สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

สารี อ๋องสมหวัง หารือเรื่องการอนุรักษ์พื้นที่และการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ โดยชี้ให้เห็นว่าหลายประเทศมีกฎหมายที่รับรองสิทธิของชนพื้นเมืองในการจัดตั้งป่าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ และขอให้กรรมาธิการปรับเปลี่ยนกฎหมายให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการผลัดคนออกจากพื้นที่อนุรักษ์ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง หมายเลข ๒๑๒ ขออนุญาต อภิปราย ๔-๕ ประเด็นซึ่งเปึนประเด็นสําคัญ ประเด็นแรกดิฉันคิดว่าหากเราไม่ยอมรับ ให้การทําป์าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์จะทําให้ประชาชนต้องออกจากป์าประมาณหลายพันแห่ง ทีเดียวนะคะ ซึ่งอันนั้นก็คงเปึนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ เปึนประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราคิดว่าไม่เคยมีพื้นที่อนุรักษ์ที่จัดการ ป์าชุมชนในประเทศไหนเลย ดิฉันอยากให้รูปธรรมอย่างน้อย ๔-๕ ประเทศที่ได้มีการอนุญาต ให้จัดตั้งป์าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งประเทศแรกดิฉันคิดว่าประเทศสหรัฐอเมริกามีกฎหมาย รับรองสิทธิของชนพื้นเมืองอินเดียนแดงที่ชัดเจน ประเทศที่ ๒ ประเทศออสเตรเลีย มีกฎหมายรับรองที่เรียกว่าอะบอริจินอล แลนด์ ไรท์ส แอคต์ ๑๙๗๖ (Aboriginal Land Rights Act 1976) แล้วก็เดอะ เนทีฟ ไตเติล แอคต์ ๑๙๙๓ (The Native Title Act 1993) รับรองสิทธิชนพื้นเมืองของเผ่าอะบอริจิน (Aborigine) แล้วก็ประเทศมาเลเซียมีกฎหมาย ที่เรียกว่าอะบอริจินอล พีเพิล แอคต์ ๑๙๓๙ (Aboriginal People Act 1939) รับรองให้ ชนพื้นเมืองมีสิทธิในที่ดินทํากินหรือทรัพยากรป์าไม้ แล้วก็ประเทศฟ่ลิปป่นส์ก็มีกฎหมาย ที่เรียกว่า ดิ อินดิจีนัส พีเพิล แอคต์ ออฟ ๑๙๙๗ (The Indigenous People Act of 1997) เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าจริง ๆ ก็มีเพื่อนบ้านเรา แล้วก็มีระหว่างประเทศที่มีการรับรองสิทธิ ของผู้คนในพื้นที่อนุรักษ์นะคะ นั่นเปึนประเด็นที่ ๒ และประเด็นที่ ๓ ดิฉันคิดว่า ถ้ากรรมาธิการจะปรับให้สามารถรวมถึงพื้นที่อนุรักษ์ ดิฉันคิดว่าจะทําให้การรักษาพื้นที่ อนุรักษ์ยิ่งมีประสิทธิภาพ แล้วอาจจะเรียกว่าสามารถที่จะดูแลในส่วนเหล่านี้ได้มากขึ้น ซึ่งดิฉันคิดว่าบทเรียนจากที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่าชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ แล้วก็ข้อเสนอของกรรมาธิการ ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสก็จํากัดชัดเจนว่าการขอจัดตั้งป์าชุมชนในเขตอนุรักษ์ควรจะมีหลักเกณฑ์ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการยอมรับหลักเกณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ทําให้เกิดความเสียหาย และดิฉัน

ก็อยากให้รวมถึงป์าอนุรักษ์ที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติอีก อย่างน้อยก็ป์าสงวนแห่งชาติ หรือกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องพื้นที่ป์าชายเลน หรือป์าชายเลนอนุรักษ์ตามกฎหมายว่าด้วย ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ซึ่งก็ต้องเรียนว่าพื้นที่เหล่านี้ ขณะนี้ในหลายพื้นที่ก็สนับสนุนแล้วก็เห็นรูปธรรมที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมกับการจัดการเรียกว่า พื้นที่ป์าอนุรักษ์ได้เปึนอย่างดี เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่รวมเขตป์าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ ก็จะทําให้คนต้องออกจากป์าจํานวนมากและเปึนปัญหาของสังคมต่อมา

