วสันต์ ภัยหลีกลี้ หารือเรื่องการปรับปรุงพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสาธารณชน โดยเสนอแก้ไขให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะอย่างชัดเจนและเพิ่มศักยภาพในการทำงานขององค์กร และชี้ว่าในอดีตมีการทุจริตและรั่วไหลของงบประมาณ และเสนอให้บังคับใช้พระราชบัญญัติการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหานี้ และเสนอแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีจุดเน้นสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ สตง. ในการตรวจสอบการใช้เงิน และการกระตุ้นภาคประชาชนตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
กราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกครับ ในการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การปัองกัน เปึนยุทธศาสตร์หนึ่งที่สําคัญนะครับ และในบรรดาการปัองกันที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การทําให้ทุกอย่างโปร่งใส ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและดูแลผลประโยชน์ ของส่วนรวมครับ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ของทางราชการได้ใช้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้เห็นว่าควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสาธารณชน เพื่อเปึนกลไกหนึ่งในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันนะครับ ขณะเดียวกันคณะทํางาน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองก็เห็นความจําเปึนของการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการตรวจสอบอํานาจรัฐ ส่วนคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศก็เห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุงกฎหมายนี้เพื่อให้ประชาชนรวมทั้งสื่อมวลชน สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะได้ง่ายขึ้น เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยส่วนรวม อันนี้ก็เลยเปึนที่มาของการร่วมมือกันของ ๓ คณะกรรมาธิการ ภายใต้คณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ครับ ในการศึกษาเรื่องนี้เราได้ต่อยอดจากงานที่ได้มีการศึกษามาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเปึนงานของ ท่านอาจารย์เธียรชัย ณ นคร จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช งานของทีดีอาร์ไอ (TDRI) แล้วก็ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐมาให้ข้อมูล อาทิเช่นตัวแทน
จากสํานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการหรือ สขร. สํานักงานรัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สํานักงานข่าวกรองแห่งชาติ และกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ยุทธศาสตร์ในการปัองกันที่สําคัญอย่างหนึ่งที่เราเห็นพ้องกัน ก็คือว่าการสร้างเสริมระบบธรรมาภิบาลโดยการสร้างมิติทางการ บริหารที่โปร่งใสและ ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยใช้แนวทางรัฐบาลเป่ดเผยหรือโอเพน กัฟเวิร์นเมนต์ (Open government) หรือว่าโอเพน ดาตา (Open data) เหตุผลที่เราคิดว่าจะต้องมีการปฏิรูป ในเรื่องสิทธิในการรับรู้และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะนี้ก็คือว่ากฎหมายนี้ ใช้บังคับมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๐ ยังมีปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้ ในการทําให้ประชาชนได้รับ การคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริง และเหตุผลหนึ่งที่เห็นว่าควรจะมี การปรับแก้ด้วยก็คือว่าเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่พัฒนา ไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็เพื่อคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน เราจึงเห็นควรปรับปรุงกฎหมายนี้ชนิดที่เรียกว่ายกเครื่องใหม่นะครับ
