สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

เดชา ปุญญบาล หารือเรื่องการปฏิรูปการแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงการสร้างธนาคารแรงงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานและส่งเสริมการออม โดยเสนอแผนการดำเนินงาน 4 ปี เพื่อให้บริการแก่ภาคแรงงาน รวมถึงการสร้างกองทุนพัฒนาอาชีพแรงงานในระยะเริ่มแรก และการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน

พลโท เดชา ปุญญบาล ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติและเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน ผม พลโท เดชา ปุญญบาล ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานและคณะ ขอเรียนให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติทราบถึงรายงาน วาระปฏิรูปที่ ๓๗ การปฏิรูป การแรงงาน (รอบ ๒) ซึ่งหลักการได้นําเสนอรายงานในครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการแรงงานได้นําไปปรับปรุงจากข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของเพื่อนสมาชิก และนํามาเสนอในวันนี้เพื่อให้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องหลัก ๆ ที่สําคัญ ๓ เรื่อง เรื่องแรก การจัดตั้งธนาคารแรงงานและการจัดทําฐานข้อมูล แรงงาน เพื่อเปึนการนําเสนอให้สอดคล้อง บูรณาการ แล้วก็ต่อเนื่องกัน ในเรื่องที่ ๒ การพัฒนาฝ้มือแรงงานแห่งชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถ การแข่งขันของแรงงานไทย การมีงานทําที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า และในเรื่องที่ ๓ การปฏิรูปการบริหารจัดการ การเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ ซึ่งจะนําเสนอสอดคล้องต่อเนื่องกันทั้ง ๓ เรื่อง เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ทําความเข้าใจโดยสรุปง่าย ซึ่งในการนําเสนอในรอบแรกนั้น มีข้อเสนอแนะ ข้อห่วงใยที่สําคัญอยู่หลัก ๆ ใน ๓ เรื่อง เรื่องแรกก็คือเกรงว่าการตั้งธนาคาร แรงงานนั้นจะไปซ้ําซ้อนกับธนาคารของประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารของรัฐที่มีอยู่แล้ว ประเด็นที่ ๒ ก็คือเมื่อตั้งขึ้นแล้วก็เปึนห่วงในเรื่อง เอ็นพีแอล (NPL) หรือว่าหนี้เสีย ซึ่งธนาคารหลาย ๆ ธนาคารของประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็มีปัญหาอยู่ แล้วเรื่องที่ ๓ ก็คือเมื่อตั้งธนาคารแรงงานนั้นเกรงว่าการตั้งครั้งแรกจะต้องใช้ งบประมาณสูง เช่น การไปขยายสาขา หรือการตั้งสาขาต่าง ๆ ในวันนี้ผมจะเน้นชี้แจง ในส่วนที่เพื่อนสมาชิกได้มีข้อห่วงใยให้ชัดเจนต่อไป โดยลําดับการชี้แจงในเรื่องแรกก็คือ การจัดตั้งธนาคารแรงงานและการจัดทําฐานข้อมูลแรงงาน ซึ่งจะมีผู้ชี้แจงคือผมและ ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ และท่านกิตติภณ ทุ่งกลาง สําหรับเรื่องการพัฒนาฝ้มือแรงงานแห่งชาติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถ การแข่งขันของ แรงงานไทย การมีงานทําที่ยั่งยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า นําเสนอโดย ท่านสิระ เจนจาคะ และท่านนิธิวัฒน์ ศิริปริยพงศ์ และสุดท้ายนําเสนอในเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ โดยท่านกิตติ โกสินสกุล ผมขออนุญาตเริ่มในเรื่องการนําเสนอการจัดตั้งธนาคารแรงงาน

และการจัดทําฐานข้อมูล ซึ่งจะเน้นในข้อที่เพื่อนสมาชิกห่วงใยหลัก ๆ แต่ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม ผมก็จะอธิบายให้เข้าใจในโอกาสต่อไปนะครับ ใน ๓ เรื่องหลักก็คือเปึนห่วงเรื่องหนี้เสีย เรื่องซ้ําซ้อนกับธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารของรัฐที่มีอยู่แล้ว แล้วก็เปึนห่วงในเรื่อง ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งระยะแรกจะสูง ซึ่งการปฏิรูปการแรงงานในวาระปฏิรูปที่ ๓๗ นั้น ในเรื่องการจัดตั้งธนาคารแรงงานและการจัดทําฐานข้อมูล ผมขออนุญาตเน้นนะครับ ในระยะเริ่มแรกเราจะไม่ได้จัดตั้งธนาคารแรงงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยเราจะเน้น การดําเนินการในเรื่องกองทุนพัฒนาอาชีพแรงงานหรือว่าลูกจ้างก่อน

