พลเดช ป่ืนประทีป หารือเรื่องการปฏิรูปสังคม โดยเฉพาะการปฏิรูป พ.ร.บ. ปชช. และร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชนนอกพื้นที่อนุรักษ์ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อชุมชนและประชาชน และเสนอแนวคิดเรื่องความเป็นเอกภาพและความเห็นพ้องต้องกันของสภา เพื่อให้ได้กฎหมายและผลงานที่ดี
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ผม พลเดช ป่ืนประทีป สปช. ๑๕๒ นะครับ
ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเปึนผู้แทนของกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ที่ได้รับมอบหมายให้ไปร่วมประชุมปรึกษาหารือ กับกรรมาธิการอีก ๒ คณะนะครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง และคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม ตรงนั้นก็เพื่อที่จะหาทางออกครับว่า ในกรณีที่มีความเห็นขัดแย้งกันในเรื่องของ พ.ร.บ. ป์าชุมชนนะครับ แล้วก็ต้องชะงักไประยะหนึ่ง ผมก็ไปร่วมประชุมอยู่ ๒ ครั้งนะครับ แต่ว่าใน ๒ ครั้งนั้นมีการวิ่งเข้าออกประชุม กันอยู่ประมาณ ๔ รอบนะครับ แต่ท่านประธานครับ ในการประชุมนัดแรกนั้น ผมได้นําข้อกังวล ความห่วงใยที่เปึนมติจากกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ไปชี้แจงในที่ประชุม ๓ เรื่องครับ ประการที่ ๑ ทางกรรมาธิการปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ขอยืนยันในหลักการครับว่า หลักการคนกับป์าต้องอยู่ด้วยกันได้นะครับ ประการที่ ๒ นั้นจะต้องไม่มีการไล่คนออกจากป์า โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนที่อยู่มาก่อน แล้วก็สามารถดูแลรักษาป์าได้เปึนอย่างดี ประการที่ ๓ นั้น อยากเห็น พ.ร.บ. ฉบับนี้เปึนกฎหมายหรือเปึน พ.ร.บ. ในเชิงส่งเสริม ไม่ใช่เปึน พ.ร.บ. ในเชิงบังคับขับไล่นะครับ ตรงนี้ก็เปึน ๓ หลักการที่การประชุมในนัดแรกนั้น ในที่สุด ที่ประชุมก็เห็นพ้องต้องกันว่าเห็นด้วยในหลักการนี้นะครับ ก็นัดมาเปึนการประชุมครั้งที่ ๒ เพื่อลงรายละเอียดกัน ในการประชุมนัดที่ ๒ เพื่อลงรายละเอียดนั้น ผมก็คิดว่า มีความก้าวหน้าไปนะครับโดยที่ในที่ประชุมวันนั้นมีการยืนยันแล้วก็เห็นด้วยกันในหลักการ ๓ เรื่องนะครับ เรื่องแรกนั้นเรายืนยันตรงกันว่าจะต้องไม่มีการขับไล่ผู้คนออกจากป์า ไม่ว่าจะเปึนพื้นที่ใ นเขตอนุรักษ์และนอกเขตอนุรักษ์นะครับ โดยที่ประชุมก็ได้ช่วยกันดู ร่างพระราชบัญญัติเปึนรายมาตรา เปึนรายหมวดมาเรื่อย ๆ นะครับ ดูว่ามั่นใจไหมว่าจะไม่มี เหตุการณ์ที่จะไล่คนออกจากป์านะครับ ในที่สุดเราก็ได้ข้อยุติอย่างนั้นนะครับ ข้อที่ ๒ นั้น เราเห็นตรงกันครับว่าใน พื้นที่เขตอนุรักษ์นั้น ขณะนี้ยังมีปัญหาสลับซับซ้อน มีความเปราะบาง มีความอ่อนไหว ขณะนี้รัฐบาลเองก็มีความพยายามที่ใช้กลไกทางด้าน การบริหารจัดการและกระบวนการทางสังคมไปแก้ปัญหาอยู่แล้ว ดังนั้นเราไม่ควรจะไป แตะต้องในพื้นที่อันนี้นะครับ ดังนั้นเราจึงเปลี่ยนครับ ที่ประชุมร่วมกันจึงเปลี่ยนว่าเปึน ร่างพระราชบัญญัติป์าชุมนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... ครับ ประการที่ ๓ นั้น เราเห็นร่วมกัน แล้วก็ช่วยกันดูครับว่าหลักการที่ว่าอยากเห็นกฎหมายนี้เปึนกฎหมายในเชิงส่งเสริม