ถ้าท่านสังเกตดี ๆ นะครับ ในโปสเตอร์ (Poster) ที่ปรากฏในหน้าจอก็จะเห็นถึงสาระสําคัญ ของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีการบังคับใช้อยู่ว่าสาระสําคัญหลัก ๆ มีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาก็ยังมีจุดโหว่ ยังมีเรื่องที่ควรจะปรับปรุงอยู่จํานวนมาก เราก็ได้ มีการพูดคุยกันแล้วก็เห็นว่าการแก้ไขปรับปรุงนี้มีความสําคัญต่อกา รสร้างความโปร่งใส ในการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็เปึนหลักประกันให้กับประชาชนในการคุ้มครองสิทธิ ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอันจําเปึนนะครับ รวมทั้งแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในด้านกฎหมายที่จะต้องมีการปฏิรูป ในเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่งก็คือว่าเดิมกฎหมายเรียกว่า พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ เราเห็นว่าที่ควรจะเปลี่ยนไป ประการแรกก็คือว่าควรจะ เปึนเรื่องของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ เพราะว่าสิ่งที่จะต้องมีการเป่ดเผย ให้สาธารณชน ให้กับประชาชนโดยทั่วไปได้รับรู้ รับทราบก็คือเรื่องราวข้อมูลข่าวสาร สาธารณะทั้งหลาย ไม่ใช่เฉพาะในความครอบครองของราชการเท่านั้น แต่ว่าข้อมูลที่อยู่ ในความครอบครองของเอกชน หรือว่าผู้ที่ได้รับสัมปทาน ผู้ที่ใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน ก็ควรจะต้องมีการเป่ดเผยด้วย ในแง่กรอบหลักการสําคัญ ๆ หรือสาระสําคัญของกฎหมาย ฉบับนี้ ก็คือว่าจะต้องมีการคุ้มครองสิทธิของประชาชนโดยการกําหนดให้หน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ต้องเป่ดเผยข้อมูลภายใต้หลักการเป่ดเผยเปึนหลัก ปกป่ดเปึนรอง และกําหนด ช่องทาง กําหนดหน้าที่รับผิดชอบ กําหนดรูปแบบที่ชัดเจน ลดภาระการเป่ดข้อมูลที่ต้อง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เน้นให้ทุกหน่วยงานต้องเป่ดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศ มีการจัดเก็บข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ มีการขยายขอบเขตการบังคับใช้กฎหมาย โดยการขยายขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายจากเดิมเพียงข้อมูลข่าวสารของราชการ ให้เปึนข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ไม่ว่าข้อมูลข่าวสารเช่ นว่านั้นอยู่ในหน่วยงานใด หากเปึนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเงินงบประมาณแผ่นดิน การใช้สิทธิหน้าที่ของ หน่วยงานรัฐ หรือกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น หรือประโยชน์สาธารณะ จะต้องเป่ดเผยเปึนพื้นฐาน นอกจากนั้นจะต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพ การดําเนินงานโดยการกําหนดให้ทุกหน่วยงานจัดทําช่องทางกําหนดรูปแบบการเป่ดเผย ข้อมูลข่าวสารสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็วทันต่อ สถานการณ์และถูกต้อง และมีการกําหนดอํานาจหน้าที่โดยการกําหนดหน้าที่ของหน่วยงาน
ทุกแห่งภายใต้กฎหมายนี้ให้มีหน้าที่จะต้องเป่ดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ทั้งที่ต้อง ประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษา หรือว่าต้องประกาศผ่านทางหน้าเว บไซต์ (Web site) ของหน่วยงาน รวมทั้งการกําหนดจุดให้บริการแก่ประชาชน โดยมีการกําหนดกระบวนการ ขั้นตอน และระยะเวลาที่ชัดเจน อีกประการหนึ่งก็คือว่าต้องมีการเพิ่มศักยภาพในการทํางาน ขององค์กร โดยการจัดองคาพยพใหม่ให้สํานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งจะเปลี่ยนไปเปึนสํานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสาธารณะนี้นะครับ มีประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนประธาน แล้วก็องค์ประกอบของกรรมการมีราชการลดลง ที่สําคัญก็มีเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากนั้นก็ให้เปึนผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ นอกจากนี้ก็จะต้องมีการขับเคลื่อน ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ที่กฎหมายกําหนดอย่างชัดเจน ให้ครบถ้วน ถูกต้อง เพื่อถ่วงดุล แล้วก็สร้างระบ บการตรวจสอบการทํางานของหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่ด้วยนะครับ ที่ผ่านมาเราคิดว่าปัญหาอุปสรรคก็คือว่าสํานักงานแห่งนี้ซึ่งทําหน้าที่ในเรื่องการส่งเสริม การเป่ดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ ในช่วงระยะแรกของการก่อตั้งได้รับการสนับสนุนจาก ทางฝ์ายการเมืองแล้วก็ผู้กํากับดู แล
แล้วการทํางานก็เรียกว่ามีประสิทธิภาพ แต่หลังจากนั้นมาก็อาจจะไม่ได้รับการใส่ใจ เท่าที่ควร งบประมาณก็ถูกตัดถูกลดลง เราคิดว่าโดยภารกิจของสํานักงานแห่งนี้น่าจะ สอดคล้องกับสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เลยคิดว่าควรจะให้ไปเปึนภารกิจหนึ่งของ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ นั่นก็เปึนเรื่องของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเห็นว่า ตรงนี้จะช่วยสร้างความโปร่งใสในสังคมไทยแล้วก็ช่วยแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันนะครับ ในขณะที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองก็คิดว่าตรงนี้จะเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการตรวจสอบอํานาจรัฐ ขณะที่ทางด้านสื่อเองก็ถือว่าจะทําให้เปึนการส่งเสริม สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารแล้วก็การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน สําหรับ ร่างพระราชบัญญัติการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ พ.ศ. .... ซึ่งเปึน ร่างพระราชบัญญัติอีกร่างหนึ่งที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปัองกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบร่วมมือกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ วันนี้เราก็ได้นําเสนอต่อที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้โปรด พิจารณาด้วยนะครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีวาระปฏิรูป ที่ ๓๔ เรื่องการปัองกันกา รแทรกแซงสื่อ ซึ่งการแทรกแซงสื่อนี่ก็มีทั้ง จากรัฐและทุน การแทรกแซงโดยใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐก็เปึนเรื่องหนึ่ง ในขณะที่ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ก็เห็นว่าที่ผ่านมาเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐมีการทุจริต มีการรั่วไหล เปึนจํานวนมาก งบประมาณที่มีอยู่ป้หนึ่งประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งงบประมาณ ในการจัดอีเวน ต์ (Event) อีกประมาณป้ละ ๘,๐๐๐ ล้านบาทเช่นกันนี่ถูกเบียดบัง ถูกหาผลประโยชน์ไปเปึนจํานวนมาก บางคนบอกว่าในการทําโฆษณาให้กับรัฐนี่จะต้อง มีการจ่ายคิกแบก (Kickback) ให้กับนักการเมือง บางที ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ บางงานนี่จะต้องถึงกับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เราลองนึกดูว่างบประมาณของแผ่นดิน ๑๐๐ บาท เนื้องานจริง ๆ อาจจะมีอยู่แค่ ๓๐ บาท ๕๐ บาท แต่ว่าที่เหลือนี่ถูกเบียดบังไปเพื่อ ผลประโยชน์ของฝ์ายการเมืองหรือว่าผู้ที่มี อํานาจทั้งหลาย ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูป การปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะช่วย แก้ไขปัญหาการเบียดบังผลประโยชน์ของรัฐตรงนี้ไปได้ด้วย สภาพปัญหาอีกอย่างก็คือว่า
นอกจากจะมีการเบียดบังในเรื่องของเงินงบประมาณแผ่นดินตรงนี้ไปแล้ว มีการใช้ งบประมาณส่วนนี้ไปแทรกแซงสื่อ อีกอย่างหนึ่งก็คือว่ามีการนําโฆษณาเหล่านี้ไปโฆษณา ตัวบุคคล ไปโฆษณาพรรคการเมือง ไปโฆษณาพวกพ้อง เราคงเห็นปัายโฆษณาใหญ่ ๆ ตามทางด่วน หรือแม้กระทั่งโฆษณาตามโทรทัศน์ที่มีหน้าของนักการเมืองเรียกว่าเกือบจะ เต็มจอ หรือมีเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ หรือสิ่งที่นําเสนอออกไปส่วนใหญ่เปึนเรื่องของการไปส่งเสริมภาพลักษณ์ หรือส่งเสริม ความนิยมให้กับนักการเมือง ให้กับข้าราชการระดับสู ง อันนี้เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง ที่ผ่านมา ในการศึกษาเรื่องนี้เราก็เริ่มต้นมาจากการที่เดิมองค์กรวิชาชีพสื่อ ๔ องค์กรด้วยกัน แล้วก็องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทยได้เรียกร้องให้มีการตรากฎหมายนี้ออกมา เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จากนั้นเมื่อเรามีคณะอนุกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการ เราก็ได้ศึกษาโดยเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็เชิญผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ มาร่วมให้ข้อคิดเห็น
ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรามีตัวแทนจากสถาบันวิจัยเพื่อ การพัฒนาประเทศไทยหรือว่า ทีดีอาร์ไอมาให้ข้อคิดเห็น ให้ข้อมูล มีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมาให้ข้อมูล มีตัวแทนจาก สํานักมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มีตัวแทนจากสํานักงานคณะกรรมการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีตัวแทนจากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพ ข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศ ไทยมาให้ข้อมูล แล้วเราก็คุยกันมีข้อเสนอซึ่งเปึนแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเสนอว่าเนื่องจาก ปัญหานี้เปึนปัญหาที่รุนแรง มีการใช้เงินโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เน้นโฆษณา ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ส่วนตัวของนักการเมือง รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ มากกว่าข้อมูลข่าวสารที่จะเปึนประ โยชน์ต่อการรับรู้ของประชาชน และยังมีการรั่วไหล มีการทุจริต มีการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเงินส่วนนี้ ที่สําคัญมีการนําเม็ดเงิน โฆษณาประชาสัมพันธ์ไปครอบงํา ไปแทรกแซง ส่งผลต่อความเปึนอิสระในการทําหน้าที่ ของสื่อ เราพบปัญหานี้แล้วเราก็เสนอว่าควรจะต้องมีมาตรการใ นการแก้ไข จะต้องมีการ กําหนดมาตรการ กระบวนการ และกลไก เพื่อที่จะกลั่นกรองการใช้งบประมาณ โฆษณาประชาสัมพันธ์ขอ งภาครัฐ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวง ทบวง กรม จังหวัด องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ หรือว่าหน่วยงานรูปแบบพิเศษใด ๆ ก็ตาม กําหนดให้ต้องมีการ จัดทําแผนงาน มีการประมาณการงบประมาณที่ชัดเจนแล้วก็มอบหมายให้คณะกรรมการ กํากับดูแลการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐและสํานักงบประมาณได้ทําหน้าที่วิเคราะห์ ข้อเสนอและแผนงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในลักษณะที่เรียกว่าประเมินกันก่อนว่ามีเหตุผล มีความสมเหตุสมผลที่จะใช้งบประมาณส่วนนี้ เนื่องจากว่าที่ผ่านมาการใช้งบบางครั้งตั้งเปึน โครงการแทรกเข้าไปในโครงการซ่อนเอาไว้อยู่ หรือมีการโยกงบมาใช้ในส่วนนี้แล้วเหตุผล ความจําเปึนในการใช้ไม่ชัดเจน เราคิดว่าควรจะมีแผนงานมีโครงการแล้วก็มีการตรวจสอบ กลั่นกรองให้ดีเสียก่อน เราเห็นว่าควรจะกําหนดและพัฒนาระบบให้มีการเป่ดเผยข้อมู ล การใช้จ่ายงบประมาณในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของภาครัฐนี้ เราคิดว่าการใช้เงินใช้ทอง ของภาครัฐ ใช้เงินใช้ทองแผ่นดินประชาชนควรจะมีสิทธิรับรู้ ควรจะมีการเป่ดเผยข้อมูล เหล่านี้ให้ประชาชนได้ช่วยกันเปึนหูเปึนตาได้ช่วยกันตรวจสอบ มีข้อเสนอว่าควรจะกําหนด มาตรการหรือว่าข้อห้ามการใช้เงินงบประมาณหรือเงินแผ่นดินในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่มีเนื้อหาสาระที่เปึนนัยสําคัญนําไปสู่การเอื้อประโยชน์แก่บุคคลที่เปึนนักการเมืองหรือผู้นํา
ผู้บริหารในหน่วยงานภาครัฐ อันนี้ในต่างประเทศเขาก็มีการห้ามกัน บางประเทศกําหนดเปึน กฎหมาย บางประเทศก็ถือว่าเปึนจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีการห้ามที่จะ ใช้โฆษณาเหล่านี้มาโฆษณาตัวเอง นอกจากนั้นเราก็คิดว่ามาตรการต่าง ๆ รวมทั้งกลไก การกลั่นกรองควรจะมีการกําหนดเปึนกฎกติกาและแนวทางในการปฏิบัติให้ชัดเจน เพื่อความสุจริตและโปร่งใส่ เรายังเห็นว่าควรจะมีการพัฒนาศักยภาพให้กับบุคลากรของ สตง. ในการตรวจสอบการใช้เงินส่วนนี้ในลักษณะที่เปึนโพสต์ ออดิต (Post audit) ด้วยนะครับ และให้มีการเอาผิดกับผู้ที่ทุจริตคอร์รัปชันในเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ นอกจากนั้นกระตุ้นให้องค์การพัฒ นาภาคเอกชน องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค หรือภาคประชาชนตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบมากขึ้น ในการตรากฎหมายนี้ เราก็เห็นว่าควรจะมีคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ตัวแทนก็จะประกอบด้วย ตัวแทนจากภาครัฐ ๓ ท่าน คือ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ มีอธิบดีกรมบัญชีกลาง และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่เหลือเปึนผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๖ คน
ทั้ง ๙ ท่านนี้ก็จะต้องมาประเมินในเรื่องเหตุผลความจําเปึนแล้วก็โครงการของ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ พิจารณาประเมินความเหมาะสมของโครงการ แผนงาน กําหนดนโยบาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ติดตาม แล้วก็ประเมินผลการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ข้อเสนอที่เราเสนอมานี้เราก็หวังว่า จะทําให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ เกิดความสุจริต โปร่งใส เปึนธรรม แล้วก็เกิดความคุ้มค่า ในการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดิน อีกทั้งไม่ถูกนําไปใช้ในลักษณะที่เปึนการแทรกแซงสื่อ ขอบคุณครับ