สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

สยุมพร ลิ่มไทย เสนอแนวคิดเรื่องป้าในชุมชนและชุมชนในป้า โดยเน้นย้ำว่าไม่ใช่การเข้าไปแบ่งป้าหรือทํากินอยู่ในป้า แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากป้าในชุมชนอย่างมีสมควรตามหลักของปรัชญาพอเพียง เธอหารือเรื่องป่าชุมชนและปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าชุมชน โดยแยกประเด็นออกเป็น 2 ประเด็น และขอความชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ เธอพูดถึงการสนับสนุนโครงการป่าชุมชนภายใต้ร่างกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่าโครงการนี้จะดำเนินการเฉพาะในพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ เช่น พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ได้รับอนุญาต พื้นที่ป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ และพื้นที่สาธารณะที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และเป็นแหล่งน้ำและอาหารของประชาชนด้วย

นายสยุมพร ลิ่มไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ กระผม สยุมพร ลิ่มไทย กรรมาธิการครับ ในส่วนของกระผมที่ได้รับมอบหมาย ก็จะนําเสนอใน ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรกก็จะเปึนแนวคิดหลักการ สาระสําคัญที่เกี่ยวข้อง กับป์าชุมชน โดยเฉพาะป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ที่คณะกรรมาธิการกําลังจะนําเสนอนะครับ ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็จะเปึนสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชนที่อยู่ นอกเขตอนุรักษ์ ซึ่งผมจะนําเสนอโดยลําดับนะครับ เรื่องแรกซึ่งเปึนประเด็นที่สําคัญ จะมีอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เปึนประเด็นการพิจารณาในวันนี้นะครับ ผมขอนําเสนอ ๒ แนวคิดนะครับ แนวคิดแรกก็คือ เรื่องป์าในชุมชน กับแนวคิดที่ ๒ ก็คือชุมชนที่อยู่ในป์า ซึ่งผมจะชี้ให้เห็นว่า มันมี ความแตกต่างกันอย่างไร แล้วก็เปึนประเด็นที่เปึน ข้อโต้แย้งกันอยู่ในขณะนี้นะครับ สิ่งที่คณะกรรมาธิการจะเสนอก็คือเรื่องป์าในชุมชนตามร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชน นอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... คําว่า ป์าในชุมชน ก็คือการที่ในชุมชนหนึ่ง ๆ ไม่ว่าจะเปึนตําบล หมู่บ้าน ก็แล้วแต่นะครับ ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยและที่ทํากินอยู่แล้วในชุมชนนั้น ๆ เพียงแต่ว่าในชุมชน ดังกล่าวมีผืนป์าหรือแปลงป์าที่อยู่ใกล้ ๆ กับชุมชน ประชาชนก็ได้เข้าไปดูแลบริหารจัดการ ช่วยกันฟุ๋นฟูอนุรักษ์ป์าที่อยู่ในชุมชนของตัวเอง ในขณะเดียวกันประชาชนก็สามารถพึ่งพิง แล้วก็ใช้ประโยชน์จากป์าแห่งนั้นได้ตามสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือตามหลัก ของปรัชญาพอเพียง เพราะฉะนั้นแนวคิดเรื่องป์าชุมชนก็คือไม่ใช่เปึนเรื่องที่ประชาชนเข้าไป ทํากินและอยู่อาศัยในป์า ไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนเข้าไปแบ่งเอาพื้นที่ป์ามาแบ่งกัน ไม่ใช่นะครับ แต่เปึนเรื่องที่ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและที่ทํากินอยู่แล้ว มีป์าในชุมชน

ของตัวเอง แล้วก็อยู่ในรัศมีข้างเคียงชุมชน ก็ได้เข้าไปช่วยดูแล ฟุ๋นฟูแล้วก็บํารุงรักษาป์า ในขณะเดียวกันก็ได้ใช้ประโยชน์จากป์าด้วย อันนี้ก็คือแนวคิด ของป์าชุมชนนะครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเปึนประเด็นปัญหาที่มีการโต้แย้งกันอยู่ก็คือเรื่องชุมชนในป์า คําว่า ชุมชนในป์า ก็คือมีแปลงป์าอยู่ มีผืนป์าอยู่ แล้วมีชาวบ้าน มีประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยและทํากิน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องอยู่อาศัยโดยอยู่มาก่อน ยังไม่ได้รับการพิสู จน์สิทธิหรือว่าเปึนเรื่องของ การบุกรุก อันนี้เปึนปัญหาของชุมชนที่อยู่ในป์า ซึ่งไม่ใช่ประเด็นที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติ ป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ผมขอแยกประเด็นให้ชัดเปึน ๒ ประเด็น ก่อนนะครับ สําหรับเรื่องป์าชุมชนนั้น หลักการนอกจากที่กระผมได้เรียนแล้วว่าป์าชุมชน หมายถึงอะไร สิ่งที่สําคัญในร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คือคําว่าพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่ นอกเขตอนุรักษ์ ซึ่งจําเปึนต้องทําความเข้าใจให้ชัดเจนนะครับ

ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเข้าไปดําเนินการเฉพาะในพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ ก็หมายความว่า ไม่เข้าไปดําเนินการในพื้นที่เขตอนุรักษ์ คําว่า เขตอนุรักษ์ ในประเทศไทยปัจจุบันนี้ มีอะไรบ้าง ผมเรียนให้เห็นภาพโดยคร่าว ๆ ที่เราไม่เข้าไปดําเนินการ เขตอนุรักษ์ก็คือ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์า วนอุทยาน เขตห้ามล่าสัตว์ป์า พื้นที่มรดกโลก เขตต้นน้ําลําธารที่มีความอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ลุ่มน้ําชั้น ๑ อันนี้ก็คือพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้เห็นว่าไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวในพื้นที่เหล่านี้ เพราะถือว่าเปึนพื้นที่ ที่ควรจะต้องรักษาไว้เปึนสมบัติของชาติ ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่เราจะเลือก ดําเนินการเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาก็คือพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ คือพื้นที่อะไรครับ ก็คือพื้นที่ที่อยู่นอกเขตที่ผมเรียนมาทั้งหมดเมื่อกี้ มันก็จะเปึนพื้นที่ป์าสงวนโดยทั่ วไป หรือเปึนพื้นที่ป์าเสื่อมโทรม หรือเปึนพื้นที่ป์าเสื่อมโทรมที่กําลังฟุ๋นตัว หรือฟุ๋นตัวแล้ว หรือเปึนป์าใหม่ที่ชุมชนได้ร่วมกันสร้างขึ้น หรือเปึนพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่มีคนบริจาคให้ ที่มีสภาพเปึนป์า กฎหมายฉบับนี้จะเข้าไปดําเนินการในพื้นที่เหล่านี้เท่านั้น อันนี้เปึน เรื่องแรกที่อยากจะเรียนให้ทราบ ทีนี้สิ่งที่จะเข้าไปทําก็คือจะเปึนการเข้าไปทําเพื่อสนับสนุน สิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐกําลังทําอยู่แล้ว ผมเรียนว่าขณะนี้โครงการป์าชุมชน เปึนเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐทําอยู่แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้ประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ในขณะเดียวกันก็จะเปึนแหล่งน้ํา แหล่งอาหาร ของประชาชนด้วย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ที่เขาทําอยู่แล้วในขณะนี้ทําที่ไหนบ้าง ก็คือทําในพื้นที่ป์าสงวนแห่งชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดําเนินการ ทําในพื้นที่ป์า ตามพระราชบัญญัติป์าไม้ ทําในพื้นที่สาธารณะที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เปัาหมายจะทําทั่วประเทศในพื้นที่หมู่บ้าน ๒๑,๘๕๐ หมู่บ้าน ซึ่งทําไม ๒๑,๘๕๐ หมู่บ้าน เพราะเปึนหมู่บ้านที่มีป์าอยู่รอบ ๆ อยู่ข้างเคียงชุมชนเหล่านี้ โดยเลือกทํา ในรัศมีที่ชาวบ้านสามารถเข้าไปดูแลได้ก็คือในรัศมีที่ห่างจากชุมชนประมาณ ๕ กิโลเมตร ที่ทําอยู่แล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ จนถึงป้ ๒๕๕๘ ทําไปแล้ว ๙,๔๑๕ หมู่บ้าน ในพื้นที่เกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๓.๙๙ ล้านไร่ ในทุกภาคของประเทศ แล้วก็รัฐบาลโดยหน่วยงานภาครัฐ มีเปัาหมายจะขยายต่อไป อย่างที่ผมเรียนแล้วให้ครบ ๒๑,๘๕๐ หมู่บ้าน ภายใน ๑๐ ป้ ที่เหลือ ถ้าหากว่าทําได้ตามเปัาหมายจะสามารถดูแลพื้นที่ป์าชุมชนเหล่านี้ได้ประมาณ ๑๐ ล้านไร่ เพราะฉะนั้นถ้าหากมีร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมานอกเขตอนุรักษ์ ประโยชน์

