สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

นิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ หารือเรื่องแรงงานไทย โดยเน้นการพัฒนาฝีมือแรงงานไทย โดยเฉพาะฝีมือแรงงานในด้านการเป็นผู้นำ การจัดการ การใช้ภาษา หรือซอฟต์ สกิล (Soft skill) ต่าง ๆ และเรียกร้องการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อตอบสนองแรงงานและฝีมือแรงงาน นิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ เสนอแนวทางการพัฒนากำลังคน โดยเน้นการบูรณาการระหว่างภาคภาครัฐและเอกชน รวมถึงการสร้างระบบการฝึกอบรมและค่าตอบแทนตามสมรรถนะในการประกอบวิชาชีพ และการเชื่อมโยงระหว่างโลกการศึกษากับโลกการทํางาน

นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ที่เคารพ กระผม นิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ ผู้เตรียมรายงานคณะอนุกรรมาธิการ พัฒนาฝ้มือแรงงานไทย ขอกราบเรียนผลการศึกษาดังต่อไปนี้ ปัญหาเรื่องแรงงานของ ประเทศไทยในด้านฝ้มือแรงงานและมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพนั้นมีอยู่หลากหลายประเด็น

อาทิ การขาดสมรรถนะของกําลังคนทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพ เน้นการพัฒนากําลังคน เฉพาะมิติด้านพัฒนาฝ้มือ ขาดการพัฒนาและมิติด้านอื่น เช่น การเปึนผู้นํา การจัดการ การใช้ภาษาหรือซอฟต์ สกิล (Soft skill) ต่าง ๆ การขาดกลไกการพัฒนากําลังคนนอกระบบ เช่น แรงงานภาคเกษตรกรรมและแรงงานในอุตสาหกรรมครัวเรือน เปึนต้น การผลิตกําลังคนจากภาคการศึกษายังคงไม่สอดคล้องกับความต้องการเท่าที่ควร เปึนการสูญเสียงบประมาณของรัฐโดยไม่เปึนประโยชน์ ระบบการศึกษายังไม่สามารถพัฒนา ระบบการเทียบโอนทางการศึกษาเพื่อตอบสนองแรงงานและกําลังคน โดยที่ยังไม่มี ความสามารถพัฒนาระบบการเทียบโอนในการศึกษาเพื่อตอบสนองแรงงานและกําลังคน ที่ต้องการต่อยอดทางการศึกษาได้ การขาดเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนทําให้แรงงานและกําลังคน ไม่มีแนวทางที่จะสามารถพัฒนาตัวเองได้ รวมถึงอาชีพอิสระที่ไม่มีมาตรฐานอย่างชัดเจน ทําให้ผู้บริโภคสูญเสียผลประโยชน์ อีกทั้งค่าตอบแทนที่ยังไม่สัมพันธ์กับทักษะฝ้มือ อย่างแท้จริง ยังคงผูกพันกับค่าแรงขั้นต่ํา

ในการนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานพิจารณาว่าการปฏิรูปเกี่ยวกับฝ้มือแรงงาน แต่เพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาของทักษะหรือสมรรถนะในการทํางาน ในการประกอบวิชาชีพของคนไทยได้อย่างแท้จริง หากแต่เปึนการปฏิรูปการพัฒนากําลังคน ทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบการผลิตกําลังคน หรือระบบการศึกษา การเน้นสมรรถนะในการทํางาน ได้จริง มากกว่าการมีคุณวุฒิทางการศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว การเรียนรู้และการพัฒนา ตัวเองตลอดชีวิต โดยทั้งหมดต้องเปึนปณิธาน ที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและ อุตสาหกรรม ปัจจุบันประเทศไทยมีกลไกในการสนับสนุนการพัฒนากําลังคนในทุกภาคส่วน สรุปเปึนแผนยุทธศาสตร์และการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ๑. แผนพัฒนากําลังคน ในระดับประเทศ ๒. แผนแม่บทด้านแรงงาน ๓. นโยบายพัฒนากรอบคุณวุฒิวิชาชีพของ ประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อดําเนินการดังกล่าว ๔. มาตรการจูงใจและสิทธิประโยชน์ที่ให้แก่ผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มีกิจกรรมส่งเสริม การพัฒนาฝ้มือแรงงาน โดยมีมาตรการทางภาษีที่ภาคเอกชนสามารถนํามาลดค่าใช้ จ่าย ยกเว้นคืนภาษีได้เปึนกรณีพิ เศษ ๒ เท่า รวมทั้งการมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาฝ้มือแรงงาน เพื่อเปึนเงินทุนหมุนเวียนในการส่งเสริมการพัฒนาฝ้มือแรงงาน และ ๕. การมีคณะกรรมการ พัฒนาแรงงานและประสานงานการฝ๊กอาชีพแห่งชาติ หรือ กพร.ปช. ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ ในการกําหนดนโยบายและทิศทางการฝ๊กอาชีพ ประสานการพัฒนาฝ้มือแรงงานของ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในภาพรวม แต่ทั้งนี้ประเด็นปัญหาหลักของเรื่องการพัฒนา ฝ้มือแรงงานไทย คือการที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากําลังคน และฝ้มือ แรงงานของประเทศ ขาดการบูรณาการเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในทิศทาง เดียวกันอย่างชัดเจน ซึ่งจะพบว่าถึงแม้จะมีแผนพัฒนากําลังคนที่ครอบคลุมในการพัฒนา ทั้งภาคการศึกษา รวมถึงมีการตั้งกรอบคุณวุฒิวิชาชีพตามหลักสมรรถนะในการทํางาน แล้วก็ตาม แต่หลาย ๆ นโยบายก็ยังไม่สามารถดําเนินการได้ในทางปฏิบัติ รวมทั้งมาตรการ ในการส่งเสริมและการพัฒนา ส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นไปที่ทางการพัฒนาฝ้มือแรงงาน แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับระบบการพัฒนากําลังคน ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ซึ่งทําหน้าที่พัฒนากําลังคนนอกระบบการศึกษา ผ่านระบบการฝ๊กอบรม ตามมาตรฐานฝ้มือแรงงานของกรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน การดูแลรหัสอาชีพเทียบเคียงกับ รหัสสากลโดยกรมการจัดหางาน หน่วยงานที่ ๒ คือกระทรวงศึกษาธิการทําหน้าที่ผลิต

กําลังคนในระบบการศึกษาในทุกระดับ รวมทั้งการศึกษานอกโรงเรียน และยังเปึนหน่วยงาน ที่ดูแลกรอบคุณวุฒิแห่งชาติโดยสํานักงำนเลขาธิการสภาการศึกษา อันเปึนร่มใหญ่ของ คุณวุฒิทั้งหมดที่จะเทียบเคียงกับกรอบคุณวุฒิของอาเซียนด้วย และ ๓. สถาบันคุณวุฒิ วิชาชีพ องค์การมหาชน ซึ่งทําหน้าที่พัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพ และส่งเสริม สนับสนุนให้ กลุ่มวิชาชีพจัดทํามาตรฐานอาชีพของตนเอง โดยเมื่อบูรณาการการพัฒนากําลังคนและ ฝ้มือแรงงานเข้าไปในระบบเดียวกันจะมีรูปแบบโครงสร้างดังต่อไปนี้ มาตรฐานอาชีพและ คุณวุฒิวิชาชีพจะถูกกําหนดและติดตามโดยภาคความต้องการและภาคนโยบาย จากนั้นจะส่งต่อไปยังภาคการศึกษาเพื่อพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับ มาตรฐาน พร้อมทั้งมีกลไกการเชื่อมโยงคุณวุฒิวิชาชีพกับคุณวุฒิการศึกษาเพื่อสร้างโอกาส ในการศึกษาต่อ อีกด้านหนึ่งก็จะส่งต่อไปยังการพัฒนานอกระบบการศึกษาโดยกระทรวง แรงงาน เพื่อการฝ๊กอบรมและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลักดันให้มีรายได้ ตามสมรรถนะฝ้มือ และสุดท้ายก็คือการนําข้อมูลทั้งหม ดไปเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลต่าง ๆ โดยทั้งนี้ต้องมีกลไกในการบูรณาการเพื่อทําหน้าที่กําหนดนโยบาย กํากับ และขับเคลื่อน การทํางานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ การบูรณาการการทํางานที่ทิศทาง สอดคล้องกันด้วยการประสานนโยบาย การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ หรือการออกกฎหมาย เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกัน ด้านการจ้างงาน ด้านการคุ้มครองแรงงาน รวมทั้งสิทธิประโยชน์ ทางภาษี คณะกรรมาธิการจึงขอเสนอประเด็นในการปฏิรูปโดยการออกกฎหมาย พระราชบัญญัติบูรณาการการพัฒนากําลังคนและฝ้มือแรงงานแห่งชาติ ภายใต้การกํากับ ของนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยมีเนื้อหาหลักในการตั้งคณะกรรมการบูรณาการการพัฒนา กําลังคน และฝ้มือแรงงานแห่งชาติ กําหนดให้การพัฒนาศักยภาพของกําลังคนของประเทศ เปึนวาระแห่งชาติ ในรายงานฉบับสมบูรณ์ได้เสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ไว้จํานวน ๑๙ มาตรา โดยมาตรา ๕ ได้กล่าวถึงโครงสร้างของคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งจะมี นายกรัฐมนตรีเปึนประธาน และมีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้กํากับดูแล ด้านการพัฒนากําลังคนในภาพรวมเปึนรองประธาน มีคณะกรรมการจากหน่วยงานทางด้าน การศึกษา ได้แก่ หัวหน้าหน่วยต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการ การอุดมศึกษา และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะมีกรรมการ จากหน่วยงานทางด้านแรงงาน

ได้แก่ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน และอธิบดีกรมการจัดหางาน ในส่วนของกรรมการจัดหน่วยงานด้านนโยบายและสนับสนุนจะเปึนหัวหน้าหน่วยงาน กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากําลังคน รวมถึงหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนโยบาย ได้แก่เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ในขณะที่ กรรมการจากภาคเอกชนซึ่งเปึนภาคความต้องการจะได้แก่ประธานสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาองค์การนายจ้าง ผู้แทนสภาองค์การลูกจ้าง และผู้ทรงคุณวุฒิ ในมาตรา ๙ จะกล่าวถึงอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการโดยในวรรคสุดท้าย ได้กําหนดอํานาจเพื่อสามารถให้เกิดการผลักดันในการดําเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ นั่นคือเนื้อหาว่า ในการดําเนินงานตามอํานาจหน้าที่ในเรื่องใด ถ้าคณะกรรมการมีมติ ให้หน่วยงานของรัฐหน่วยงานใดหรือคณะกรรมการตามกฎหมายใดนําไปปฏิบัติ ให้หน่วยงาน ของรัฐงานหน่วยนั้นหรือคณะกรรมการตามกฎหมายนั้นมีหน้าที่ปฏิบัติตามโดยเร็ว ทั้งนี้ หากคณะกรรมการเห็นว่ามีกรณีจําเปึนอาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา และลงมติ เปึนอย่างไรก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการตามโดยเร็วเช่นกัน ทั้งนี้ แนวทาง ที่คณะกรรมการชุดนี้จะผลักดันให้เกิดการบูรณาการพัฒนากําลังคนตามวัตถุประสงค์ อาทิเช่นการจัดการศึกษาทุกระดับต้องดําเนินการในหลักสูตรที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ และคุณวุฒิวิชาชีพและกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ส่งเสริมและกํากับให้เกิดการเชื่อมโยง กรอบคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ และมาตรฐานฝ้มือแรงงานเพื่อเทียบเคียง กับกรอบคุณวุฒิอาเซียน พัฒนาและส่งเสริมระบบการฝ๊กอบรมทั้งในและนอก สถานประกอบการ การสร้างกลไกให้เกิดระบบค่าตอบแทนตามสมรรถนะในการ ประกอบวิชาชีพ เชื่อมโยงโลกการศึกษากับโลกการทํางานด้วยระบบการเทียบเคียงคุณวุฒิ วิชาชีพกับคุณวุฒิการศึกษา และเชื่อมโยงศูนย์กลางข้อมูลด้านมาตรฐานอาชีพ และคุณวุฒิวิชาชีพในสาขาและระดับต่าง ๆ ของประเทศที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลแรงงาน และฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นจากการบูรณาการนี้บ่งชี้ได้จาก ๑. หลักสูตรการศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ตามทิศทางในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยผู้ที่จบการศึกษาได้รับการรับรองสมรรถนะ ตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งเปึนมาตรฐานที่กําหนดโดยภาคธุรกิจอุตสาหกรรม

ในแต่ละสาขาวิชาชีพ โดยประโยชน์ที่ได้คือการที่จบการศึกษาแล้วได้รับการรับรองสมรรถนะ ในอาชีพนอกเหนือจากคุณวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว สามารถทํางานได้ทันที และจะสามารถขับเคลื่อนให้มีผู้เรียนในระดับอาชีวศึกษามากขึ้น ๒. แรงงานและกําลังคน ของประเทศมีสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ บ่งชี้ด้วยจํานวนผู้ที่ได้รับการรับรอง คุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานอาชีพ การรับรองมาตรฐานฝ้มือแรงงาน ผู้ประกอบการ สามารถใช้ในการดําเนินธุรกิจ รวมทั้งการจ่ายค่าตอบแทน ที่อ้างอิงจากความสามารถ ในการรับรอง ขณะเดียวกันผู้ประกอบอาชีพสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐาน โดยได้รับ การรับรองในระดับชาติและสามารถใช้เปึนเครื่องมือเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ รวมทั้ง อ้างอิงในการเคลื่อนย้ายการทํางานสู่ประเทศอื่นในอาเซียนได้ ๓. ประเทศมีศักยภาพ ในการแข่งขัน บ่งชี้โดยดัชนีความสามารถและการแข่งขันของประเทศ โดยกําลังคน ที่มีมาตรฐานและศักยภาพเพิ่มขึ้น ครอบคลุมทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ภาคเกษตรกรรม หรือแม้แต่วิชาชีพอิสระ ๔. ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝ้มือ บ่งชี้โดยผู้ที่ได้รับการรับรองสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพที่มีระดับทักษะฝ้มือมากขึ้น ทั้งนี้ ในปัจจุบันการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝ้มือเปึนปัญหาหนึ่งที่สําคัญมากกว่า ฝ้มืออุตสาหกรรม ทั้งนี้ภาคเอกชนจะมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากําลังคนมากขึ้น สําหรับผลกระทบในวงกว้างของประเทศในมิติต่าง ๆ ได้แก่การ ได้กําลังแรงงาน ที่ได้การรับรองมาตรฐานเพื่อตอบสนองการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝ้มือ การมีหลักสูตร ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพที่กําหนดโดยเจ้าของอาชีพ จัดส่งเสริมให้เกิดการเรียน ในสาขาวิชาชีพมากขึ้นเปึนการเพิ่มสัดส่วนการเรียนต่อในระดับอาชีวศึกษาและทักษะฝ้มือ การมีระบบคุณวุฒิวิชาชีพทําให้ระบบค่าตอบแทนไม่ขึ้นกับคุณวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว เปึนการแก้ปัญหาค่าตอบแทนที่ไม่สัมพันธ์กับสมรรถนะและทักษะฝ้มือ และ ๔. การจัดการ การฝ๊กอบรมเพิ่มเติมตรงกับความต้องการกับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพที่เปึน ความต้องการของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ขอจบการรายงานเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