ประสาร มฤคพิทักษ์ เสนอพระราชบัญญัติป่าชุมชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการป่า และเสนอแนะให้เป็นกฎหมายกลาง ไม่ใช่เฉพาะของกรมป่าไม้เท่านั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติป่าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ โดยเสนอเงื่อนไข 3 ข้อเพื่อให้ชุมชนสามารถจัดตั้งป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์ได้ และขอแก้ไขชื่อร่างพระราชบัญญัติให้เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. หมายเลข ๑๓๒ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สไลด์ตามที่ได้เรียน ขออนุญาตไว้ กรุณาเป่ดสไลด์ได้เลยครับ เรากําลังคุยถึงร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชน ซึ่งขณะนี้การใช้คําว่าร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... ขอเรียนว่า ในอดีตนั้นพิสูจน์มาแล้วว่าราชการไม่อาจรักษาป์าได้ ทําไมถึงไม่อาจรักษาได้ เพราะว่า
การสัมปทานป์า การฉ้อฉล การบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ การดูแลไม่ทั่วถึงเพราะคนน้อย พื้นที่กว้างทําให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการป์า ชุมชนเปึนความจําเปึน ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาคือภาครัฐไม่ไว้ใจประชาชน ย้ํานะครับ ภาครัฐไม่ไว้ใจประชาชน ว่าจะดูแลรักษาป์าได้ ความจริงนั้นป์าเปึนซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ของประชาชน คําว่าซูเปอร์มาร์เก็ตนี่อาจารย์ประเวศ วะสี ท่านใช้เลยนะครับ เปึนพืชที่จะหาอยู่หากิน ได้อย่างถาวรโดยไม่ต้องจ่ายสตางค์ เข้าไปหาของป์าโดยไม่ต้องจ่ายสตางค์ ประชาชนก็จะมี จิตสํานึกดูแลรับผิดชอบ หวงแหน รักษา ด้วยจิตวิญญาณของตัวเอง เพราะเปึนแหล่งอาหาร ตลอดไป ไม่มีใครต้องการทุบหม้อข้าวตัวเองหรอกครับ พ.ร.บ. ป์าชุมชนเปึนกฎหมาย เชิงบวก
เพราะฉะนั้นกฎหมายเชิงบวกจึงไม่ควรที่จะให้เปึนกฎหมายที่เปึนอุปสรรคต่อการส่งเสริม ให้ประชาชนจัดการป์าชุมชนเสียเอง กฎหมายป์าชุมชนในยุค สนช. นะครับ ยุคคุณหมออําพล จินดาวัฒนะ เมื่อป้ ๒๕๕๐ นั้น เห็นชอบ เห็นชอบถึงขนาดให้สิทธิชุมชน ในการจัดตั้งป์าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ได้ แต่ว่าฉบับนี้ถอยหลังครับ ทําไม่ได้ครับ ต่อนะครับ ยุคถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปก็กําหนดให้ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิปกปัองอนุรักษ์และ มีส่วนร่วมในการจัดการบํารุงรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นี่คือกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กําลังจะลงมติกันนั่ นเอง พ.ร.บ. ป์าชุมชนควรต้องสอดคล้อง ภาษากฎหมายอาจจะบอกว่าสมคล้อยไปกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิชุมชน ซึ่งจะอยู่ในมาตรา ๖๓ มาตรา ๖๔ และมาตรา ๙๒ ขอเรียนว่าปัจจุบันการจัดการป์าชุมชน มี ๓ พื้นที่ คือพื้นที่ป์าสงวนนี่ก็ของกรมป์าไม้ พื้นที่อนุรักษ์ก็กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช และพื้นที่ป์าชายเลนซึ่งก็อยู่กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ๓ พื้นที่นี้ มีป์าชุมชนทั้งหมด ๙,๕๐๐ แห่ง ตาม พ.ร.