ที่จะเกิดขึ้นจะเกิดอะไรขึ้นครับ ในส่วนที่เกี่ยวกับภาคประชาชนจะมีกฎหมายที่รองรับเรื่องนี้ โดยตรง เพราะว่าที่ผ่านมาไม่มีกฎหมายรองรับ เปึนการอาศัยระเบียบ อาศัยกฎหมาย ข้างเคียงของกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนกรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ถ้าหากเรื่องนี้ออกมาประชาชนจะมีกฎหมายรองรับโดยตรง แล้วก็จะทําให้เกิด การคุ้มครองการปฏิบัติงานของประชาชนที่ทําอยู่แล้วด้วย ทุกวันนี้เขาทํากันในรูปของ คณะกรรมการจัดการป์าชุมชน แต่ไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรง ประชาชนที่ได้สิทธิประโยชน์ จากการไปพึ่งพิงป์า เก็บหาของป์า ก็ไม่มีกฎหมายรองรับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาก็คือ จะเปึนการรองรับสิ่งที่ประชาชนได้ทํามาแล้วทั้งหมด แล้วก็ที่จะทําต่อไปในอนาคต ในส่วนที่เกี่ยวกับภาครัฐ แน่นอนภาครัฐก็จะสามารถดูแลรักษาป์าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น โดยกระบวนการการมีส่วนร่วมกับประชาชน ลดปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างประชาชนกับภาครัฐ แล้วก็ส่งเสริมความร่วมมือของทุกฝ์ายในการที่จะช่วยกันดูแล รักษาป์า

เพราะฉะนั้นข้อดีของร่างกฎหมายฉบับนี้มันก็จะทําให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงาน ของทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้องนะครับ จะส่งเสริมให้ฝ์ายต่าง ๆ สามารถเข้ามาสนับสนุน การดําเนินการป์าชุมชนได้ ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานภาครัฐ ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ภาคเอกชน ผมยกตัวอย่างนะครับ มีบางจังหวัดท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเล่าให้ผมฟัง ประชาชนทําป์าชุมชนในพื้นที่หลายแห่ง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณและโครงกำร จากจังหวัดโดยใช้งบยุทธศาสตร์ จังหวัด มีแผนจะอนุมัติให้นะครับ เปึนวงเงินสูงมาก ๑๐ กว่าล้านบาทขึ้นไป ต่อมาถอนการสนับสนุนเพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมาย เนื่องจากว่า การดําเนินงานป์าชุมชนยังไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรง อบต. เทศบาล อบจ. อยากจะให้เงิน เข้าไปช่วยสนับสนุนสิ่งที่ชาวบ้านทําอยู่แล้วไม่มั่นใจว่าจะสามารถให้งบประมาณสนับสนุนได้ หรือเปล่า เพราะว่าไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็จะส่งเสริมให้มีการสนับสนุน จากฝ์ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็จะทําให้มีกลไกการบริหารจัดการในเรื่องป์าชุมชน ที่ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่คณะกรรมการระดับบนซึ่งถือว่าเปึนระดับนโยบาย คณะกรรมการ ระดับจังหวัดที่จะเข้ามามีส่วนในการให้คําแนะนํา คณะกรรมการจัดการป์าชุมชนในระดับ หมู่บ้านที่ชาวบ้านทํากันอยู่แล้ ว รวมไปถึงสมาชิกป์าชุมชนก็คือคนในชุมชนที่มาสมัครเปึน สมาชิกนะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายส่งเสริม ส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ส่งเสริมสิทธิของชุมชน ในการดูแลรักษาป์า แล้วก็สิทธิในการใช้ประโยชน์จากป์า ส่งเสริมให้ทุกฝ์ายสามารถเข้ามา ทํางานร่วมกันได้ชัดเจนภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันนะครับ ขอยกตัวอย่างนะครับ สิ่งที่ชาวบ้านทํากันมาแล้วที่ผมเรียนเขาทํากันมา ๑๐ ป้ ๒๐ ป้แล้วนะครับ ๙,๕๑๔ ชุมชน ขอยกตัวอย่างให้เห็นความชัดเจนขึ้นที่ป์าชุมชนแม่กื้ดหลวง ที่จังหวัดตากนะครับ ที่นี่ป์าที่อยู่ ในชุมชนแม่กื้ดหลวงมีพื้นที่ ๕,๐๐๐ กว่าไร่ อยู่ในพื้นที่ ๖ หมู่บ้าน แล้วก็มีพื้นที่ป์าชุมชน ที่คาบเกี่ยวกับ ๓ หมู่บ้าน ชาวบ้านเขาก็เข้ามาเริ่มดําเนินการโดยมีการสํารวจวางแนวเขตป์าชุมชน ให้ชัดเจน แล้วก็รับฟังความคิดเห็น จัดทําประชาคม รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ๖ หมู่บ้านว่าจะเข้ามาร่วมดูแลป์าแห่งนี้นะครับ หลังจากนั้นก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ป์าชุมชนขึ้น มีการออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของชุมชนขึ้นมาสําหรับบริหารจัดการป์า มีการแบ่งพื้นที่ป์าออกมาเลยว่าในป์าแห่งนี้ตรงไหนจะเปึนโซน (Zone) ที่เปึนป์าหวงห้าม ห้ามเข้าไปทําอะไรเลย ห้ามไปใช้ประโยชน์ ไปหาของป์า ก็คือพื้นที่ที่เปึนป์าต้นน้ําลําธาร

รวมทั้งป์า ๒ ข้างลําห้วยซึ่งเปึนพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ตรงไหนที่อนุญาตให้เปึนป์าใช้สอย สามารถอนุโลมให้สามารถตัดไม้ใช้สอยในครัวเรือนได้นะครับ มีการออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับของชุมชนขึ้นว่าใครจะเข้าไปในป์าต้องได้รับอนุญาต ใครจะเข้าไปตัดไม้ ต้องได้รับอนุญาต ตัดได้เฉพาะชนิด ประเภทตามที่ได้รับอนุญาตในปริมาณที่ได้รับอนุญาต ไม่ไปตัดในเชิงธุรกิจ แล้วก็จะมีบทกําหนดโทษถ้าหากว่าฝ์าฝ๋น อย่างเช่นไปตัดมากกว่า ปริมาณที่อนุญาต ไปตัดผิดประเภทจะมีบทกําหนดโทษอย่างไรบ้าง แล้วก็ชุมชนเขาก็จะมี กิจกรรมในพื้นที่ป์า อย่างเช่นมีการออกตรวจเยี่ยมป์า มีการจัดชุด ชรบ. ชุดคุ้มครองรักษา ความปลอดภัยหมู่บ้านออกไปทําการปัองกัน ทําแนวเขตป์า ทําแนวปัองกันไฟ อันนี้ผมจะไป อย่างเร็วนะครับเพื่อให้เห็นภาพ มีการใช้ประโยชน์จากป์า อย่างเช่นดึงน้ําในป์าออกมา ทําประปาหมู่บ้าน มีการฟุ๋นฟูป์า อย่างเช่นทําการบวชต้นไม้ใหญ่ในป์า

มีการปลูกป์าทดแทน มีการฟุ๋นฟูโดยการทําบุญสืบชะตาป์านะครับ มีการให้เยาวชนอาสา เข้าไปอนุรักษ์พิทักษ์ป์า มีการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในป์า แล้วก็ในทางเศรษฐกิจนะครับ ก็นําวัตถุดิบในป์าอย่างเช่นไม้ไผ่ จักสานอะไรต่าง ๆ นี่นะครับไปใช้ในการส่งเสริมอาชีพของ คนในชุมชน เก็บอาหารจากป์าได้ไม่ว่าจะเปึนผักในป์า เห็ด อาหารป์า น้ําผึ้งป์า เพราะฉะนั้น ที่เรียนให้ทราบโดยสรุปก็คือว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ก็จะคุ้มครองสิ่งที่ประชาชนได้ทําอยู่แล้ว อย่างนี้มีกฎหมายคุ้มครอง คุ้มครองความเปึนเจ้าหน้าที่ของกรรม การ คุ้มครองสิทธิของ ชุมชนในการใช้ประโยชน์จากป์า คุ้มครองในการที่ประชาชนจะไปเก็บของป์าภายใต้กฎกติกา แล้วสามารถที่จะลงโทษผู้กระทําผิดได้โดยใช้กฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นถ้ากฎหมายฉบับนี้ ออกมาอย่างน้อยขณะนี้ชุมชนที่ได้ทําอย่างนี้อยู่แล้ว ๙,๕๑๔ หมู่บ้าน ดูแลป์ามาแล้วเกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แล้วก็จะสามารถขยายการทํางานออกไป ได้อีกในจํานวน ๒๑,๘๕๐ หมู่บ้านในพื้นที่ประมาณ ๑๐ ล้านไร่ อันนี้เปึนประเด็นแรกที่ผม อยากจะเรียนนะครับ ทีนี้มาสู่ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าแล้วถ้าอย่างนั้นจะแก้ไขปัญหาชุมชน ในป์าอย่างไร คําว่าชุมชนในป์าก็คือป์าที่มีชุมชนเข้าไปอยู่อาศัยและทํากิน ไม่ว่าจะเปึน การอยู่ดั้งเดิม อยู่มาก่อน อยู่ภายหลังด้วยการบุกรุกก็แล้วแต่ กฎหมายฉบับนี้เราไม่เข้าไปยุ่ง ในเรื่องเหล่านี้ เพราะเรามองว่ากฎหมายป์าชุมชนไม่ใช่เครื่องมือในการที่จะแก้ไขปัญหา เหล่านี้ แล้วก็มองว่าเครื่องมือที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ชุมชนในป์านี่รัฐบาลมีแนวทาง ดําเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการเห็นด้วยกับแนวทางการดําเนินงานของรัฐบาล เราถึง ไม่เข้าไปแตะ สิ่งที่รัฐบาลดําเนินการอยู่แล้วมีอะไรบ้างครับ ๑. ก็คืออาศัยเรื่องของการพิสูจน์สิทธิ ขณะนี้มีมติ ครม. กําหนดแนวทางออกมาชัดเจนครับว่าให้มีการพิสูจน์สิทธิว่าชุมชนใด อยู่มาก่อน ถ้าอยู่มาก่อนแล้วอนุโลมให้อยู่ต่อไป เพียงแต่ว่าก็ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์กติกา ที่กําหนดไว้ ถ้าอยู่ภายหลังก็คือบุกรุกก็ต้องออกมาเพราะถือว่าเปึนการกระทําผิดกฎหมาย ซึ่งในขณะนี้การพิสูจน์สิทธิได้มีการสํารวจพื้นที่ดังกล่าวไปแล้วโดยเฉพาะในพื้นที่อนุรักษ์ ๑๗๔ พื้นที่ทั่วประเทศ แล้วหลังจากนั้นรัฐบาลก็จะดําเนินการตามมาตรการที่ผมเรียนแล้ว ต่อไป นอกจากนั้นแล้วมาตรการแก้ไขปัญหาอีกแนวทางหนึ่งก็คือการใช้โครงการตาม แนวพระราชดําริเข้ามาแก้ไขปัญหา การใช้หลักรัฐศาสตร์เข้ามาช่วยอีกทางหนึ่ง พื้นที่ที่มี ปัญหาก็คือมีการบุกรุกหรืออยู่มาก่อน ตอนนี้มูลนิธิป่ดทองหลังพระได้นําเสนอ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ กําหนดแนวทางว่าให้ใช้แนวทางตาม

แนวพระราชดําริเพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาโดยใช้รูปแบบของโครงการพัฒนาดอยตุงเปึนรูปแบบหลัก ขณะนี้ทดลองนําร่องอยู่ครับในจังหวัดต่าง ๆ ทุกภาคของประเทศ หลักการคือ ทําอย่างไรครับ ผมยกตัวอย่างที่ไปทําที่อําเภอสองแคว จังหวัดน่าน ซึ่งเปึนพื้นที่ที่มี การบุกรุกหรือมีการครอบครองอยู่อาศัยทํากินของราษฎรอยู่ พื้นที่ ๔๔,๐๐๐ กว่าไร่ แนวทางนี้ทําอย่างไร ๑. มีการสํารวจกันออกมาตรงไหนเปึนป์าอนุรักษ์ให้ปลูกป์าตาม แนวพระราชดําริ ตรงไหนเปึนป์าเศรษฐกิจสามารถเก็บกินขายได้ก็ให้ใช้เปึนป์าเศรษฐกิจ ตรงไหนเปึนป์าใช้สอยก็สามารถให้ประชาชนเข้าไปใช้สอยได้ ตรงไหนเปึนที่ทํากินที่อยู่อาศัย ให้อยู่ได้ กําลังทําอยู่ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนว่าเหตุที่เราไม่เข้าไปดําเนินการในพื้นที่ที่มี ปัญหาเหล่านี้เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลทําอยู่ แล้วก็เห็นว่าเปึนแนวทางที่ถูกต้อง โดยเฉพาะ การใช้โครงการตามแนวพระราชดําริเข้าไปดําเนินการ ทีนี้ประเด็นปัญหาที่สําคัญก็คือว่ำ ทําไมไม่เอาเรื่องพื้นที่อนุรักษ์เข้าไปรวมไว้ในกฎหมายฉบับนี้ด้วย