ในห้วงป้ที่ ๑ ป้ที่ ๒ และป้ที่ ๓ และมีการประเมินผลทุกป้ เมื่อการประเมินผลครบ ๓ ป้แล้ว ปรากฏว่าหนี้สูญหรือว่าเอ็นพีแอล นั้นมีในระดับที่ต่ําเราถึงจะเริ่มตั้งเปึนธนาคารแรงงาน อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสมาชิกแรงงานทั่วประเทศร่วมเปึนสมาชิก โดยเปัาหมายแรกนะครับ ก็คือเราจะเน้นที่ผู้ที่ในระบบประกันตนหรือในญาติเครือข่ายของผู้ที่อยู่ในระบบประกันตนก่อน เพื่อให้ความมั่นใจว่ากองทุนพัฒนาแรงงานของเราที่จะตั้งขึ้นในระยะแรกนั้นสามารถ ที่จะเก็บหรือว่าผู้ที่ใช้บริการกู้ยืมนั้นสามารถที่จะส่งได้แล้วเราก็มั่นใจว่าเพราะว่าเราจะให้ หน่วยงานที่เปึนนายจ้างเก็บส่งเราก่อนนะครับ ซึ่งจะเปึนการแก้ไขปัญหาพื้นฐานซึ่งจะ ไม่ตรงกับธนาคารทั่ว ๆ ไป ซึ่งมีลําดับดังนี้นะครับ สาเหตุที่ต้องทําการปฏิรูปการแรงงาน ซึ่งในประเทศไทยนั้นก็มีสภาวะในเรื่องแรกก็คือการขาดแคลนแรงงานที่มีฝ้มือและตรงกับงาน ที่ขาดอยู่ ประเด็นที่ ๒ ก็คือประเทศไทยนั้นในปัจจุบันอยู่ในสภาวะเปึนสังคมผู้สูงอายุ แรงงานหนุ่มสาวนั้นน้อยลง ประเด็นที่ ๓ ปัญหาด้านแรงงานข้ามชาติซึ่งเข้ามาสร้างปัญหา ให้กับประเทศไทย ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าอย่างกว้างใหญ่กว้างขวาง ไม่ว่าจะเปึนมิติ ของการแย่งงานหรือทางด้านความมั่นคงและแม้แต่ที่เราโดนอยู่ก็คือเทียร์ ๓ (Tier 3) นะครับ ก็คือมีส่วนอยู่ด้วย ประเด็นที่ ๔ ก็คือมีภาวะการแข่งขันที่สูงทางด้านแรงงาน มีฐานข้อมูล ที่ไม่เปึนระบบเพียงพอในการจัดการภาคแรงงานทั้งของไทยและของแรงงานข้ามชาติ ที่เข้ามาทํางานในประเทศไทย เราถึงกําหนดเปึนการปฏิรูปในการจัดทําฐานข้อมูลทางด้าน แรงงานทั่วประเทศด้วยนะครับ แรงงานเข้าถึงหรือขาดแคลนสินเชื่อที่สามารถที่จะเข้าถึง ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานนั้นไม่เพียงพอ สําหรับประเด็น ในการปฏิรูปนั้น ประเด็นแรกที่เราเสนอก็คือการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทํางานซึ่งในประเทศไทยมีอยู่ ประมาณ ๓๙ ล้านคนเศษ ทั้งหมดโดยส่วนรวมตามที่ผมได้กล่าวในขั้นต้นไปแล้วว่าคําว่าธนาคาร รงงานนั้นเราจะตั้ง สมบูรณ์แบบคือเมื่อผ่านการทดสอบตั้งแต่ระบบกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงาน ในรูปแบบของสหกรณ์ขนาดใหญ่ของประเทศเมื่อ ครบ ๓ ป้แล้วว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เอ็นพีแอลน้อยเราถึงจะตั้งนะครับ ๒. นําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาบูรณาการในการ จัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงาน เพื่อเปึนกลไกในการกําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนากําลังแรงงาน และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ๓. เพื่อปรับปรุงระบบและกลไ กที่จะแก้ไขปัญหา ทางด้านแรงงานข้ามชาติอย่างครบวงจร หรือในลักษณะศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว

และให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ๔. กําหนดยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนา มาตรฐานฝ้มือแรงงานแห่งชาติเพื่อก้าวไปสู่ความเปึนสากลและยกระดับมาตรฐาน ฝ้มือแรงงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมทั้งการเกษตรหรืออื่น ๆ ของประเทศ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการร่างฉบับแรกนะครับ ได้ให้ความสําคัญ และบรรจุการปฏิรูปด้านแรงงานคือให้มีการจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อเปึนสถาบันการเงิน ของคนทํางานในการส่งเสริมการออมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทํางานให้มีความเปึนอยู่ ที่ดี ขึ้น

วิธีการพิจารณาศึกษา เราได้นํารูปแบบและตัวอย่างของธนาคารคนจนในประเทศ บังกลาเทศมาร่วมในการพิจารณาด้วยของคณะกรรมาธิการและคณะทํางาน ทางด้านธนาคารแรงงาน รวมทั้งผู้ที่มีความรู้ความสามารถและกลุ่มผู้ทํางานทางด้านสังคม ต่าง ๆ ที่ได้จัดทําข้อมูลในแนวทางเดียวไว้ อย่างเช่นของดอกเตอร์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ เราก็เชิญมาเปึนคณะทํางานแล้วก็มาปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อให้ได้โครงสร้าง หรือตัวแบบที่ดีที่สุด เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นคือเหมาะสมกับประเทศไทย พิจารณาร่วมและรูปแบบการจัดตั้ง วัตถุประสงค์การจัดตั้ง และการดําเนินการ โดยเอารูปแบบของธนาคารพาณิช ย์ที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะด้านในประเทศไทย รวมทั้งธนาคารของรัฐอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน รวมทั้งธนาคารอื่น ๆ นํามาดูแล้วก็บูรณาการกัน เพื่อให้เหมาะสม และไม่ให้เกิดการซ้ําซ้อนกับธนาคารที่มีอยู่แล้ว ลักษณะของธนาคารแรงงาน ที่แตกต่างจากธนาคารอื่น อันนี้เปึนโจทย์แรกนะครับที่เราจะตอบจากท่านที่ได้อภิปรายไว้ เมื่อครั้งที่แล้ว ก็ขออนุญาตเน้นย้ํานะครับ ช่วยกรุณาพิจารณานะครับ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม จะได้ให้ข้อแนะนําเราในวาระต่อไปด้วย ธนาคารแรงงาน ซึ่งผมขอย้ํานะครับในเริ่มแรก เราจะตั้งเปึนลักษณะกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงาน จะเปึนธนาคารในลักษณะ พิเศษของรัฐ นายจ้างมีส่วนร่วมในการหักเงินจากค่าจ้างเพื่อชําระหนี้เงินกู้ เปึนกลไกที่สําคัญ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทํางาน คนทํางานสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ เมื่อกู้แล้ว ส่งเสริมให้มีการออมด้วย ภายหลังจากการเพิ่มทุนจดทะเบียน ลูกจ้างมีสิทธิที่จะซื้อหุ้น ธนาคารได้และเข้ามีส่วนร่วมในการที่จะเปึนเจ้าของต่อไป และมีกองทุนพัฒนาทักษะและ ฝ้มือแรงงานหรือกองทุนอื่น ๆ ที่จะสร้างประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับแรงงาน โดยนําผลกําไรหรือผลตอบ ทนที่มีอยู่จากธนาคารหรือจากกองทุนที่เรามีอยู่ นํามาส่งเสริม พัฒนากองทุนนี้นะครับ สําหรับกลุ่มเปัาหมาย สําหรับนายจ้างนั้นเราจะให้ นายจ้างใช้บริการ คือต้องตอบโจทย์ว่าโครงการที่นําเสนอนั้น ก่อให้เกิดการว่าจ้างงาน เพิ่มขึ้น คือสามารถว่าจ้างแรงงานไทยมากขึ้น มิใช่กู้ไปเพื่อซื้อเครื่องจักรหรือทําโครงสร้าง หรือทําโรงงานต่าง ๆ นะครับ แต่โครงการนั้นจะต้องมีประโยชน์กับการเพิ่มการจ้างงาน ให้กับภาคแรงงานและเพิ่มรายได้นะครับ โครงการพัฒนาฝ้มือแรงงานขั้นสูง คือใช้เกี่ยวกับ

โครงการนี้ และในกรณีที่นายจ้างต้องป่ดกิจการให้ได้รับสินเชื่อเพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้างก่อน และโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่บริษัทประกันภัย อย่างเช่นในหลายป้ที่ผ่านมาถ้าพวกเราจําได้ แถว ๆ รังสิต ไม่ว่าจะเปึนโรงงานทอผ้าขนาดใหญ่ ผมจําว่าน่าจะเปึนโรงงานไทยเกรียง หรือแม้แต่โรงงานตุ๊กตาที่จังหวัดนครปฐมเกิดเพลิงไหม้ นายจ้างสามารถโอนสิทธิเรียกร้อง ที่ทําการประกันภัยไว้นี้มากู้เงินของธนาคารนี้ ของกองทุนนี้นะครับไปบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับลูกจ้างได้ก่อน ก่อนที่เขาจะทําการฟัองร้องหรือบริษัทประกันภัย จะมาจ่ายให้กับบริษัท ซึ่งจะเปึนการช่วยเหลื อภาคแรงงานได้อย่างทันเวลานะครับ รวมทั้งโครงการหรือกิจกรรมที่มีการส่งเสริมการจัดสวัสดิการแรงงาน การพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของแรงงานและครอบครัวให้ดีขึ้นนะครับ เช่นในปัจจุบันแรงงานผู้นั้นเปึนโสด แต่เมื่อแต่งงานแล้วมีภรรยาแล้วอาจจะมีลูกเพิ่มเติมก็สามารถที่จะใช้เงิ นจากกองทุนนี้ เพื่อทํางานพิเศษเพิ่มเติม

อย่างเช่น อาจจะไปเป่ดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ร้านขายลาบ ขายส้มตํา โดยให้บิดามารดา เปึนผู้ดําเนินการเพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัว หรือถ้าภรรยาไม่มีอาชีพ ไม่อยู่ในระบบ การประกันตน ทํางานที่มีระบบประกันตนก็ให้ภรรยาไปเปึนเจ้าของกิจการเล็ก ๆ อย่างนี้ เพื่อหารายได้เสริม อันนี้เราก็ให้การสนับสนุน โดยที่เราจะไม่ไปแย่งคือไม่เน้นที่จะให้ผู้ที่อยู่ ในระบบประกันตนที่จะใช้บริการแยกตัวออกมาจากสถานประกอบการ เพราะมิฉะนั้น นายจ้างต่าง ๆ ก็อาจจะขาดแคลนแรงงานแล้วก็สร้างปัญหาใหม่ แต่เราจะเปึนการพัฒนา ส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของแรงงานที่มีการขยายครอบครัว รวมทั้งโครงการเหล่านี้ ไม่มีธนาคารของรัฐหรือธนาคารพาณิชย์ใด ๆ ที่จะให้การช่วยเหลือ คือเราจะอุดช่องว่าง เหล่านี้ ซึ่งเราจะพยายามไม่ไปทําอะไรที่ซ้ําซ้อนกับธนาคารของรัฐหรือธนาคารพาณิชย์ ที่มีอยู่ ในเรื่องกลุ่มที่สนับสนุนนายจ้าง นี่คือกลุ่มเปัาหมายที่ให้การสนับ สนุนนายจ้าง ดําเนินการสวัสดิการแรงงานในสถานประกอบการ เช่น จัดสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เด็กอ่อนอะไรต่าง ๆ ก็สามารถที่จะนําเงินกองทุน เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานให้ดีขึ้น ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับ จะทําเปึนการลด เงื่อนไขข้อพิพาทแรงงาน อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ที่ปัจจุบันมีข้อพิพาท ทางด้านแรงงานสูง แต่เมื่อมีการเอื้ออาทรกัน การช่วยเหลือกันตั้งแต่แรกแล้วนี่ ก็จะสร้างความรู้สึกที่ดี ก็จะลดข้อพิพาททางด้านแรงงาน เพราะมีความเห็นอกเห็นใจกัน ดูแลมาตั้งแต่แรก รวมทั้งเสริมสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี สําหรับเปัาหมายเกี่ยวกับ ลูกจ้างผู้ประกันตน ในมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๓๙ ก็สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากกองทุน แห่งนี้ โดยโครงการธุรกิจครอบครัวเสริมรายได้ให้เพิ่มขึ้น อย่างเช่นที่ผมยกตัวอย่างไปแล้ว เช่นอาจจะกู้ยืมไปเป่ดร้านก๋วยเตี๋ยวเพื่อหารายได้ เพิ่มเติม โครงการศึกษาเพิ่มพูนความรู้ และวิทยฐานะทางการศึกษาและเปึนเงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างเรียน สําหรับเพดาน เงินกู้เนื่องจากการเริ่มก่อตั้ง เริ่มดําเนินการเพื่อให้เกิดความมั่นใจเราก็ให้อยู่ ในขีดความสามารถของรายได้ของแรงงานที่สามารถที่จะผ่อนชําระหรือใช้ได้ แล้วก็เปึนการ ช่วยแก้ไขปัญหาบรรเทาเริ่มต้น อย่างเช่นอาจจะไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอันนี้ก็จะอยู่ ในขีดความสามารถของแรงงานที่จะผ่อนชําระได้ รูปแบบการบริหารจัดการ อันนี้ก็เปึนการ ตอบโจทย์ของครั้งที่แล้วของเพื่อนสมาชิกที่ให้ข้อห่วงใย โดยช่วงเริ่มต้นกิจการให้อา ศัย ความร่วมมือกับสถาบันการเงินของรัฐ โดยเราจะไม่ไปตั้งธนาคารแล้วก็ตั้งสาขาต่าง ๆ

โดยเริ่มการก่อสร้างไปยังจังหวัดหรือกลุ่มเปัาหมายต่าง ๆ ก่อน ซึ่งอันนั้นจะต้องใช้ งบประมาณสูง โดยเราจะดําเนินการควบคู่ไปกับสถาบันการเงินของรั ฐ เช่น ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธนาคารออมสิน หรือธนาคารอื่น ๆ ซึ่งอันนี้จะ เปึนรายละเอียดที่ต้องไปพิจารณาให้เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง โดยอํานวยความสะดวกในการ ดําเนินการ แล้วเปึนการลดต้นทุนในการดําเนินการในกิจการสาขาต่าง ๆ เมื่อดําเนินการและ ผ่านการตรวจสอบ ผ่านการประเมินครบ ๓ ป้แล้วภาวะเอ็นพีแอลต่ํา ก็ให้ดําเนินกิจการ ตั้งธนาคารแรงงานได้ ซึ่งตอนนั้นก็ถือว่ามั่นคงแล้ว แล้วก็คงมีทุนเพิ่ม และให้เพิ่มทุน จดทะเบียนให้สิทธิลูกจ้างหรือแรงงานในการซื้อหุ้น หลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยง ทางด้านสินเชื่อ อันนี้ก็เปึนการตอบโจทย์ที่ท่านได้กรุณาให้ข้อห่วงใยแนะนํา อีกข้อหนึ่งก็คือ ประการแรกการลดต้นทุนในการดําเนินความสามารถทําได้ โดยอาศัยการเปึนพันธมิตรกับ สถาบันการเงินของรัฐ

แต่โดยใช้สาขาของธนาคารของรัฐในการฝาก ถอน โอน ชําระเงิน แล้วเราก็กันผลกําไร ส่วนหนึ่งให้กับธนาคารที่ช่วยเราดําเนินการนะครับ อันนี้ก็จะเปึนการสร้างพันธมิตร แล้วก็ขยายเครือข่ายให้กับธนาคารเหล่านั้นด้วย ประการที่ ๒ ก็คือวงเงินการกู้ยืมไม่เกิน ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่สะสมไว้ในระบบกองทุนประกันสังคม หรือในส่วนที่มี การประกันตนนะครับ โดยในช่วง ๓ ป้แรกจะให้เน้นให้สิทธิเฉพาะผู้อยู่ในระบบประกันตน ในส่วนนี้ก็ประมาณ ๑๔ ล้านคนเศษ ตามมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๙ นะครับ การชําระ เงินกู้จะกําหนดให้มีการออมเพิ่มเติมประกอบด้วย ซึ่งเมื่อชําระหนี้หมดแล้วผู้กู้จะได้เงินออม ไว้จํานวนหนึ่ง อย่างเช่นอาจจะกําหนดให้กู้ ๑๑๐ เปอร์เซ็นต์ของวงเงิน แล้วก็กําหนดให้ หักออมไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือเมื่อกู้แล้วเรามีเงินให้ผู้ใช้แรงงาน ผู้ใช้บริการนั้นได้มีเงินออมไว้ อยู่ในระบบ ซึ่งจะเปึนการส่งเสริมการออมตามวัตถุประสงค์ที่บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญด้วย การกู้ยืมจะทําได้โดยผ่านสาขาของสถาบันการเงินของรัฐผ่านมาที่กองทุนซึ่งจะเปึน จุดเริ่มแรกของการตั้งธนาคาร ก็จัดตั้งเฉพาะสํานักงานใหญ่นะครับ อาจจะประกอบ อยู่ร่วมกับธนาคารใดธนาคารหนึ่งของรัฐนะครับ ซึ่งเราจะไม่เน้นในเรื่องไปเพิ่มค่าใช้จ่าย ในการก่อสร้างสํานักงาน นายจ้างต้องเซ็นรับประกันว่าจะเก็บเงินชําระรายเดือนให้กองทุน โดยหักออกจากเงินเดือนของลูกจ้างก่อนที่จ่ายให้กับลูกจ้าง ในหลักการเดียวกับการกู้ยืม ในระบบสหกรณ์ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงให้กับกองทุน อันนี้ก็คือการตอบโจทย์ในเรื่อง ความเสี่ยงนะครับ ของเราการดําเนินการนั้นเปรียบเสมือนกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต และในลักษณะสหกรณ์ขนาดใหญ่ของประเทศ เพราะว่าแรงงานเรานั้นมีถึง ๓๙ ล้านคนเศษ ให้มีเพื่อนแรงงานอีก ๓ คนที่เปึนผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสถานประกอบการ เดียวกันเซ็นค้ําประกันมาด้วย อันนี้ก็เปึนหลักประกันให้เพื่อน ๆ มีส่วนร่วม กรณีที่ลูกจ้าง ย้ายงานเมื่อเข้าทํางานใหม่ให้ตรวจสอบประวัติกับกองทุนว่ามีการกู้ยืมเงินจากกองทุนหรือไม่ และให้นายจ้างใหม่ต้องเซ็นรับประกันว่าจะเก็บเงินชําร ะคืนรายเดือนให้กับกองทุน โดยหักออกจากเงินเดือนของลูกจ้างก่อนที่จะจ่ายให้กับลูกจ้างก่อนที่จะรับเข้าทํางาน อันนี้ ก็เปึนธนาคารระบบพิเศษที่ เราต้องสร้างความเข้าใจ แล้วก็มี ข้อตกลงร่วมกันนะครับ การดําเนินการจัดตั้งธนาคารแรงงานตามที่ผมได้นําเรียนไปแล้วว่าระยะเริ่ มดําเนินการก็คือ ป้ที่ ๑ ถึงป้ที่ ๓ ดําเนินการร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐไปก่อน แล้วก็ออกกฎ ระเบียบ และวิธีการปฏิบัติภายใน อย่างเช่นอาจจะทําในลักษณะการจัดตั้งภาคีเครือข่ายของธนาคาร

แรงงานร่วมกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เตรียมการกําหนดหลักเกณฑ์และจัดโครงสร้าง การบริหารจัดการธนาคารแรงงาน จัดทําระบบบริหารความเสี่ยงสินเชื่อของธนาคาร ทําความตกลงกับนายจ้างเพื่อกําหนดแนวปฏิบัติและอํานวยความสะดวกในการชําระหนี้ และการหักค่าจ้าง การทําธุรกรรมกับธนาคารแรงงานหรือว่ากองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่เราเริ่มตั้งขึ้นใน ๓ ป้แรก กําหนดกรอบประเมินผลดําเนินการของธนาคารแรงงาน ก็คือ ในป้ที่ ๑ ดูแล้วประเมินเอ็นพีแอล และรวมทั้งทางด้านการบริหารอื่น ๆ ด้วยว่าเปึนไปได้ ดูแล้วเอ็นพีแอลน้อยแต่การบริหารงานสร้างคุณประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับ ภาคแรงงานได้จริง ๆ เมื่อครบป้ที่ ๓ เมื่อผลออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีหรือดีมากเราก็ถึงจะตั้ง ธนาคารแรงงานนะครับ และให้บริการในรูปกองทุนสวัสดิการแรงงานไปก่อน โดยในป้ที่ ๔ จึงจะดําเนินการนะครับ อันนี้ผมก็ขอนําเรียนโดยสรุปนะครับ สําหรับรายละเอียดที่เห็น ชัดเจนขึ้น แต่ผมจะขออนุญาตให้

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ได้กรุณาขยายความหรือว่าชี้ในจุดที่จะเปึน ประโยชน์ในการจัดตั้งธนาคารแรงงาน ซึ่งผมขอย้ํานะครับจะเริ่มจากกองทุนพัฒนา คุณภาพชีวิตแรงงานในป้ที่ ๑ ป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ เมื่อผ่านเกณฑ์แล้วเราถึงจะไปถึงธนาคาร แรงงาน ขออนุญาตเรียนเชิญท่านอาจารย์ครับ