บ. นี้จะเหลือพื้นที่ป์าสงวนเท่านั้น ๕,๐๐๐ แห่ง ซึ่งเปึนของกรมป์าไม้ ทีนี้ป์าชุมชนอีก ๔,๕๐๐ แห่ง ที่มีการจัดการป์าอยู่แล้ว และอยู่ในเขต ป์าอนุรักษ์ซึ่งมีการประกาศไปแล้วนี่นะครับ ดังนั้นใช่หรือไม่ว่า ๑. ควรสนับสนุนให้ประชาชน จัดตั้งป์าชุมชนได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าเปึนพื้นที่อนุรักษ์หรือป์าชายเลน ข้อ ๒ คือ พ.ร.บ. นี้ควรจะเปึน กฎหมายกลาง ไม่ใช่เฉพาะของกรมป์าไม้เท่านั้น ๓. คือ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติและ พ.ร.บ. ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง ควรใช้ พ.ร.บ. นี้จัดตั้งป์าชุมชนได้ด้วย กรรมาธิการเสนอให้จัดการป์าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์นั้นไปรอแก้ไข พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป์า ก็แปลว่าหมายน้ําบ่อหน้านั่นเอง ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเปึน อย่างไร บ่อหน้าคือกฎหมาย ๒ ฉบับ ซึ่งไม่มีบัญญัติเรื่องป์าชุมชนไว้เลยแม้แต่เพียง มาตราเดียว พ.ร.บ. ป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์มีลักษณะอํานาจนิยม บอกว่าอํานาจนิยม ก็เพราะว่ารวมศูนย์อํานาจไว้กับรัฐส่วนกลาง เน้นบังคับ กํากับ ควบคุม ซึ่งพิสูจน์มา ๑๐ กว่าป้ แล้วครับว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ก็เพราะเหตุว่าพื้นที่กว้างคนน้อยมุ่งจับกุม พอมุ่งจับกุม มุ่งควบคุมก็เลยหาความร่วมมือจากชุมชนไม่ได้ ความไม่แน่นอนของนโยบายและผู้บริหาร ก็ทําให้ป์าไม้หมดไป เพราะฉะนั้นร่าง พ.ร.บ. ป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. ... ควรเปึน กฎหมายที่ใช้มาตรการส่งเสริม สร้างแรงจูงใจให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการป์าไม้ ในรูปแบบป์าชุมชนอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ จากคําชี้แจงก็เห็นว่าฉบับนี้เปึนการจัดการ
ป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ แต่ความเปึนจริงก็คืออยากได้หรือไม่อยากได้ ต้องการหรือไม่ต้องการ ประชาชนก็อยู่ในพื้นที่นั้นแล้ว จัดการป์าชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์แล้ว และจะขับไล่ไสส่งเขา หรือครับ หรือจะทําอย่างไร เพราะฉะนั้นเมื่อผมได้อ่านเอกสารของคุณหมออําพลที่ชี้ให้เห็น ว่ามีหลักประกัน หลักประกันที่จะทําให้ชุมชนซึ่งตั้ งถิ่นฐานมาก่อนกําหนดพื้นที่อนุรักษ์ สามารถจัดตั้งป์าชุมชนในเขตอนุรักษ์ได้ ด้วยเงื่อนไข ๓ ข้อ คือชุมชนนั้นมีถิ่นฐานตั้งมาก่อน การประกาศ ชุมชนนั้นดูแลรักษาเปึนเวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ ป้ ชุมชนนี้มีพฤติกรรมมีวิถีชีวิต อยู่กับป์าได้ ดูแลรักษาป์าได้ ผมคิดว่านี่เปึนการเสริมนะครับ ไม่ได้ไปคัดค้านตัวหนังสือ ใน พ.ร.บ. แม้แต่ตัวเดียว เพียงแต่ว่าถ้าเติมเงื่อนไข ๓ ข้อนี้ลงไป ก็จะทําให้ พ.ร.บ. นี้ มีความสมบูรณ์มากขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องก็ควรจะแก้ไขชื่อด้วย เพราะถ้าเผื่อใช้ชื่อเดิม ร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... ก็แปลว่าไม่สามารถจะครอบคลุมได้ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป์าในรูปแบบป์าชุมชน พ.ศ. .... จะเปึนชื่อร่างที่เหมาะสม ขอบพระคุณครับ