ขอเรียนว่ามันเปึนคนละหลักการกัน สิ่งที่กรรมาธิการเสนอก็คือการเข้าไปดําเนินการในพื้นที่ นอกเขตอนุรักษ์ซึ่งไม่มีปัญหา ในขณะที่กรรมาธิการบางชุดบอกว่าอยากให้เอาเรื่องของ ป์าอนุรักษ์ซึ่งเรามองว่ามันมีปัญหาอยู่เข้าไปรวมอยู่ด้วย มันเปึนคนละหลักการกัน แล้วก็เปึน เรื่องที่สามารถใช้มาตรการอื่นในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วนะครับว่าหลักการของป์าชุมชนนั้นไม่ใช่เปึนการให้ประชาชนเข้าไป อยู่อาศัยและทํากินในป์า แต่เปึนเรื่องที่ประชาชนมีที่อยู่อาศัยและทํากินอยู่แล้วในชุมชน ของตัวเอง เพียงแต่มีป์าอยู่ข้างเคียงก็ได้เข้าไปช่วยดูแล ได้ใช้ประโยชน์จากป์าแล้วก็ กลับออกมา อันนี้เปึนหลักการนะครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าถ้าหากเราเข้าไปดําเนินการ ในพื้นที่อนุรักษ์ด้วยนี่นะครับ ปัญหาก็คือว่าจะมีหลักประกันไหมว่าจะไม่มีการขยาย การบุกรุกพื้นที่เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีปัญหามากขึ้นไปอีก ทําไมผมถึงเรียนอย่างนี้ เพราะว่า มันมีตัวเลขนะครับ เขตอนุรักษ์ที่มีการสํารวจเมื่อป้ ๒๕๕๗ ในปัจจุบันนี้ในพื้นที่อนุรักษ์ ปรากฏว่าเปึนพื้นที่ที่มีการบุกรุกถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่จาก ๗๒ ล้านไร่ มีการบุกรุก หรือเข้าไปอยู่อาศัยและทํากินอยู่แล้ว ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ในจํานวน ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่นั้น ปรากฏว่าได้มีการตรวจสอบแล้วเปึนการบุกรุกใหม่ ก็คือบุกรุกภายหลัง ไม่ใช่พวกอยู่ก่อน เปึนการบุกรุกใหม่ก็คือหลังจากมีการใช้ภาพถ่ายทางอากาศป้ ๒๕๔๕ จาก ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เปึนบุกรุกใหม่ถึง ๔.๕ ล้านไร่ มากกว่าครึ่งนะครับ แล้วในจํานวน ๔.๕ ล้านไร่ที่เปึนเรื่องของ การบุกรุกใหม่นี่นะครับ พื้นที่ ๔.๕ ล้านไร่เปึนภูเขาหัวโล้น ๑.๙ ล้านไร่ ภาพที่ท่านเห็นเมื่อกี้ เกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ภูเขาหัวโล้นนี่เกิดจากการบุกรุกใหม่เกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นทําให้เราเห็นว่าสุ่มเสี่ยงมากครับถ้าหากจะเอาพื้นที่อนุรักษ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ใครจะรับประกันครับว่าชนเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอาศัยอยู่เก่าหรือใหม่ จะไม่ขยายการบุกรุกเพิ่มเติมออกไปอีก แล้วก็ถ้าไปเทียบเคียงของต่างประเทศ เรามีตัวอย่าง ในต่างประเทศที่ส่วนใหญ่หรือแทบทุกประเทศเขากันพื้นที่อนุรักษ์ไว้ทั้งสิ้น ก็คือไม่เข้าไป ยุ่งเกี่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ว่าจะเปึนประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกานี่ประกาศ จัดตั้งเขตอุทยานเยลโลว สโตน เนชันแนล พาร์ก (Yellow Stone National Park) เปึนเขตอนุรักษ์ แล้วไม่มีการจัดตั้งป์าชุมชนในเขตอุทยานเลย จัดตั้งเฉพาะในเขตป์าสงวน เท่านั้น ประเทศแคนาดามีการจัดตั้งป์าชุมชนตามที่ชาวอินเดียนแดงและกลุ่มเกษตรกร ร้องขอ แต่ไม่อนุญาตให้ดําเนินการในเขตอนุรักษ์ ประเทศอังกฤษป์าชุมชนอยู่ในป์า

เขตเมืองทั้งสิ้น ไม่มีป์าชุมชนในเขตอนุรักษ์ ประเทศเนปาลไม่อนุญาตให้จัดตั้งป์าชุมชน ในพื้นที่อนุรักษ์ ประเทศเกาหลีใต้ซึ่งเดิมมีปัญหาเรื่องการบุกรุกป์ามาก ได้ทําโครงการ ป์าชุมชนขึ้น ปัจจุบันทําให้มีพื้นที่ป์าถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีป์าชุมชนในเขตอุทยานเลย อันนี้คือตัวอย่างที่ได้นําเสนอให้เห็นนะครับว่าเรื่องพื้นที่อนุรักษ์นั้น เปึนพื้นที่ที่จําเปึนต้อง รักษาไว้ โดยสรุปที่ผมอยากจะเรียนก็คือว่าร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ มันไม่ใช่เปึนการขับไล่ประชาชนออกจากป์าตามที่มีใบปลิวออกมา เพราะว่าไม่มีคนอยู่ในป์า ชุมชนอยู่ในชุมชนของตัวเอง มีป์าอยู่ข้างเคียง เข้าไปดูแลรักษาป์า เพราะฉะนั้นเรื่องนอกเขต อนุรักษ์นี่ไม่ได้เปึนการขับไล่ประชาชนออกจากป์า เพียงแต่เปึนกฎหมายส่งเสริมและสนับสนุน ให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ข้างเคียงได้เข้าไปดูแล แล้วก็มีหลายท่านถามผมมากว่ามันจะเปึน แบบเดียวกับโฉนดชุมชนอีกหรือเปล่าเรื่องป์าชุมชนนี่นะครับ หลายท่านกังวลว่าพลาดไปแล้ว เรื่องโฉนดชุมชน

