สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

กอบศักดิ์ ภูตระกูล หารือเรื่องการจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานและการจัดตั้งธนาคารแรงงาน เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ และลดภาระดอกเบี้ย และเสนอการให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ใช้แรงงานที่มีรายได้น้อย โดยมีธนาคารออมสินหรือ ธ.ก.ส. เป็นตัวแทนในการจัดตั้งและดำเนินการ และเสนอการออกพันธบัตรกู้ยืมเพื่อสนับสนุนการดำเนินการนี้ และยังเสนอการปฏิรูปสังคมเพื่อช่วยเหลือคนจนและผู้ใช้แรงงาน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ หมายเลข ๐๐๙ ขอแสดงความชื่นชมกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การแรงงาน โดยเฉพาะในส่วนของการจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ซึ่งจะเปึน จุดเริ่มต้นที่นําไปสู่การจัดตั้งธนาคารแรงงานต่อไปหากผลการดําเนินงานอยู่ในระดับ

ที่น่าพอใจ ข้อเสนอในการปฏิรูปครั้งนี้ผมคิดว่าเปึนการปฏิรูปครั้งสําคัญที่จะช่วยยกระดับ ชีวิตของแรงงานในระบบกว่า ๓๐ ล้านคน โดยแรงงานส่วนนี้ในปัจจุบันผมขอบอกเลยว่า เปึนผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากมีรายได้ไม่มาก แล้วก็ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ําประกันที่เหมาะสม หลายคนบอกว่าเรามีแบงก์มากแล้ว แต่ความจริง ผมคิดว่าแบงก์ที่เรามีไม่ตั้งใจรับคนเหล่านี้เปึนลูกค้า เพราะว่าอะไร เพราะว่าเขารายได้ น้อยเกินไป เขาไม่มีหลักทรัพย์มาค้ําประกัน เพราะฉะนั้นเวลาลูกจ้างแรงงานในโรงงานของเรา เดินไปที่ธนาคารพาณิชย์ขอกู้ธนาคารก็ไม่สามารถพิจารณาให้ได้นี่คือปัญหาอย่างไรครับ ผมเลยบอกว่าแบงก์มากไปสําหรับคนที่มีเงิน แต่ว่าคนที่ไม่มีเงิน แบงก์น้อยไปครับ เขาไม่สามารถที่จะเข้าถึงแหล่งเงินได้ แล้วพอเขาเข้าไม่ถึงแหล่งเงินได้ทําให้เมื่อเขา มีความจําเปึนเกิดขึ้นไม่ว่าจะเปึนเรื่องของความเจ็บป์วย อุบัติเหตุ ค่าเทอมลูก เขาก็ต้อง หันไปหาแหล่งเงินกู้นอกระบบ ซึ่งแหล่งเงินกู้นอกระบบเหล่านี้ผมได้ยินมา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน แล้วสุดท้ายพอเขาหันไปสู่แหล่งเงินกู้นอกระบบ เพราะเขาไม่มีที่ไปเขาก็เลยมีหนี้สินมากมายไม่สามารถชําระหนี้ได้ การจัดให้มีกองทุน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานและการจัดตั้งธนาคารแรงงานเมื่อพร้อมผมคิดว่า เปึนการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด แล้วช่วยให้คนใช้แรงงานเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ ช่วยลดภาระ ดอกเบี้ย แล้วก็อยู่ในวิสัยที่เขาจะสามารถบริหารจัดการชีวิตและการเงินของเขาได้ กระผมคิดว่าที่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอมานั้นตอบความกังวลใจของหลาย ๆ คน ที่ได้อภิปรายตั้งแต่เมื่อหลาย ๆ เดือนที่แล้ว รวมถึงผมเองเน้นใน ๓ ด้าน

