สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

เดชา ปุญญบาล หารือเรื่องการจัดตั้งธนาคารแรงงาน โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทางด้านแรงงาน รวมถึงการปรับปรุงการเงินของธนาคารรัฐ และการก่อตั้งกองทุนประกันสังคม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากสมาชิกสภาในการพิจารณาแนวทางปฏิรูปแรงงาน

พลโท เดชา ปุญญบาล ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน สําหรับการนําเสนอในการปฏิรูป ในเรื่องหลัก ๆ คือการจัดตั้งธนาคารแรงงานและการจัดทําฐานข้อมูล แล้วก็การพัฒนา ฝ้มือแรงงาน และการปฏิรูปการแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเปึนเรื่องที่สอดคล้อง เกี่ยวพันส่งผลต่อเนื่องกัน เรื่องหลัก ๆ ที่ได้นําเสนอนั้นถ้าเราดําเนินการโดยเฉพาะในเรื่อง ฐานข้อมูลหรือดาตาเบส ในส่วนที่อยู่ในแต่ละกระทรวง ซึ่งดูคร่าว ๆ ก็อยู่ประมาณ ๘ กระทรวง แล้วเราสามารถบริหารจัดการได้ ปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าทั้งเรื่องแรงงานข้ามชาติ การขาดแคลนแรงงาน หรือแม้แต่การพัฒนาฝ้มือแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับบางกระทรวง อย่างเช่น กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอื่น ๆ ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์อะไรต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทําให้เราสามารถบูรณาการ แล้วก็บริหารจัดการได้อย่างเปึนระบบ แล้วก็จะแก้ไขปัญหาสําคัญของชาติ สําหรับในเรื่อง ธนาคารแรงงาน ซึ่งคณะกรรมาธิการเราก็ได้นําข้อมูลที่ได้ศึกษามาซึ่งเปึนสิบ ๆ ป้นํามาดูว่า ที่การนําเสนอแล้วยังไม่ได้รับ การตอบรับจากสภาในยุคที่ผ่านมานั้นเนื่องจากอะไร ซึ่งในส่วนนี้เราก็ตอบโจทย์กับท่านที่ท่านห่วงใยไว้ อันดับแรกก็คือการจะเกิดหนี้สูญ จํานวนมาก ตรงนี้เราก็ค่อย ๆ พัฒนาในป้ที่ ๑ ถึงป้ที่ ๓ เมื่อผ่านเกณฑ์จากการประเมินแล้ว จากผู้ที่มาใช้บริการจากธนาคาร โดยเราเน้นไปที่ผู้ที่มีระบบประกันตนก่อนตรงด้านนี้

แล้วก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ รวมทั้งกระบวนการอื่น ๆ ที่เราได้ นําเสนอไปแล้วนั้น ตรงนี้คิดว่าก็เปึนการตอบโจทย์ที่ท่านจะคลายใจได้ในเรื่องนี้ รวมทั้งมีหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในเรื่องที่ ๒ การใช้เงินทุนจํานวนมาก ในการที่จะไปขยายสาขาหรืออะไรต่าง ๆ เราก็จะดําเนินการควบคู่กันไปกับสถาบันการเงิน ของรัฐบาล ซึ่งเราก็ยังไม่ได้เน้นว่าจะเปึนธนาคารใด ตรงนี้ก็จะต้องไปดูในรายละเอียด ซึ่งรัฐบาลก็คงจะต้องมาช่วยเราคิด แต่เราเปึนการเสนอการศึกษารายงานว่าแนวทางนี้ จะเปึนแนวทางที่จะดําเนินการปฏิรูปทางด้านแรงงาน ในเรื่องต่อมาก็คือผู้ที่ห่วงใย ในเรื่องเราจะไปแตะเงินประกันสังคม อันนี้คณะกรรมาธิการไม่ได้แถลงนะครับว่าเราจะ เอาเงินประกันสังคมมาเปึนเงินในการตั้งธนาคาร อันนี้ขอยืนยันว่าผมไม่ได้ แถลงแบบนั้น ผมเพียงนําเสนอแนวคิดว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องของรัฐบาลและส่วนที่เกี่ยวข้องว่าจะเอาเงิน มาจากไหน ส่วนในเรื่องการปรึกษาหารือหรือถาม ผมก็ได้ปรึกษากับผู้ใหญ่หลายท่าน

ซึ่งมันก็มีแนวทางที่จะนําเงินต่าง ๆ มาตั้งเปึนกองทุนเริ่มแรก ซึ่งเราจะไม่ใช้มากในระดับ ๑,๐๐๐ ล้านบาทจนถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็ประมาณนี้ แต่การใช้เงินต้องมีประสิทธิภาพ ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว แล้วเราก็จะประเมินทุกป้ แต่เมื่อผ่าน ๓ ป้แล้วมันไม่ได้เปึนไปตามนั้น เราก็ต้องมาพิจารณาปรับเพื่อให้เกิดความมั่นคง ความแน่ใจว่าจะไม่ไปสร้างปัญหา ให้กับประเทศชาติเพิ่มเติมตามที่ทุกท่านได้ห่วงใย อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ผมขออนุญาต นําเรียนข้อมูลอีกนิดหนึ่ง ถ้ารัฐบาลใช้เงินประกันสังคมผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ข้อมูลที่ผม ทราบมาจากเดิมส่วนหนึ่ง อันนี้ขออนุญาตส่วนหนึ่งถ้ามันไม่ตรงตามนี้บ้างก็อาจจะผิดเพี้ยน เล็กน้อย เงินกองทุนประกันสังคมได้ให้กับทางด้านเอสเอ็มอีกู้ยืมคือนําไปใช้โดยคิดดอกเบี้ย แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่ผ่านมานะครับ แต่ในป้ที่ผ่านมาล่าสุดก็มีการเจรจากันใหม่ เพราะว่า ดอกเบี้ยต่ํามาก แล้วทางเอสเอ็มอีก็เอาไปดําเนินการซึ่งก็มีดอกเบี้ยที่สูงที่ไปปล่อยให้ทํา โครงการต่าง ๆ ตอนนี้เพิ่มเปึน ๒.๗ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะใกล้เคียงนี้ ไม่เกินนี้ หรือว่า ไม่มากกว่านี้เล็กน้อย อันนี้ผมขออนุญาตว่าประมาณนี้ ใช้คําว่าประมาณนี้ เพราะว่าผมก็ ไม่ค่อยทราบในเรื่องการธนาคาร เท่าไรแต่พยายามศึกษา แต่ถ้าธนาคารแรงงานตรงนี้ ถ้ารัฐบาลหรือว่าคณะผู้จัดตั้ง ก่อตั้งจะพิจารณาเอาเงินประกันสังคมอาจจะออกเปึนไม่ต้อง ให้ประกันสังคมมาเสี่ยงกับธนาคารนี้ กับกองทุนนี้ รัฐบาลอาจจะออกพันธบัตรไม่ต้องมาก ระดับ ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่เกิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท เอามาอย่างสมมุติว่าให้เท่าเอสเอ็มอี หรือมากกว่านิดหน่อย ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อกองทุนประกันสังคมในป้หนึ่งหรือป้ ๓ เมื่อเอามาดําเนินการบริหารเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ในช่องว่าง ไม่สามารถที่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนของธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารรัฐที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ตามที่ผมได้ชี้แจงไปแล้วว่าเราใช้กับกลุ่มไหนบ้าง ตรงนั้นมันก็อาจจะมีดอกเบี้ยก็ไม่สูง ก็อาจจะสัก ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ ตรงด้านนี้ผมคิดว่าเงินกองทุนประกันสังคมเกิดมาจาก การสมทบทุน ๓ ส่วนที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วนั้นมัน ก็ถือว่าเปึนเงินของแรงงาน แต่ถ้าเราจะนําเงินของแรงงานมาช่วยแรงงานผู้ยังขาดโอกาสที่ยังมีความเหลื่อมล้ําอยู่มาก ที่จะเข้าถึงที่จะเดินเข้าไปพบธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารอะไรต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วก็คือ เราให้กับกลุ่มที่อยู่ในช่องว่างเหล่านี้ได้นํามาช่วยบรรเทา อาจจะไม่ได้แก้ไขได้ทั้งหมด แต่ช่วยบรรเทาให้ท่านเหล่านี้ได้มีโอกาสมากขึ้นในกิจกรรมที่เพื่อนสมาชิกได้ชี้แจงไปแล้ว ผมจะไม่กล่าวซ้ํา แล้วผมขออนุญาตเท่าที่ผมทราบมาอย่างสมาชิกบางท่านกล่าวถึง