ขอเรียนว่าเรื่องป์าชุมชนเปึนคนละเรื่องกับโฉนดชุมชนตามหลักการและเหตุผล ที่ผมเรียนแล้ว แต่ถ้าเอาพื้นที่อนุรักษ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมันจะเปึนแบบเดียวกับ โฉนดชุมชนอีก อันนี้ก็คือส่วนแรกที่ผมจะเรียนนะครับ ส่วนที่ ๒ ผมจะขอนําเสนอ สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ โดยจะพยายามสรุป เฉพาะสาระสําคัญเท่านั้น ส่วนรายละเอียดนั้นจะมีในตัวร่ำงพระราชบัญญัติที่อยู่ในมือ ของท่านแล้ว ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขอเรียนนะครับว่าไปทําครอส คัตติง (Cross cutting) กับคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องมาหลายครั้งมาก แล้วก็สุดท้าย ได้มีการแก้ไขให้ตามที่มีการเสนอเกือบทั้งหมด ผมเรียนว่าเกือบทั้งหมด ยกเว้นเรื่องเดียว ก็คือเรื่องเขตอนุรักษ์เท่านั้นที่คณะกรรมาธิการยอมไม่ได้ สาระสําคัญก็จะมีจํานวนทั้งหมด ๗๖ มาตรา มีอยู่ ๙ หมวด ผมขอสรุปสั้น ๆ นะครับ หมวดแรกจะเปึนบททั่วไป อันนี้ก็จะเปึนคํานิยามที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ ไม่ว่าจะเปึนคํานิยามที่เกี่ยวกับสมาชิก ป์าชุมชน คํานิยำมเรื่องป์าชุมชน คํานิยามเรื่องชุมชน คํานิยามเรื่องพื้นที่อนุรักษ์ ว่าหมายความว่าอย่างไร แล้วก็วัตถุประสงค์ของร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากร ป์าไม้ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์อย่างสมดุลยั่งยืน ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย ของชุมชนในการอนุรักษ์ดูแลป์ำ ช่วยกันฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการ ป์าชุมชน อันนี้อยู่ในหมวด ๑ ซึ่งเปึนหมวดทั่วไป ส่วนหมวด ๒ หมวด ๒ ก็จะเปึน องค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายป์าชุมชน อันนี้เปึนกรรมการระดับนโยบาย ก็จะมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนประ ธาน แล้วก็จะมี องค์ประกอบซึ่งประกอบไปด้วยใครบ้าง ผมจะไม่ลงในรายละเอียด อํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการนโยบายป์าชุมชนก็จะมีอํานาจหน้าที่ในการเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับนโยบายในการจัดตั้งและจัดการป์าชุมชน เสนอแนะในการออกกฎกระทรวง เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งกําหนดระเบียบที่เกี่ยวข้องในการดําเนินงาน ตามกฎหมายฉบับนี้ อีกเรื่องหนึ่งก็จะมีคณะกรรมการป์าชุมชนประจําจังหวัด เมื่อกี้เปึน ระดับข้างบน ระดับนโยบายรองลงไปก็คือระดับจังหวัด ก็จะมีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเปึนประธาน แล้วก็มีคณะกรรมการ ประกอบไปด้วยผู้แทนฝ์ายต่าง ๆ คณะกรรมการป์าชุมชนประจําจังหวัดก็จะทําหน้าที่ ในการพิจารณาคําขอจัดตั้งป์าชุมชน แล้วก็ตรวจสอบรายละเอียดจากการที่มีการจัดทํา

คําขอขึ้น มีอํานาจในการพิจารณาอนุมัติแผนจัดการป์าชุมชน ทําหน้าที่ในการให้คําแนะนํา ให้คําปรึกษา กํากับดูแลการจัดการป์าชุมชน รวมทั้งการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล ส่วนเรื่องการจัดตั้งป์าชุมชนนั้นอยู่ในระดับพื้นที่ อยู่ในระดับชุมชนที่จะเปึนผู้ดําเนินการ โดยชุมชนใดที่มีท้องที่ มีพื้นที่อยู่ใกล้ป์าซึ่งอยู่นอกเขตอนุรักษ์นั้ นก็สามารถยื่นคําขอ ในการขอเข้ามาจัดตั้งป์าชุมชนได้ มีใครบ้างที่มีคุณสมบัติ อายุตั้งแต่ ๑๘ ป้ขึ้นไป มีภูมิลําเนา อยู่ที่นั่นไม่น้อยกว่า ๕ ป้ มีจํานวน ๕๐ คนขึ้นไปยื่นคําขอ มีรายละเอียดคําขอก็ต้องบอก เรื่องวัตถุประสงค์ ความเปึนมาของป์าชุมชนที่นั่น แผนการจัดการป์าชุมชนจะทํากันอย่างไร ก็เสนอผ่านคณะกรรมการประจําจังหวัด คณะกรรมการประจําจังหวัดก็จะพิจารณา ให้ความเห็น แล้วก็เสนอมาที่อธิบดีกรมป์าไม้เปึนผู้ประกาศให้จัดตั้ง อันนี้จะอยู่ในหมวด ๔ ส่วนหมวด ๕ เปึนเรื่องการจัดการป์าชุมชน ผู้ที่จะมีหน้าที่จัดการป์าชุมชน ๑. ก็คือสมาชิก ป์าชุมชน ก็คือคนที่อยู่ในตําบลหมู่บ้านนั้นสมัครเปึนสมาชิกได้ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน แล้วก็ สมาชิกก็จะมีหน้าที่ในการที่จะปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการป์าชุมชน มีหน้าที่ ร่วมกับทางราชการในการดูแล