ผมคิดว่าด้านที่ ๑ คือเรื่องของต้นทุน ผมคิดว่าหลายคนกังวลใจอย่างยิ่งเลยครับว่า จัดตั้งธนาคารมันเปึนภาระกับรัฐบาล เปึนภาระกับทุก ๆ คน กลัวว่าจะมีการจัดตั้งสาขา เปึนจํานวนมากทําให้เกิดต้นทุน ทีนี้ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงครั้งนี้ซึ่งผมก็คิดว่า ดีมากเลยนะครับ ที่มีการตัดสินใจว่าจะจัดตั้งเปึนกองทุนก่อน แล้วหลังจากนั้นก็จะใช้สาขา ของธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. เปึนเครือข่ายในการดําเนินการ ซึ่งจะทําให้ลดต้นทุนไปได้มาก และขณะเดียวกันก็ใช้นายจ้างเปึนคนหักเงินเดือนให้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทําให้เกิด ความประหยัดในการดําเนินการ แล้วทําให้สิ่งที่เราตั้งใจจะสร้างไม่เปึนภาระกับทุกคน ด้านที่ ๒ ที่หลายคนรวมถึงกระผมเองก็กังวลใจก็คือเรื่องของความเสี่ยงครับ หลายคนกังวลใจ ว่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้ นจากการที่แรงงานเหล่านี้จะไม่คืนหนี้ กระผมคิดว่า ที่คณะกรรมาธิการได้มีการเสนอมานั้นก็น่าจะช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ได้ดี ถึงระดับหนึ่ง เพราะอะไรครับ เพราะว่าที่ท่านเสนอให้นายจ้างหักเงินเดือนให้ อันนี้จะเปึน สิ่งที่คล้ายกับระบบที่ทางสหกรณ์ออมทรัพ ย์ใช้ ผมคิดว่าทุกคนรู้จักสหกรณ์ออมทรัพย์ดี ถ้าเกิดเราเปึนสมาชิกเราไม่เห็นเงินเดือนนะครับ เขาหักเงินเดือนไปตั้งแต่เราได้รับเงินเดือน แล้วเราไม่มีสิทธิจะคิดว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย อันนี้ต่างจากระบบธนาคารพาณิชย์ที่เราทําอยู่ ในปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์ขอดูสลิปเงินเดือนครับ เพื่ออะไร เพื่อดูว่าเขามีความสามารถ ในการจ่ายหรือเปล่า แต่ว่าเขาจะจ่ายหรือไม่จ่ายอยู่กับตัวเขาเองสิครับ เขาได้เงินเดือนมา เขาบอกผมไม่อยากจะจ่ายคุณหรอก ผมก็ไม่จ่ายเดือนนี้ได้ แต่ระบบที่ทางคณะกรรมาธิการเสนอ เปึนอีกระบบหนึ่งซึ่งแตกต่างออกไป ก็คือว่าไม่ มีการตัดสินใจว่าจ่ายหรือไม่จ่าย แต่นายจ้างจะหักให้เลยตามคํายินยอมของลูกจ้างที่ได้เซ็นในขณะที่จะกู้ยืม ซึ่งอันนี้ผมคิดว่า เปึนเรื่องที่สําคัญ แล้วจะช่วยลดความเสี่ยงของแห่งนี้ให้เหมือนกับเปึนความเสี่ยงของ สหกรณ์ออมทรัพย์มากกว่า ซึ่งในจุดนี้คณะกรรมาธิการก็ได้เสนอเรื่องของการเก็บเงินออม ไว้ก่อน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มีเพื่อนค้ําประกันให้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะช่วย ผมคิดว่าอันนี้จะทําให้ เกิดสหกรณ์ขนาดใหญ่สําหรับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศไทย ผมคิดว่าที่ท่านอาจารย์วิริยะ พูดเมื่อสักครู่นี่พูดว่า ธนาคาร สหกรณ์ ผู้ใช้แรงงาน นี่คือสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้เอาแนวคิด เรื่องสหกรณ์มาผนวกกับเรื่องของธนาคารแล้วจะทําให้เกิดโครงสร้างนี้ขึ้น กระผมคิดว่า โอกาสครั้งนี้เปึนโอกาสครั้งสําคัญที่เราจะจัดทํากฎหมายให้เปึนกลไกพิเศษในลักษณะ ที่ทําให้เกิดการดูแลความเสี่ยงในลักษณะนี้ ทําให้เกิดธนาคารรูปแบบใหม่ที่ สามารถ

ให้บริการกับผู้ใช้แรงงานที่มีรายได้น้อยด้วยความเสี่ยงที่ควบคุมได้ ซึ่งในจุดนี้ผมคิดว่า จะเปึนข้อได้เปรียบกับธนาคารออมสินหรือ ธ.ก.ส. ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ๒ อันนี้ครับถ้าเกิดไป ปล่อยคนจนหรือปล่อยแรงงานเขาก็ต้องทําเหมือนธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยการต้องรอว่า เขาจะมาคืนสตางค์หรือเปล่า ก็มีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับคืนสตางค์ แต่ผมคิดว่าถ้าเกิด เราสามารถอาศัยโอกาสนี้จัดทํากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาได้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็สร้าง องค์กรใหม่ขึ้นมาที่จะช่วยดูแลในเรื่องนี้ ผมขอใช้เวลาอีกนิดหนึ่งครับ ในด้านที่ ๓ ก็คือ เรื่องของเงินทุนที่หลายคนกังวลใจว่าจะมาจากไหน จะใช้เงินของประกันสังคมหรือไม่ ผมคิดว่าในส่วนนี้รัฐบาลสามารถทําได้หลายทางครับ อุดหนุนโดยตรงก็ได้ หรือจะออก พันธบัตรกู้ยืมมาให้ก็ได้ เพื่อไม่ให้เปึนภาระต่อทางการ แล้วก็คิดดอกเบี้ยกับธนาคารแห่งนี้ หรือกองทุนแห่งนี้ โดยถ้าเกิดกู้ยืมที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ในการออกพันธบัตรก็สามารถให้กองทุน แห่งนี้ปล่อยสินเชื่อที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ เพราะว่าที่ ๘-๑๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนดอกเบี้ยที่ถูกลงมาแล้วเมื่อเทียบกับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน ซึ่งอันนี้ก็น่าจะสามารถ ควบคุมต้นทุนแล้วก็ภาระที่เกิดกับภาครัฐได้ และกระผมคิดนะครับ คนจนปกติคืนหนี้ครับ แล้วยิ่งมีนายจ้างรับดูแล แล้วย้ายไปที่ใหม่นายจ้างคนใหม่จะดูแลโอกาสได้รับการชําระหนี้ ก็จะมีสูง สุดท้ายผมขอแสดงความชื่นชมกับคณะกรรมาธิการที่เสนอให้มีการประเมิ นผล ก่อนที่จะมีการจัดตั้งธนาคารแรงงานที่สมบูรณ์ต่อไป ซึ่งเปึนข้อเสนอที่รัดกุม ไม่รีบร้อน แล้วก็ไม่สุ่มเสี่ยงต่อความเสียหาย แล้วถ้าเกิดเราสามารถดําเนินการได้ตามนี้ กระผมคิดว่า จะเปึนการปลดความทุกข์สร้างที่พึ่งให้กับคนไทยจํานวน ๓๐ กว่าล้านคน แล้วก็จะเปึน การปฏิรูปครั้งสําคัญของประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