นาโนไฟแนนซ์ ผมขออนุญาตนําเรียนนิดหนึ่งว่ำก็เปึนสิ่งที่ดีที่รัฐบาลได้มีการจัดการ แต่ท่านทราบไหมครับดอกเบี้ยเท่าไร ๓๖ เปอร์เซ็นต์ต่อป้นะครับ แต่ถ้ากองทุนพัฒนา คุณภาพชีวิตที่เราเริ่มต้นที่จะเปึนเมื่อครบได้รับเกณฑ์ประเมิน ผ่านการประเมิน ๓ ป้แล้ว เปึนธนาคารแรงงานตรงนี้แน่นอนไม่ใช่ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ต่อป้แน่นอน ผมก็คิดว่าประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์หรือไม่เกิน ๗ เปอร์เซ็นต์ คือเอาแค่ให้ตรงกับเปัาหมายที่เราต้องการ ที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากแหล่ง สถาบันการเงินที่เรามีอยู่ในประเทศนี้ อย่างที่ท่านกอบศักดิ์ได้อภิปรา ยว่ามีธนาคาร หรือแหล่งเงินทุนมากจริง

แต่ว่าสําหรับผู้ที่มีรายได้ระดับหนึ่ง แต่ผู้ที่มีรายได้ระดับน้อยจริง ๆ นี่ แหล่งเงินทุนเหล่านี้ ต่างหากที่ยังขาดแคลน เราจะช้อนจุดนี้เพื่อลดความเหลื่อมล้ําของสังคมของประเทศไทย ในยุคที่มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเพิ่งเคยมีเปึนสภาแห่งแรกของประเทศไทยในยุคนี้ ฉะนั้นผมก็ ขอนําเรียนเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกรุณาพิจารณาแ ล้วก็ขั้นแรกที่เราอยากจะขอให้ท่าน ช่วยพิจารณาก็คือพิจารณาถึงผลการศึกษารายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงาน เพราะเรามีความเชื่อมั่นว่าการศึกษาของคณะเรา เราอาจจะชี้แจงได้ไม่ละเอียดมากนัก แต่เราจะเพิ่มเติม ย้ํานะครับ ธนาคารแรงงานอันดับแรกเราตั้งเปึนลักษณะกองทุนพัฒนา คุณภาพชีวิตในช่วงป้ ๑ ถึงป้ ๓ มีการประเมินทุกป้ เพื่อปรับพฤติกรรมของแรงงานที่อาจจะ เผลอตัวไปบ้าง คือให้มาอยู่ในกรอบว่าอย่างเช่นมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น มีบัญชีรายจ่าย รายรับ อะไรต่าง ๆ อันนี้ก็จะเปึนรายละเอียด เราถึงจะช่วยเหลือแรงงานเหล่านี้ แล้วก็เปึนการแก้ไข ความเดือดร้อน เปึนการบรรเทาความเดือดร้อนที่ท่านเหล่านั้นเดือดร้อนจริง ๆ อย่างเช่น การศึกษาบุตร อย่างเช่นอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ และอีกอันหนึ่งก็คือปัญหาที่ประเทศไทยเราเคยเกิด อย่างเช่นบริษัท ไทยเกรียง กรุ๊ป (จํากัด ) มหาชน หรือโรงงานตุ๊กตาที่มีการไฟไหม้ กว่าแรงงานเหล่านี้จะได้ค่าแรง ได้ค่าตอบแทน บริษัทประกันภัยก็ต้องมีการตกลงกับบริษัท ที่ทําประกันภัยอยู่กว่าจะได้ แต่อันนี้เราจะโอนสิทธิในส่วนนี้มาให้ธนาคารแรงงานแล้วก็แก้ไข ช่วยเหลือภาคแรงงานของเราที่เดือดร้อนก่อน ซึ่งการปฏิรูปแรงงานที่เรานําเสนอนี้เพื่อเปึน การบูรณาการ สร้างกลไก สร้างหลักประกันเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางรายได้ และการพัฒนา คุณภาพชีวิต การเพิ่มทักษะแรงงานต่าง ๆ เพื่อเปึนการบริหารจัดการคน งาน เงิน ให้เกิด ความสมดุลเพื่อเปึนการพัฒนาประเทศ แล้วก็ไปสู่การปฏิรูปก้าวไปยังความมั่นคงให้กับ ประเทศไทย ฉะนั้นผมก็ขอให้ท่านช่วยกรุณาพิจารณา แล้วก็พิจารณาถึงแนวทางที่เราได้ ศึกษาในการปฏิรูปแรงงานนี้ ขอบคุณมากครับ