกำรปลูกยางพาราอย่างนี้ ชาวบ้านก็รุกป์าขึ้นไป ปลูกยางพารากันเต็มที่เลย เพราะยางพารามันไม่ใช่พืชที่สามารถอุ้มดินอุ้มน้ําได้มันก็มีปัญหา ๖. สร้างองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับประชาชน คือในเวลานี้
มันขาดองค์ความรู้ เขาไม่รู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาเกิดปัญหาก็เกิดจากตัดไม้ทําลายป์า มันมีปัญหาเรื่องน้ําท่วม มันมีปัญหาเรื่องฝนแล้ง มันมีปัญหาเรื่องยาปราบศัตรูพืช ที่มันไหลเข้าไปตามน้ําและคนอยู่ข้างล่างจะต้องอุปโภคบริโภคน้ําประเภทนี้มีปัญหาในเรื่อง การเผาเกิดควันพิษขึ้นในจังหวัดในชุมชนเหล่านี้ นี่คือปัญหาครับ ๗. ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน แปลว่าการที่จะแก้ปัญหาเรื่องการบุกรุกทําลายป์ามันต้องมียุทธศาสตร์ และต้องใช้เวลา
แต่ในขณะเดียวกันเครื่องมือที่รัฐบาลจะต้องมีก็คือกฎหมาย แล้วก็ต้องมีความเด็ดขาด ถ้าปล่อยให้ชุมชนเข้าไปอยู่คนเกิดมากขึ้น รุกป์ามากขึ้น คนก็ทํามาหากินมันต้องมีมาตรการ ต้องขีดวงให้ชัดเจนว่าตรงนี้คุณเข้าไปไม่ได้ แต่ตรงนี้เปึนป์าชุมชนคุณทํามาหากินตรงนี้ได้ ตรงนี้เขตอาศัย มันต้องมีมาตรการขีดวงไว้ชัดเจน ถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าจะแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เหมือนจะเปึนเครื่องมือสํา คัญในการที่จะทําให้ หน่วยงานภาครัฐสามารถบริหารจัดการเรื่องเขตป์าชุมชนได้ แล้วก็สามารถจะปัองกัน ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นไปอีก มาตรการจึงต้องมีความเด็ดขาด เครื่องมือ ทางกฎหมายจึงมีความสําคัญ ขอบพระคุณมากท่านประธาน