ดิฉันคิดว่าสิ่งที่สําคัญก็คืออยากให้นึกถึงว่ากฎหมายฉบับนี้จริง ๆ มีส่วนร่วมจากผู้คนมากมาย แล้วก็แม้กระทั่งองค์กรที่ทํางานด้านการอนุรักษ์ ดิฉันขอยกตัวอย่างมูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร ก็คัดค้านในประเด็นเหล่านี้ แล้วก็โดยเฉพาะการทําเรื่องนี้ไม่ได้ทําให้สามารถที่จะหยุดการให้ เอกชนสัมปทานเช่าอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าซึ่งเราให้อนุญาตถึง ๓๐ ป้ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แล้วก็จากข้อมูลของศูนย์ฝ๊กอบรม วนศาสตร์ชุมชนซึ่งเปึนสถาบันวิชาการด้านการจัดการป์าชุมชนชี้ให้เห็นว่ำป์าชุมชนในพื้นที่ อนุรักษ์อีกประมาณ ๑,๕๐๐ ป์าชุมชน อย่างที่ดิฉันได้เรียนว่าหลายพันในเนื้อที่กว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ไม่ได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้เลยซึ่งมีชาวบ้านที่ดูแลป์าอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าหลักการเรื่องการมีส่วนร่วม หลักการเรื่องส่งเสริมในกฎหมายฉบับนี้ ควรจะต้องได้รับการคุ้มครอง ดิฉันมีจดหมายจากเพื่อนที่จะขออนุญาตอ่าน เพราะคิดว่า อันนี้เปึนข้อสังเกตจากคนที่ทํางานแล้วขออนุญาตเอ่ยนามก็คืออาจารย์เพิ่มศักดิ์บอกว่า เรื่องนี้กระทบแรงมาก ถ้าเราคิดได้แค่นี้ เพราะคิดว่าจะไปสถาปนาความชอบธรรมแนวคิด และแนวปฏิบัติป์าชุมชนของรัฐซึ่งจะไปลดทอนหรือปฏิเสธการจัดการป์าตามจารีตประเพณี และวัฒนธรรม จริง ๆ เกี่ยวข้องกับกรรมาธิการวัฒนธรรมด้วย สุดท้ายป์าชุมชนจะเหลือ ความหมายเพียงแค่ป์าใช้สอยไว้เก็บเห็ด เก็บหน่อ เก็บฟ๋นเท่านั้น ทั้งที่ยังต้องรักษาป์าทั้งผืน ส่วนทรัพยากรในป์าชีว ภาพ ดิน ที่ดิน หิน แร่ และทรัพยากรทางสังคมและจิตวิญญาณ ก็จะถูกแยกออกไป สิ่งไหนมีประโยชน์สูงก็จะมีกฎหมายออกมากํากับเปึนเรื่อง ๆ เช่นที่ดิน แร่ ชุมชนไม่มีอํานาจในการจัดการ ถ้าได้ประโยชน์ทรัพยากรในป์าได้แค่นี้ไม่ควรออก กฎหมายมาตีกรอบให้ชุมชนปฏิบัติ เพราะที่เปึนจริงชุมชนก็มีอํานาจต่อรองได้ระดับหนึ่ง อยู่แล้ว เช่นที่บ้านกลางจังหวัดลําปาง ที่บ้านไลโว่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วป์าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ อีกมากมาย เจ้าหน้าที่ป์าไม้ในพื้นที่จํานวนไม่น้อยก็ยอมรับอยู่แล้ว แนวคิดในการผลักดัน ร่างฉบับนี้ต้องการยกระดับการจัดการป์าสงวนด้วยการจัดตั้งหน่วยจัดการป์าสงวนขึ้น ทุกแห่ง และนําพื้นที่ที่เหลือจะกันให้ชุมชนไปทําประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะทําธุรกิจ การปลูกป์ารับรองข้อตกลงทางการค้าอาเซียน ซึ่งเคยตกลงไว้แต่กําลังจะยกเลิก เพราะฉะนั้นขอร้องอย่าปฏิรูปกฎหมายด้วยการเสนอกฎหมายมาจํากัดสิทธิของชุมชนและ ประชาชนเลย เอาความเปึนจริงเปึนตัวตั้ง เอาระบบนิเวศ วัฒนธรรมชุมชนเปึนแนวคิด เอาการพัฒนาอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนเปึนหลักการ เอาธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของ

ชุมชนและประชาชนเปึนวิธีการบริหาร เราก็จะได้ป์าและทรัพยากรที่อํานวยประโยชน์สุข แก่ชุมชนและมวลมนุษยชาติอย่างสมดุลยั่งยืนได้เองโดยไม่ต้องใช้อํานาจใด ๆ มาบังคับ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน