สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ เสนอโครงการธนาคารแรงงาน โดยมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ การขายพันธบัตรพิเศษให้กับกองทุนประกันสังคมเพื่อใช้ประโยชน์กับคนงาน การกู้ยืมเงินสำหรับลูกจ้าง โดยเสนอเงื่อนไข 4 ข้อ และการบังคับออมเงิน 3 ปี เพื่อพัฒนาตนเองและลดการใช้จ่าย และมีเป้าหมายที่จะเก็บเงินออม 10% ของเงินที่กู้ยืม และมีเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ธนาคารกำหนดเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเสนอว่าเงินออมนี้สามารถนำไปใช้ในการประกันสังคมและพัฒนาคนของลูกจ้าง

รองศาสตราจารย์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตสัก ๕-๖ นาทีนะครับ กรุณาขึ้นโฟลชาร์ต (Flowchart) ของผมหน่อยครับ โอเคครับ จริง ๆ โครงการธนาคารแรงงานนั้นมีอยู่ ๓ ขั้นตอน แต่ขั้นตอนที่ผมพูดนี่คือ ขั้นตอนที่ ๑ ยังไม่ใช่ธนาคารแรงงาน เราอาจจะเรียกว่าเปึนขั้นตอนที่ ๑ ว่าด้วยการทดสอบ พัฒนาชีวิตลูกจ้าง นั่นคือขณะนี้กองทุนประกันสังคม เงินส่วนใหญ่ได้ถูกนําไปใช้ซื้อ พันธบัตรรัฐบาลประมาณ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ อีกส่วนหนึ่งนําไปลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ สินทรัพย์เสี่ยงนี่อันตรายอยู่ โดยเฉพาะปัจจุบันประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นเราคิดว่าถ้าเราจะเอาเงินก้อนนี้มาใช้ประโยชน์กับคนงานในลักษณะของธนาคาร น่าจะเกิดผลต่อประเทศ ที่ว่าจะเกิดผลต่อประเทศก็เพราะว่าปัจจุบันนั้นเศรษฐกิจไทยลากจูง ด้วยการบริโภคของครัวเรือนนั้นถึงประมาณ ๕๒-๕๕ เปอร์เซ็นต์ กําลังซื้อเหล่านี้มาจาก รายได้ประชาชาติของทุกคนหมายความว่ารายได้ของทุกคน และรายได้ของทุกคนนั้นเมื่อดู ไปแล้วมาจากค่าจ้างประมาณ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ มาจากรายได้ของเกษตรกรประมาณ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้ว ๗๘ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือกําลังซื้อของชาติ ดังนั้นธนาคารแรงงานที่เรา คิดนี่มิได้เพียงแต่ต้องการจะช่วยลูกจ้ำง แต่มันช่วยพยุงกําลังซื้อของชาติไปในตัว เพราะค่าตอบแทนของลูกจ้างนั้นมันเปึนประมาณ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ ไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราคิดก็คือว่า ๑. ถ้าเปึนไปได้รัฐบาลใจกว้างพอกรุณาขายพันธบัตรพิเศษ ให้กับกองทุนประกันสังคม หรือกองทุนประกันสังคมจะลงทุนเองก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากบริหาร จัดการก็ขายพันธบัตรรัฐบาลไปประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ๓๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ก็แล้วแต่ แล้วแต่จะอํานวยความสะดวกได้ ซึ่งจะได้ดอกเบี้ยพิเศษ เช่นว่าตลาด ๓ เปอร์เซ็นต์ เราอาจจะให้ถึง ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ เพราะกองทุนประกันสังคมเปึนของลูกจ้างอยู่แล้วครับ เมื่อได้เงินมาแล้วเงินก้อนนี้ก็นําไปจัดโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาชีวิตลูกจ้างให้ธนาคารของรัฐ หรือธนาคารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการก็ได้เหมือนกัน เมื่อใส่ไปในธนาคารแล้วธนาคารก็นําไป

ปล่อยให้กับลูกจ้างผู้ประกันตนเปึนเบื้องต้น เปึนเบื้องต้นแบบโครงการที่ ๑ แต่คนที่จะมากู้นั้น ต้องยอมรับเงื่อนไข ๔ ข้อ เราเรียกว่าใช้วิธีกรามีน แบงก์ของศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส ผู้ได้รับรางวัลโนเบล ไพรส์ (Nobel Prize) ของมหาวิทยาลัยจิตตะกอง ประเทศบังกลาเทศ คนที่จะกู้ต้องยอมรับเงื่อนไขการกู้เพื่อพัฒนาตัวเอง เงื่อนไขการกู้มี ๔ ข้อ ข้อที่ ๑ ต้องออม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่กู้ กู้ ๑๐,๐๐๐ บาท ต้องออม ๑,๐๐๐ บาท กู้ ๕๐,๐๐๐ บาท ต้องออม ๕,๐๐๐ บาท เงินออมนี้ห้ามถอนจนกว่าจะชําระหนี้หมด และเตรียมการสําหรับ การใช้เงินต่อไปเพื่อประโยชน์ของตัวเองและธนาคารแรงงานนะครับ ๒. จะต้องยอมให้ นายจ้างหัก ณ ที่จ่ายชําระแก่ธนาคาร ๓. จะต้องทําบัญชีครัวเรือนทุกคนผู้กู้ ถ้าไม่รับเงื่อนไขนี้ ไม่ให้กู้ ๔. ต้องประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของธนาคารหรือผู้ที่ธนาคารแต่งตั้งให้ดูแล เพราะฉะนั้นเงื่อนไข ๔ ข้อนี้เปึนเงื่อนไขเบื้องต้นที่หนีไม่ได้ ถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ไม่ให้กู้ และอาจจะมีเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ธนาคารกําหนดเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกจ้างในการใช้จ่าย ดังนั้นเมื่อครบ ๓ ป้ เงินที่บังคับออมนี้จะฟอร์ซ เซฟวิง (Force saving) ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มันจะสูงถึงประมา ณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ดังนั้นถ้าเราบอกไม่อยากรบกวนรัฐบาล ในการจัดตั้งธนาคารก็ใช้เงินก้อนนี้ก็ได้ครับ แต่ถ้ารัฐบาลใจดีก็โอเคไม่เปึนอะไร ผมเห็นว่า รัฐบาลนั้นไม่อยากเพิ่มรัฐวิสาหกิจ ที่มีอยู่กําลังจะแปรรูปอีกด้วยซ้ําไป

ดังนั้นการบังคับออมแบบนี้แล้วครบ ๓ ป้ใช้เงินออมก้อนนี้มาตั้งนี่น่าจะเหมาะสม ถ้ารัฐบาล จัดการเปึนและใจกว้างพอ ไม่ต้องใช้เงินในคลังก็ได้ครับ จากนั้นดอกเบี้ย ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้ เอาไปทําอะไรบ้าง คํานวณดูแล้วนะครับ ๓๕ เปอร์เซ็นต์เอาไปเลยกองทุนประกันสังคม เปึนดอกเบี้ยพิเศษทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ถึงหรอกครับ ถ้าดอกเบี้ยตลาดนะครับ ให้กําไรธนาคารไป ฝากเงินธนาคารแล้วยังให้กําไรอีกสัก ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ค่าดําเนินการ ปล่อยกู้ไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ คํานวณดูแล้วครับ เพราะอะไรครับ เพราะเราจะทําเฉพาะ วันอาทิตย์ ที่เรียกว่าซันเดย์ แบงกิง (Sunday banking) ทําไมเปึนอย่างนั้น เพราะลูกจ้าง ทั้งหมดไม่มีวันอื่นครับที่ออกนอกโรงงานได้ นอกจากวันอาทิตย์วันเดียว ดังนั้นเราเรียก ซันเดย์ แบงกิง ทําเฉพาะวันอาทิตย์ เหมือนที่อาจารย์ปิวยเคยให้พวกผม ไปทํากับ ธ.ก.ส. มาก่อน พัฒนาแบบฟอร์มเงินกู้ขึ้นมาแล้วกรอก ๆ กันไป แล้วก็มีไว้ที่รัฐบาลอีกที่ หนึ่ง ถ้าสมบูรณ์ก็ปล่อยเงินกู้นะครับ แล้วก็อีก ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของดอกเบี้ยที่ว่านี่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ได้มา ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ นําไปตั้งสํานักพัฒนาชีวิตลูกจ้างที่ว่านี่ อบรม สั่งสอน ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม แลกเปลี่ยนกัน สุดท้าย ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของดอกเบี้ยที่หักมานี่ให้กับนายจ้าง ผู้ดําเนินการหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งผมคิดว่าเราไม่ได้ใช้นายจ้างฟรี ดังนั้นตามเงื่อนไขนี้นะครับ เมื่อกี้ลืมไปข้อหนึ่ง เงื่อนไขที่ว่ามันต้องค้ําประกันกันเอง ๓ คนด้วย ถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไข ก็ไม่ให้กู้ ดังนั้นตามที่ว่านี่ค้ําประกันกันเอง ๓ คน นายจ้างหัก ณ ที่จ่าย ติดตามกันทุกเดือนนี่ ผมเชื่อว่าหนี้เสียต่ําครับ โครงการธนาคารประชาชนของธนาคารออมสินพวกผมเปึนคน เสนอเองในยุคพรรคไทยรักไทย ธนาคารออมสินทําได้ดีมากครับ ดอกเบี้ยแค่ ๙ เปอร์เซ็นต์ เองครับ ปล่อยแม่ค้าหาบแร่แผงลอย หนี้เสียก็ต่ํา ไม่เชื่อถามธนาคารออมสินดู เพราะฉะนั้น ลูกจ้างสามารถสร้างหลักประกันได้มากกว่าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยเพราะนายจ้างหัก ณ ที่จ่าย ทุกคนมีบัตรประกันสังคม ย้ายไปอยู่ที่ไหนตามได้ตามบัตร หนีไม่พ้น เพราะฉะนั้น หลักประกันน่าจะดี เมื่อเปึนเช่นนี้ผมคิดว่า ๓ ป้แรกเราไม่พูดถึงธนาคารแรงงาน เราพูดถึง การเตรียมตัวพัฒนาคนเพื่อตั้งธนาคารแรงงาน ทําไมต้องมีการเตรียมตัว เพราะปัจจุบันนี้ ลูกจ้างอย่างต่ํา ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่เปึนหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ ต่อเดือน บางคนเราเรียกว่าลูกจ้ำงบัญชีสูญ ลูกจ้างบัญชีสูญแปลว่าพอเบิกเงินไม่มีเหลือแม้แต่ บาทเดียว กู้ต่อไป เราทุ่มเทเงินมากมาย ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนหมู่บ้าน ซึ่งผมก็เคยร่วม มาก่อน กองทุนประกันราคาข้าว เพื่อแก้หนี้นอกระบบให้ชาวนา ให้เกษตรกร

ชาวนาบัดนี้มี ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน เกษตรกรทั้งหมดมี ๑๓-๑๔ ล้านคน แต่ลูกจ้างเอกชนมี ๑๔ ล้านคน รวมลูกจ้างรัฐ ๑๘ ล้านคน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตัวลูกจ้างคือตัวกําลังซื้อหลัก ของเศรษฐกิจ และขณะที่เราเจอปัญหาเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เศรษฐกิจภายใน เปึนตัวพยุงครับ การบริโภคครัวเรือนเปึ นตัวพยุง การสร้างธนาคาร การพยุงกําลังซื้อ การทําให้ลูกจ้างผ่อนคลายเรื่องหนี้ท่วมหัว เนื่องจากดอกเบี้ยมันสูงเกินไป มันเปึนความจําเปึน ไม่จําเปึนเฉพาะลูกจ้าง แต่มันจําเปึนสําหรับพยุงกําลังซื้อของชาติด้วย เพราะฉะนั้นธนาคารแรงงานที่เราพูดนี่ถ้ามันผ่านขั้นที่ ๑ เราค่อยว่ากันครับ ขั้นที่ ๒ ตั้งเปึน ธนาคารแรงงาน จะตั้งอย่างไร เปึนอย่างไร ร่างกันไป ว่ากันไปเหมือนท่านประธานได้พูดไป แต่ขั้นแรกเราเรียกโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาชีวิตลูกจ้างและพยุงกําลังซื้อของชาติครับ ขอบคุณครับ