สุชาติ นวกวงษ์ แถลงว่าตามร่างรัฐธรรมนูญมีแผนบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ดิน สัตว์ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ และกฎหมายที่จัดให้มีการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูเพื่อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมของประเทศ โดยเสนอการแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่า โดยใช้คำว่าพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ในการระบุพื้นที่ ชัดเจนขึ้น และคุ้มครองประชาชนที่ดูแลป่าชุมชน 9,514 แห่ง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคิดถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่า และมีความเห็นร่วมกันว่าควรส่งเสริมให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าอยู่กับป่าอย่างแท้จริง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ มีประเด็นที่คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้นําเสนอไว้เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ เปึนประเด็นที่บรรจุไว้ใน ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ประเด็นมีบอกว่าจัดให้มีระบบและแผนบริหารจัดการทรัพยากรป์าไม้ และที่ดิน สัตว์ป์า ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้มีการสงวน อนุรักษ์ ฟุ๋นฟูเพื่อให้สามารถ เอื้อประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมของประเทศได้อย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจัง เป่ดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์และการใช้ ทรัพยากรอย่างเท่าเทียม ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุน ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้เปึนการแสดงว่าเราได้ พยายามเอื้ออํานวยให้ทุกอย่างนี้เดินไปตามธรรมชาติ ประชาชนก็สามารถเสนอสิ่งที่อยู่ใน ความดูแลของประชาชนได้ ประเด็นนี้ครับท่านประธานครับ เรื่องของกฎหมายที่นําเสนอ เรื่องป์าชุมชนในพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ได้มีการแก้ไขคําว่าป์าไม้ คําว่า ป์า ป์าเดิม ตามพระราชบัญญัติป์าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ บอกว่า ป์า หมายถึงพื้นที่ดินยังมิได้จําแนก แต่ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ป์า หมายความว่า บรรจุอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ป์า หมายความว่าพื้นที่ที่มีต้นไม้หรือพืชหลากหลายชนิดขนาดต่าง ๆ ขึ้นอยู่ไม่ว่าที่ดินนั้น จะมีบุคคลได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ก็ตาม อันนี้เปึนกฎหมาย เปึนคํานิยาม ซึ่งล้อตามคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและ ผู้ด้อยโอกาสได้จําแนกไว้
นอกจากนั้นท่านประธานครับ ยังได้มีการจําแนกความชัดเจนของพื้นที่อีกว่าพื้นที่นี่ หลังจากที่ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการ ๓ เรื่องนี่ คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส แล้วก็ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง แล้วนี่พวกเราก็ได้เห็นพ้องกัน ดังที่หมอพลเดช ขออภัยที่ได้เอ่ยนาม ได้มีการประชุมร่วมกัน ได้มีความเห็นร่วมกันว่า เราต้องใช้คําว่าพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์เปึนการระบุพื้นที่ให้ชัดเจน พื้นที่อนุรักษ์นี่ท่านประธาน ที่อยู่ข้างบนเวทีได้บอกแล้วว่าหมายถึงพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า อันที่ ๒ ก็คือเปึนเขตห้ามล่าสัตว์ป์า หรือเขตวนอุทยาน และเขตพื้นที่เฉพาะ เช่นพื้นที่โซนเอ (Zone A) โซนบี (Zone B) ในเขตป์าลุ่มน้ําลําธาร เหล่านี้เปึนพื้นที่อนุรักษ์ เพราะฉะนั้น ป์าชุมชนนอกพื้นที่อนุรักษ์ไม่ได้หมายความถึงพื้นที่เหล่านี้ แต่หมายความถึงพื้นที่ป์า ซึ่งประชาชนขณะนี้ได้อยู่อาศัยแล้วก็ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป์าในพื้นที่อันนี้อยู่แล้ว เช่นป์าสงวนแห่งชาติ ซึ่งยังไม่ได้ถูกทําลายหรือมีการบุกรุกเข้าไป แต่ประชาชนใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะคุ้มครองประชาชนที่ดูแลป์าชุมชนถึง ๙,๕๑๔ แห่ง ทั้ง ๙,๕๑๔ แห่งก็จะได้รับการคุ้มครองดูแลจากรัฐ รัฐก็จะไม่เข้าไปรบกวน ประชาชน แต่จะส่งเสริมให้ประชาชนช่วยกันดูแลป์าที่มีอยู่นี่ว่าจะทําอย่างไรให้มีการฟุ๋นฟู จะทําอย่างไรให้สามารถใช้ประโยชน์จากป์าได้อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นยังมีแนวโน้มว่าจะ ขยายพื้นที่ป์าออกไปอีกเปึนหมื่น ๆ แห่ง เพราะฉะนั้นป์าพื้นที่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ แห่ง ที่จะขยายต่อไปในอนาคตก็จะทําให้ประเทศไทยมีป์าเพิ่มมากขึ้น แต่เวลาเดียวกันนะครับ เราก็ยังเปึนห่วงประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่อนุรักษ์นี่ประชาชนอาศัยอยู่ และได้รับการคุ้มครองโดยมติ ครม. ครับ มติ ครม. เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓ ได้ให้ การคุ้มครองประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ไว้ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็จะไม่ไปยุ่ง เกี่ยวกับประชาชนซึ่งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ให้เปึนมติของ ครม. และให้พระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดําเนินการอยู่กับประชาชนต่อไป ดังนั้นผมจึงคิดว่าการที่เราออกพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ขึ้นมาจะทําให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ข้อห่วงใยเรื่องของประชาชนที่ทางด้าน คณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ได้พูดถึงก็คือเรื่องของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ก่อนประกาศ ข้อที่ ๒ คือว่าประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์มากกว่า ๑๐ ป้ แล้วก็ข้อที่ ๓ ก็คือว่าสามารถพิสูจน์จากพฤติกรรม
ที่ดูแลร่วมรักษาป์าได้ อันนี้ก็เปึนข้อห่วงใย ทางกรรมาธิการก็คงจะนําไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าหากว่าเราจะคิดถึงประชาชนเหล่านั้นแล้วนี่จะทําประการใด มีอีกเรื่องหนึ่งที่ได้คุยกันไว้ ก็คือว่าคนจะอยู่กับป์าอย่างไร เราจะไม่ไล่คนออกจากป์าเปึนอันขาด เพราะว่าประชาชน ที่เหล่านั้นก็มีชีวิต มีจิตใจ เราจะส่งเสริมให้ประชาชนอยู่กับป์าอย่างไร อันนี้เปึนความเห็นร่วมกัน ระหว่างคณะกรรมาธิการที่ได้ประชุมร่วมกัน ดังนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ หรือว่า ร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนการส่งเสริมให้ประชาชนอยู่กับป์าอย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