รักษาป์าชุมชน ส่วนคนที่จะมีหน้าที่ในการบริหารจัดการจริง ๆ ก็คือคณะกรรมการจัดการ ป์าชุมชน อันนี้ก็จะอยู่ในระดับของชุมชนนั้น ๆ ถ้าเปึนชุมชนในระดับหมู่บ้านคณะกรรมการชุดนี้ คณะกรรมการจัดการป์าก็คือคณะกรรมการที่เลือกในระดับของหมู่บ้าน ส่วนอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการจัดการป์าชุมชนก็จะมีอํานาจหน้าที่ในการจัดทําแนวเขตเครื่องหมายของป์า ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารจัดการ แล้วก็ดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของป์าชุมชน กํากับดูแลให้สมาชิกปฏิบัติ ตามข้อบังคับของชุมชน แล้วสิ่งที่สําคัญก็คือจะมีการพูดถึง สิทธิของชุมชนว่าชุมชนที่เข้ามาช่วยกันดูแลป์าชุมชนจะได้อะไรบ้าง ที่ผมเรียนแล้วว่าก็คือ ได้ประโยชน์จากการพึ่งพิงป์า ใช้ประโยชน์จากป์าชุมชนแห่งนั้น สิทธิของชุมชนก็จะเปึนสิทธิ ในการใช้ประโยชน์จากของป์า ไม่ว่าจะเปึนเพื่อครัวเรือน เพื่อการใช้สอย เพื่อสันทนาการ หรือการท่องเที่ยวก็จะเขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ สิ่งที่เขียนไว้อีกเรื่องหนึ่งก็คืออํานาจหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ป์าชุมชน ก็จะเขียนไว้ชัดว่าเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้มีอํานาจหน้าที่ อะไรบ้าง ผมเรียนว่าตามกฎหมายฉบับนี้คณะกรรมการจัดการป์าชุมชนซึ่งเปึนชาวบ้าน จะมีฐานะเปึนเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ก็คือสามารถที่จะเข้าไปตรวจสอบ กํากับ ดูแล ลงโทษ ถ้าเปึนเรื่องกฎหมายอาญาก็สามารถจับกุมตัวเพื่อนําส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตํารวจ เพื่อดําเนินการต่อไป นอกจากนั้นแล้วก็จะเปึนรายละเอียด หมวด ๗ ก็จะเปึนเรื่องการเพิกถอน ป์าชุมชนว่าจะเพิกถอนได้ในกรณีอะไรบ้าง หมวด ๘ จะเปึนมาตรการในการสร้างแรงจูงใจ ให้กับคนที่เข้ามาช่วยดูแลป์าชุมชน หมวดนี้เอาข้อเสนอมาจากที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป สังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสเสนอทั้งหมด เลย ว่าด้วยเรื่องกองทุนป์าชุมชนจัดให้มีกองทุนขึ้นมากองทุนหนึ่งเรียกว่ากองทุนป์าชุมชน แล้วก็เปึนกองทุนที่จะเข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุนการดําเนินการที่เกี่ยวกับการจัดการ ป์าชุมชนของชาวบ้าน สนับสนุนการจัดทําแผนเปึนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุน และค่าใช้จ่ายอื่น องค์ประกอบของคณะกรรมการกองทุนก็จะประกอบด้วยปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง อํานาจหน้าที่ก็จะมี อํานาจหน้าที่กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการใช้จ่ายเงินจากกองทุน รวมไปถึงเรื่องมาตรการ สร้างแรงจูงใจ คนที่เข้าไปช่วยป์าชุมชนที่เปึนชาวบ้าน ผู้นําชุมชน จะมีอะไรบ้างที่ไปจูงใจเขา จะมีเรื่องค่าตอบแทน จะมีเรื่องการยกเว้นภาษีให้กับเจ้าของที่ดินที่ยินยอมให้นําที่ดินไปใช้ เปึนป์าชุมชน หรือภาคเอกชนที่เข้าไปช่วยเหลือสามารถขอรับเอกสารเพื่อที่จะไปใช้ในการ

ลดหย่อนต่าง ๆ ได้ หมวด ๙ ซึ่งเปึนหมวดสุดท้ายก็จะเปึนเรื่องของบทกําหนดโทษ อันนี้ทั้งหมดนี้ก็คือสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติป์าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ พ.ศ. .... ซึ่งผมก็คงขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ในการนําเสนอ ส่วนท่านต่อไปก็คงเปึนท่านเกษมสันต์ครับ