ไม่เปึนกฎหมายในเชิง บังคับขับไล่ไสส่งนะครับ ตรงนี้ก็เปึนไปตามนั้นนะครับ ดังนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากขอเรียนว่าหลังจากที่มีการปรับปรุงแก้ไขเปึนร่างพระราชบัญญัติ ที่ทางกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้นําเสนอในวันนี้แล้ว โดยส่วนตัวผมเองผมมีความพอใจครับ พอใจที่มีการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ป์าชุมชน นอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... จากเดิมมาเปึนฉบับนี้ คิดว่าเปึนร่างที่มีความเหมาะสมนะครับ อย่างไรก็ตามครับ ในส่วนตัวผมเองเห็นว่าถ้ามีพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมา จะมีโอกาส ในการที่จะร่วมกันทํางานส่งเสริมป์าชุมชนนอกพื้นที่อนุรักษ์กันอย่ำงมโหฬารแล้วก็พื้นที่ ที่จะเกิดการฟุ๋นฟูเรื่องป์าขึ้นมา เปึนการแก้ปัญหาภูเขาหัวโล้นหรืออะไรต่าง ๆ ทั้งหลาย ก็น่าจะสามารถทําได้อย่างเต็มที่ในรอบนอกก่อนนะครับ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ผมเองก็มีความเห็นใจครับ เห็นใจอย่างยิ่งสําหรับกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ครับ เพราะว่ากรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสเขาก็อยู่กับชุมชน เขาก็อยู่กับ ชาวบ้านครับ โดยลึก ๆ แล้วเขายังมีความกังวลครับว่าแม้ว่าจะเปึน พ.ร.บ. ป์าชุมชน นอกพื้นที่อนุรักษ์นะครับ แต่ก็จะส่งผลกระทบทางอ้อม อันนี้เรื่องของความกังวลใจ ห้ามกันไม่ได้นะครับ เพราะว่าประชาชนชาวบ้านนั้นเขามีประสบการณ์ที่ขมขื่นมาตลอดนะครับ ดังนั้นความไม่เชื่อถือไว้วางใจหรือความไม่มั่นใจต่าง ๆ นี้มันเปึนกระบวนการทางสังคม จิตวิทยาที่ต้องใช้เวลานะครับ ดังนั้นทั้งหมดนี้ผมจึงมีข้อเสนอครับว่าการที่กรรมาธิการปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส จะขอแปรญัตติหรือ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมข้อความต่าง ๆ ทั้งหลาย ผมก็คิดว่าอยากให้กรรมาธิการรวมทั้ง ทางสภาใหญ่ของเรานะครับ ได้พิจารณา ผมคิดว่ายังมีเหตุผล ที่สมควรจะพิจารณา อย่างยิ่งนะครับ ขอฝากท่านกรรมาธิการแล้วก็ทางสภาใหญ่นะครับ
ได้ช่วยกันพิจารณาให้เกิดสภาพที่เรียกว่าวิน วิน (Win Win) หรือว่าในสภาพที่เปึนเอกภาพ แล้วก็จะเห็นกฎหมายที่เปึนกฎหมายที่ทุกฝ์ายมีความเห็นพ้องต้องกัน แล้วก็เปึนผลงาน ที่สวยสดงดงามของสภาของเราครับ ขอบคุณครับ