ไกรราศ แก้วดี หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติ และชี้ว่าหลักการของร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ส่งเสริมชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลรักษาป่า และสนับสนุนให้ชุมชนมีป่าอยู่ในชุมชน แต่ยังพบปัญหาการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเน้นย้ำความจำเป็นในการมีกฎหมายที่ชัดเจนเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงาน
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ไกรราศ แก้วดี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดสกลนคร ขออนุญาตเรียน ท่านประธานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติโดยตรงนะครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม กรรมาธิการที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาในช่วงเวลาที่พี่น้องประชาชนกําลังจดจ้องการปฏิรูป ของสภาปฏิรูปแห่งชาติของเรา ก็ด้วยเหตุที่ว่าในหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนได้มีป์าอยู่ในชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมดูแลรักษาป์า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตภาคอีสานมีพื้นที่ที่พี่น้องชุมชนอยู่ในเขตใกล้ชิดกับป์ารอบเขต ภูเขาเปึนจํานวนมาก ยกตัวอย่างอย่างเช่นที่จังหวัดสกลนครเองก็มีอยู่ ๑๘ อําเภอ มีอําเภอ ที่อยู่ในเขตป์าถึง ๓ อําเภอ ลักษณะที่พี่น้องประชาชนอยู่ในป์าชุมชนก็มีรอบเขต อําเภอภูพาน เพราะฉะนั้นโดยหลักการจึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลักการนี้ เปึนหลักการที่ปลดความทุกข์สร้างที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนคําพูดที่ ท่านดอกเตอร์กอบศักดิ์ได้กรุณานําเรียนที่ประชุมเมื่อเช้า ในเรื่องที่เปึนกฎหมายที่แก้ไขปัญหา พี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน ในประการที่ ๒ ความจําเปึนที่จําเปึนจะต้องมีกฎหมาย ก็ด้วยเหตุที่ว่าหลายท่านอาจจะคิดว่ามีกฎหมายหลายฉบับ ท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมก็ได้นําเรียนที่ประชุมว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ แต่โดยเหตุที่ว่า ในการปฏิบัติในพื้นที่บางครั้งนะครับ หรือในนโยบายของรัฐบาลบางรัฐบาลก็มี การปรับเปลี่ยนจากเดิมทําให้พี่น้องได้รับความเดือดร้อน ยกตัวอย่างในรัฐบาลที่ผ่านมา ส่งเสริมให้ปลูกยาง ในรัฐบาลชุดปัจจุบันก็มีการตัดต้นยาง ในการปฏิบัติในชั้นเจ้าหน้าที่เอง บางครั้งบางสมัย โดยเฉพาะในสมัยที่ไม่มีป์าไม้อําเภอ ส่วนกลางได้ดําเนินการ การดูแล ให้เจ้าหน้าที่ระดับอําเภอ ระดับตําบล หมู่บ้านก็ดูแลไม่ทั่วถึง เพราะฉะนั้นจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีกฎหมายขึ้นมาให้เปึนบรรทัดฐานให้กับพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างเช่น การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ในสมัยหนึ่งมีการส่งเสริมให้ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่เปึนป์าชุมชน และในสมัยต่อมาเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็ใช้อาศัยคําว่าป์า เปึนการบุกรุกป์า ก็ไปจับพี่น้องประชาชนที่ปลูกต้นไม้ ปัญหาเหล่านี้เปึนปัญหาที่พี่น้องประชาชนที่อยู่ ใกล้ชิดป์าได้รับความเดือดร้อนมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดสกลนครท่านเชื่อไหมครับว่า คนที่ถูกดําเนินการทางคดีในพื้นที่ป์าภูพาน เฉพาะอําเภอเดียวอําเภอภูพานมี ๑๑๑ ราย บางรายถูกจําคุก บางรายกําลังถูกฟัองร้อง ก็ด้วยเหตุ ๒ เรื่อง
ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงนโยบายกับเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่มีกฎหมาย เปึนที่รองรับยากที่ประชาชนจะได้ที่พึ่งที่มีมาตรฐานอย่างเช่นกฎหมาย ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องร่างพระราชบัญญัติ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๓ ประการ ประการแรกในมาตรา ๑๘ ได้กําหนดให้มีกรรมการป์าชุมชน มีทั้งนายกซึ่งเปึนผู้บริหารท้องถิ่นกับผู้แทนของสภาท้องถิ่น ซึ่งปกติผู้ที่ทําหน้าที่เปึนตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีนายก อปท. ไม่ควรจะมี สมาชิกสภาเพราะว่าในสภาเดียวกัน นายกอาจจะอยู่ฝ์ายหนึ่งแล้วก็สภาก็อยู่ฝ์ายหนึ่ง ประการที่ ๒ ในกรรมการชุดนั้นเราละเลยประธานชมรมอาสาสมัครพิทักษ์ป์าซึ่งเปึนผู้ดูแล เรื่องป์าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในข้อสังเกตประการที่ ๒ หลักการ ความคุ้มครองซึ่งเปึนหลักการสําคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครอง มีเพียงคณะกรรมการ ป์าชุมชน น่าจะได้ครอบคลุมไปคุ้มครองถึงเจ้าหน้าที่ป์าชุมชนซึ่งเปึนผู้เสนอเรื่องยื่นชื่อมา ๕๐ ท่าน ในมาตรา ๒๘ เจ้าหน้าที่ชุมชนซึ่งเปึนชาวบ้านก็มีหน้าที่ดูแลช่วยเหลือ กรรมการชุมชนด้วย ส่วนเรื่องที่ ๓ คําว่าป์าครับ ในมาตรา ๓ ป์าใน พ.ร.บ. ที่ดินกับป์าใน พ.ร.บ. ป์าไม้ กับป์าในร่าง พ.ร.บ. แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นก็อาจจะเกิดปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนในอนาคตได้ อย่างเช่นในมาตรา ๓ ขออนุญาตท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัติ ป์าหมายความว่าพื้นที่ที่มีต้นไม้หรือพืชพันธุ์หลากหลายชนิด ขนาดต่าง ๆ ขึ้นอยู่ ไม่ว่าที่ดินนั้นจะมีบุคคลได้มาตามประ มวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ก็ตาม แต่คําว่าป์าตามกฎหมายป์าไม้หมายถึงที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน ตรงนี้จะเปึนปัญหาสําหรับในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะว่าถ้าคําว่าป์า พี่น้องราษฎร จะกลัว ป์าทุกอย่างแทบจะตัดต้นไม้อะไรไม่ได้ แต่ในกฎหมายป์าเองการทําไม้ในโฉนดหรือ น.ส. ๓ สามารถทําได้ แต่ถ้าเขียนไว้ทํานองนี้ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติครับ