ประชา เตรัตน เน้นย้ำความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๓ · ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ประชา เตรัตน เน้นย้ำความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเสนอให้ปลูกฝังจริยธรรมในเด็กและเยาวชนผ่านครอบครัว สถาบันการศึกษา และหลักศาสนา เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงในการต่อต้านการทุจริต พร้อมเรียกร้องให้กรรมาธิการปฏิรูปฯ ชี้แจงกลไกตรวจสอบภาคพลเมืองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นายประชา เตรัตน์

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายประชา เตรัตน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๒๕ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต

และประพฤติมิชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ได้พยายามรวบรวบและประมวลถึงแนวทาง วิธีการต่าง ๆ สิ่งที่ผมสนใจคือในแนวทาง ที่ทางท่านกรรมาธิการได้นําเสนอนั้น ที่กลุ่มเปัาหมาย ๗ กลุ่ม ผมให้ความสนใจในกลุ่มที่ ๑ คือกลุ่มเด็กและเยาวชน แล้วก็กลุ่มที่ ๗ กลุ่มประชาชน แน่นอนที่สุดในการวางพื้นฐานที่จะให้ปลูกฝังคนในชาติให้ระลึก และตระหนักรู้ถึงความเสียหายต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบในบ้าน เมืองซึ่งเกิดขึ้น มากมายนับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมา ๘๐ กว่าป้เต็ม ที่เราได้มอบอํานาจการบริหารราชการแผ่นดินให้กับฝ์ายการเมืองและข้าราชการทั่ว ๆ ไป รากฐานสําคัญที่เรายึดโยงและชัดเจนแล้วว่าการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เปึนขนาดใหญ่ ลักษณะเชิงนโยบายก็ดีที่เปึนขนาดมหาศาลนั้นนี่ ฝ์ายการเมืองนั้นไม่สามารถที่จะโกงหรือ ทําทุจริตด้วยตัวเองได้ ความร่วมมือระหว่างฝ์ายภาคประจําหรือข้าราชการและการเมือง จึงเปึนส่วนสําคัญที่สุดที่จะต้องวางกลไกและวางระบบปัองกันแก้ไข ซึ่งในนี้ก็มีหลาย ๆ ส่วน ก็ได้วางไว้แล้ว แล้วแม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังร่างอยู่ก็ได้มีวางมาตรการอันนี้ไว้ เช่นเดียวกัน สิ่งที่กระผมเองจะขอให้ความสนใจเปึนพิเศษก็คือในกลุ่มของเด็ก และเยาวชน และเด็กนักศึกษา นักเรียน และรวมถึงเด็กนอกที่ไม่ได้อยู่ในภาคโรงเรียนด้วยก็เช่นกัน การปลูกฝังสําคัญที่สุดนั้นเริ่มตั้งแต่ครอบครัว เริ่มที่ตัวตนของพ่อแม่เปึนหลัก แล้วก็สถาบันการศึกษาทั้งหลาย เปึนที่น่าเสียดายว่าในเรื่องของการศึกษานั้นเราไปมุ่ง ความดีเด่นความรู้ทางการศึกษา แต่เรื่องคุณธรรม จริยธรรมเรากลับห่างเหิน สิ่งเหล่านี้ ควรจะต้องกําหนดในมาตรการในเรื่องของการศึกษาเปึนสําคัญยิ่ง ประเทศไทยเรานับถือ ศาสนาพุทธ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์

เพราะฉะนั้นโรงเรียนวิถีพุทธทั้งหลาย การให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเด็กและนักเรียน เยาวชนนั้นได้เข้าถึงหลักศาสนาที่แท้จริง สําหรับเยาวชนที่อยู่ศาสนาอื่น ๆ เช่น อิสลามหรือ คริสต์ เขาก็มีวิธีการและต้องปลูกฝังให้เขาสํานึกถึงคําสอนของศาสนาของตัวเองเช่นเดียวกัน ผมมั่นใจว่าถ้าเราปลูกฝังเด็กและเยา วชนตั้งแต่เล็กขึ้นไปให้สํานึกถึงคุณธรรมจริยธรรม ตามคําศาสนาและหลักธรรมะแล้ว อย่างน้อยที่สุดความรู้สึกหิริโอตตัปปะ ความละอายต่อบาป ที่จะไม่กระทําสิ่งที่ไม่ดีเมื่อตัวเองได้มีตําแหน่งหน้าที่การงานในอนาคตนั้นก็จะดีขึ้น กลุ่มที่ ๗ กลุ่มประชาชน เราใช้กลไกไม่ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ดี ส.ว. ก็ดี มีองค์กรอิสระ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมาก็ดี มีทั้ง ป.ป.ช. มีทั้ง สตง. มีทั้งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เราก็พบว่าก็ยังสามารถสกัดกั้นการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ แล้วก็ทางวงการเมืองได้ไม่ดีนัก แต่ทั่วประเทศในทั่วโลกเราพบว่าวิธีที่จะช่วยเหลือ ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการและการเมืองได้ดีที่สุดนั้น อยู่ที่ภาคการมีส่วนร่วมของประชาชนเปึนหลัก สําคัญยิ่ง แต่ในกลุ่มที่ ๗ นั้นรู้สึกว่า อยากจะให้กรรมาธิการปฏิรูปการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของ สภาปฏิรูปแห่งชาติช่วยขยายรูปแบบกลไกให้ชัดเจนหน่อย เพราะพูดมาว่าให้มีกลไกเชื่อม จริง ๆ การมีภาคการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบจะเปึนห น่วยงานองค์กรที่ไม่ใช่องค์กร ครับ เปึนกระบวนการ ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วเราจะทําอย่างไรครับ ผมเสียดายนะครับ แม้แต่ใน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของเรา เราแค่อยากให้มีกลไกตรวจสอบภาคประชาชนขึ้นมา มีสภาตรวจสอบภาคพลเมืองขึ้นมาปัูบ เปึนที่หวั่นวิตกทั้งของข้าราชการและฝ์ายการเมือง ผมก็ไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่เปึนกลไกที่สําคัญที่สุด ทุกคนร้องโวยวายว่าเดี๋ยวขัดขวางการทํางาน มันไม่ใช่ ถ้าคุณสุจริตคุณไม่ต้องกลัวถูกขัดขวางการทํางาน จะให้ทําอย่างไรภาคประชาชน จะสทรินเจนต์ (Stringent) เขาเรื่องนี้อย่างไรเขียนออกมาให้ชัดอีกนิดหนึ่งในกลุ่มที่ ๗ ที่เขียนมาตรงนี้ผมว่ามันยังอ่อนมาก ไม่รู้จะเข้าไปอย่างไร แค่ประชาชนจะเข้าไปขอ ข้อมูลข่าวสารในเรื่องของต่าง ๆ ก็ถูกกีดกันตั้งแต่แรกแล้ว แล้วถ้าเราสามารถปูพื้นฐาน เน้นไปที่ภาคแอเรีย เบส (Area based) ในพื้นที่ อบต. เทศบาลระดับจังหวัดพอ ตรงนี้ จะเปึนส่วนที่เขารักษาผลประโยชน์ ประชาชนได้รักษาประโยชน์ ทั้งภาษีที่เขาใช้จ่ายไป งบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ไม่ว่าระดับ อบต. เทศบาลหรือ อบจ. ก็ตาม ตรงนี้เปึนส่วนที่

เขาอยู่ใกล้ชิดที่สุด และผมยืนยันว่าพี่น้องประชาชนเขาทราบดี โครงการแต่ละโครงการ หรืออะไรก็ตาม เขาใช้ไปเม็ดเงินมันคุ้มไม่คุ้มเขาทราบดี แต่เขาไม่รู้ว่าจะเข้าไปนั่นอย่างไร ทุกวันนี้บ อกให้เปึนแค่คน เฝัาระวัง เปึนวอตช์ดอก (Watchdog) เปึนคนเฝัาระวัง ๆ เขาแจ้งไปแล้ว แจ้งแล้วแจ้งอีกก็ไม่มีผลอะไร เมื่อเขาแจ้งแล้วแจ้งอีก ซ้ํา ๆ ๓-๔ หนมันน่าจะ ให้อํานาจเขาสามารถที่จะฟัองร้องเองอะไรได้บ้าง ไม่ใช่ศาลปกครองบอกว่าประชาชนไม่ใช่ ผู้เสียหายอะไรอย่างนี้มันไม่ใช่ สาธารณสมบัติของแผ่นดินของบ้านเราที่มันต้องสูญเสีย ไปเยอะแยะมากมายเพราะคําที่ว่าประชาชนไม่ใช่ผู้เสียหายนี่แหละครับ เพราะฉะนั้น จะทําอย่างไรก็ตามใน กลุ่ม ที่ ๗ กลุ่ม ประชาชน สิ่งหนึ่งที่เราพยายามออกแบบ ในรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้พลเมืองเปึนใหญ่ก็ประเด็นตรงนี้ ทําอย่างไรประชาชนได้มีส่วน มาปกปัองสาธารณสมบัติแผ่นดินก็ดี ปกปัองแผนงาน โครงการที่ใช้จากภาษีของประชาชนก็ ดี เมื่อประชาชนเปึนผู้จ่ายภาษีโครงการทุกอย่างที่มาจากพระราชบัญญัติงบประมาณขึ้นมา จะมาบอกว่าประชาชนไม่ใช่ผู้เสียหายนี่ผมไม่ค่อยสบายใจ สิ่งเหล่านี้คืออยากจะฝากไว้นะครับ ท้ายที่สุดก็ต้องขอบคุณทางกรรมาธิการที่ได้มีความพยายาม หลายส่วนประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์คิดว่าไปได้แล้ว แล้วก็ปรับปรุงอีกสักนิดหน่อยเพื่อเพิ่มความเข้ มแข็ง ในการระวังปัองกันระดับเด็ก และเยาวชน แล้วก็ภาคประชาชน ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน