เตือนใจ สินธุวณิก หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ โดยไม่เห็นด้วยกับสัดส่วนของคณะกรรมการที่จะควบคุมดูแลการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ และเสนอข้อเสนอเพิ่มเติมในการก่อตั้งคณะกรรมการดังกล่าว
กราบเรียนท่านประธานและท่านคณะกรรมาธิการ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน ดิฉันขออนุญาตอภิปรายแสดงความคิดเห็นในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ของภาครัฐ พ.ศ. .... สําหรับร่างพระราชบัญญัตินี้ดิฉันเองก็ได้เปึนอนุกรรมาธิการด้วย แล้วถือว่าเปึนเสียงข้างน้อย ดังนั้นขอสงวนที่จะมาแปรญัตติหรือพูดในที่ประชุมนี้ นั่นก็คือ ดิฉันจะไม่เห็นด้วยกับสัดส่วนของคณะกรรมการกํากับดูแลการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ซึ่งจะอยู่ในมาตรา ๗ และมาตรา ๘ ของร่างพระราชบัญญัตินี้ โดยขอให้ข้อสังเกตดังนี้ว่า สําหรับคณะกรรมการกํากับดูแลการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐนั้นถือเปึนคณะกรรมการ ที่จะมีบทบาทอย่างยิ่งในการที่จะปัองกันและกําจัดการทุจริตคอร์รัปชันเกี่ยวกับเรื่องของ การใช้งบประมาณของภาครัฐ ซึ่งท่านกรรมาธิการได้บอกว่าใช้เงินจํานวนถึง ๘,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ซึ่งในเงินงบประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาทของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ภาครัฐนั้น รวมทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องไม่ได้มีการทุจริตด้วยนะคะ อันนี้อยากจะขอเรียนดังนี้ ขอเรียนว่าสัดส่วนนั้นดิฉันไม่เห็นด้วยตรงที่ว่าเราจะมี คณะกรรมการกํากับดูแลการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ถ้าท่านดูตามจะมีผู้ที่เปึน กรรมการที่เรียกว่าเปึนก รรมการเพอร์มาเนนต์ (Permanent) หรือว่าแน่นอนแล้ว คือมีผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ มีท่านอธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพียง ๓ ท่านเท่านั้นจากส่วนราชการ ส่วนกรรมการอื่น ๆ อีก ๖ ท่าน ทางผู้ร่างได้เขียนว่า แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ประสบการ ณ์ และที่สําคัญคือเขียนว่าเปึนผู้ที่มีผลงาน หรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงการเปึนผู้มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญด้านการโฆษณา ด้านประชาสัมพันธ์ ด้านสื่อสารมวลชน ด้านวางแผนยุทธศาสตร์การใช้สื่อ ด้านธรรมาภิบาล และด้านคุ้มครองผู้บริโภค ด้านละ ๑ คน ด้านอื่นดิฉันไม่ขัดแย้งเลยค่ะ แต่ดิฉันได้เคยพูดว่า สําหรับคณะกรรมการกํากับดูแลโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐนั้น และมีการคัดเลือก คณะกรรมการ มี ๙ คนที่จะคัดเลือกผู้ที่จะไปเปึนคณะกรรมการอีกถึง ๖ ท่าน โดยที่จะมี ส่วนราชการเพียง ๓ ท่าน จะเห็นว่าสัดส่วนนี่เปึนสัดส่วนที่น่าจะไม่ถูก ต้อง ดิฉันเสนอว่า สําหรับคณะกรรมการคัดสรรนั้นถึงแม้ท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์จะเปึนคณะกรรมการ เพอร์มาเนนต์ที่แน่นอนอยู่แล้ว แต่ท่านเปึนหน่วยราชการที่ดูแลการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ
ทั้งประเทศ อยู่ภายใต้สํานักนายกรัฐมนตรีทําหน้าที่เปึนเลขานุการของท่านปลัด สํานักนายกรัฐมนตรี เปึนผู้ช่วยของท่านปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ดังนั้นขอเสนอดังนี้ ดิฉันได้บอกว่าให้มีท่านอธิบดีด้วยในคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมาธิการ ท่านอื่นหรือท่านประธานบอกว่าจะเกิดขัดกันด้านผลประโยชน์หรือว่าคอนฟลิ กต์ ออฟ อินเทอเรสต์ (Conflict of interest) เพราะท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์นั้นเปึนข้าราชการ อาจจะมีนักการเมืองมาชี้ว่าให้เลือกคนนั้นคนนี้เปึนผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ดิฉันถามว่าการที่ ท่านตั้งเอกชนแล้วเขียนลงไปในนี้ถือว่าเปึนผู้ที่มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึง เปึนผู้มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญด้านการประชำสัมพันธ์นั้น อันนี้เปึนการล็อกสเปก (Lock spec) หรือไม่ เพราะว่าท่านได้ให้นายกสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ได้เข้ามาเปึนกรรมการคัดสรรด้วย ดิฉันเลยถาม ที่ประชุมว่าอันนี้ไม่ใช่คอนฟลิกต์ ออฟ อินเทอเรสต์หรือ ในเมื่อนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี ต่าง ๆ นั้นแน่นอนท่านต้องมีเครือข่าย มีสมาชิกเปึนสมาคมโฆษณา และสมาคมโฆษณา และธุรกิจเอเยนซีเหล่านี้ ก็คือคนที่มารับงานจากราชการ แล้วเราเคยได้ยินไหมคะ และมีประสบการณ์ว่าบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ บริษัทโฆษณาหรือบริษัทที่รับงานอีเวนต์ต่าง ๆ นั้น ไม่ใช่โทษข้าราชการอย่างเดียว หรือนักการเมืองอย่างเดียว แต่บริษัทพวกนี้มีการเสนอ ที่จะให้เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ําไป เพื่ออะไรคะ เพื่อแข่งขันให้ได้งานมาค่ะ อันนี้เราต้องให้ ความเปึนธรรมกับข้าราชการและนักการเมืองด้วย
ดังนั้นดิฉันขออนุญาตว่าจะขอโต้แย้งว่าไม่เห็นด้วยกับสัดส่วนอันนี้ จะเห็นว่าคณะกรรมการ กํากับดูแลการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ดิฉันขออนุญาตเสนอว่าต้องมี ประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติหรือ กพช. ซึ่งเปึนคณะกรรมการที่อยู่ภายใต้ สํานักนา ยกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้แล้วค่ะ เพราะว่าจะเปึนคณะกรรมการที่จะดูแล การโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐโดยภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งเปึนหน่วยงานภาครัฐ ขอเพิ่มเติมท่านปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านจะเปึนเลขา นุการของคณะกรรมการ ประชาสัมพันธ์ภาครัฐหรือคณะกรรมการ กพช. นี้ด้วย ในคณะกรรมการกํากับดูแล การโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐผู้จะมีบทบาทอย่าง ยิ่งในการที่จะควบคุมดูแลและไม่ให้ เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในการใช้เงินหลวงในการโฆษณาให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของ คณะอนุกรรมาธิการและกรรมาธิการที่แต่งตั้งนี้ ส่วนการสรรหาคณะบุคคลคือ คณะกรรมการสรรหาทั้ง ๙ คนนั้นให้ข้อสังเกตว่ามีหน่วยงานที่ท่านไปดึงเอา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน โอเค (OK) นะคะ เลขาธิการคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ดีแล้ว แต่ยังมีเลขาธิการสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย ซึ่งอันนี้หน้าที่ท่านจะใหญ่ขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ดิฉันอยากจะขออนุญาตท่านได้โปรดพิจารณาว่า คณะกรรมการกํากับดูแลการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐซึ่งมีภาคราชการเพียง ๓ ท่าน ขอให้เพิ่มเติมปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ เข้าไป แล้วก็ขอให้ตัดข้อความว่าเปึนผู้ที่มีผลงานหรือเคยปฏิบัติงานที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านโฆษณา ด้านการประชาสัมพันธ์ เพราะนี่เปึนการล็อกสเปกว่าจะต้องมี หน่วยงานคนที่จะมาคัดเลือกนั้นต้องมีผลงานก็คือทําโฆษณาแล้วก็นํามาขอรับงบจาก ราชการ ซึ่งอันนี้ดิฉันขออนุญาตท่านอนุกรรมาธิการด้วยความเคารพว่าแย้งตรงนี้ ด้วยการเห็นประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยไม่มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น ขอบพระคุณ ท่านประธานและขออภัยที่ใช้เวลาเกินค่ะ ขอบพระคุณค่ะ