สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๓ · ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ทนงศักดิ์ ทวีทอง หารือเรื่องการเคารพต่อท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และยังเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทนงศักดิ์ ทวีทอง พูดถึงการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับญาติใน พ.ร.บ. และเรียกร้องให้พิจารณาผลกระทบต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และแสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรา ๕, ๖ และ ๑๘ ของกฎหมายที่กำลังจะประกาศใช้

นายทนงศักดิ์ ทวีทอง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม นายทนงศักดิ์ ทวีทอง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อีกฐานะหนึ่งเปึนนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ซึ่งเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่าง ประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. .... ตามที่ทางคณะกรรมาธิการได้นําเสนอ แต่ก่อนอื่นอยากจะขอความกรุณาได้เรียนว่าได้มีข้อเสนอของอนุกรรมาธิการ สร้างความเข้มแข็งขององค์กรอิสระและหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันภาครัฐ ในข้อเสนอนี้ ในส่วนหนึ่งที่พูดถึงในเรื่องของอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ในข้อ ๔ ที่บอกว่าเสนอมาตรการความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาล หรือคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการส่วนของราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ กระผมเห็นว่า ไม่น่าจะเปึนหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในเรื่องที่จะไป ผมไม่อยากจะเรียกว่าเปึนการก้าวก่าย ต่อการทํางานของฝ์ายบริหารโดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี และโดยเฉพาะรัฐสภาหรือศาล กลายเปึนการให้อํานาจ ป.ป.ช. ซึ่งไม่น่าจะตรงกับความเปึนจริงที่จะเกิดขึ้น อันนี้เปึนเรื่องแรก ที่อยากจะกราบเรียนในส่วนของกฎหมายที่อยากจะพูดในเรื่องของพระรา ชบัญญัติ แต่อย่างไรก็ตามในข้อเสนอของคณะกรรมาธิการนั้นก็ต้องยอมรับว่าเปึนความยากลําบาก ในการที่ท่านจะทําได้สําเร็จถึงขนาดนี้ และโดยเฉพาะได้ร่างกฎหมายถึง ๓ ฉบับ ก็ยอมรับว่า เปึนเรื่องที่มีความพยายามอย่างยิ่ง แต่ในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. .... นั้น ก็อยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วเรามีกฎหมายหลายกฎหมายและโดยเฉพาะ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ในมาตรา ๑๐๐ ที่ได้ให้ อํานาจ ป.ป.ช. ได้ประกาศผู้ที่มีตําแหน่งเปึนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารท้องถิ่น และรองผู้บริหารท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่มีอยู่แล้ว แต่จริง ๆ แล้วอยากจะให้ กฎหมายใช้บังคับกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กลายเปึนว่าวันนี้ พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ ใช้บังคับกับนา ยกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและผู้บริหารท้องถิ่นและรอง ผู้บริหารท้องถิ่น จริง ๆ แล้วผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินนั้นมีอี กมากมาย งบประมาณแผ่นดินป้ ๒๕๕๙ ๒.๗ ล้านล้านบาทอยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ที่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นอีก ๒ ล้านล้านบาทไม่ได้อยู่ในส่วนของท้องถิ่น อยู่ในส่วนราชการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ควรที่จะต้องประกาศเกี่ยวข้องกับหัวหน้าส่วนราชการ ที่ได้อาจจะมีความผิดเกี่ยวกับมาตรา ๑๐๐ นะครับ ทีนี้ในส่วนของในเรื่องของรายมาตรา

ที่อยากจะลงไปบ้างซึ่งเวลาก็คงน้อยไม่สามารถที่จะพูดได้หมด แต่ในเรื่องของคําจํากัดความ บางคําจํากัดความที่พูดถึงคู่สมรส หมายความรวมถึงกรณีชายแล ะหญิงซึ่งอยู่กินกัน ฉันสามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ผมไม่แน่ใจว่าจะเปึนการนํามาปัองกันจากการที่มี ผู้บริหารระดับสูงของประเทศในสมัยที่ผ่านมาหรือเปล่า ซึ่งประเด็นนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะขัดกับ ข้อกฎหมายอย่างไร และโดยเฉพาะคําว่าญาติ ผมคิดว่าท่านสมาชิกทั้งหลายอาจจะไม่ได้ มีโอกาสมีเวลาที่จะมาอ่านนะครับ ผมไม่แน่ใจว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ไปย่อมาจากกฎหมาย ที่เคยถูกระงับไปที่พวกเราเรียกว่ากฎหมายเจ็ดชั่วโคตรหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจว่าย่อมาหรือเปล่า แต่ก็เห็นคําว่าญาตินั่นหมายถึงบุพการีของตน พวกเรานั้นมาจากท้องถิ่นซึ่งไม่แน่ว่าคุณพ่อนั้น อาจจะทําโรงน้ําแข็ง ทําตลาด หรือทําบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะต้องมีการอนุญาตจากลูก ซึ่งอาจจะเปึนนายกท้องถิ่น ซึ่งตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่ากฎหมายฉบับนี้จะทําอย่างไร ถ้าสมมุติว่า จะต้องให้เขายกเลิกจากการเปึนเจ้าของกิจการ หรือแม้กระทั่งคู่สมรสของบุตรของตน กระผมก็นึกเหมือนกันว่าผมมีลูกสาวอยู่ยากที่จะหาลูกเขยได้ในขณะนี้ในขณะที่ผมเปึน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่ เพราะฉะนั้นพวกเราที่ดํารงตําแหน่ งทางการเมือง หรืออาจจะเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต่อไปนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้มายากที่จะหาลูกสะใภ้ หาลูกเขย เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ได้พิจารณาด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของข้อย่อย ๆ ออกมา

พวกเราทํางานท้องถิ่นซึ่งก็ต้องเกี่ยวข้องกับชุมชน ประชาชน ในการให้บริการสาธารณะ โดยเฉพาะการพูดถึงการให้ใช้สถานที่ ยานพาหนะ หรือทรัพย์สินโดยไม่คิดค่าเช่า ประมาณนี้ครับ การที่นําชุมชน นําประชาชนไปดูงาน ผมไม่แน่ใจว่าในการตีความนั้น จะออกมาถึงขนาดไหน โดยเฉพาะในเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ นั้น ซึ่งมีหลายท่านได้พูดแล้ว ในเรื่องมาตรา ๕ มาตรา ๖ ซึ่งผมคิดว่าเปึนแนวคิด เปึนความคิดที่ดี แต่ผมว่าในการปฏิบัตินั้น ทําให้พวกเรายากในการทํางาน ซึ่งไม่ได้ปฏิเสธในการที่จะรับกฎหมายฉบับนี้ แต่พอดูเนื้อหาแล้วทําให้กังวลว่าผู้ที่จะควบคุมกํากับนั้นจะพิจารณาอย่างไร โดยเฉพาะ ให้โอกาสในการที่จะใช้อํานาจมาก และโดยเฉพาะในมาตรา ๑๘ ที่บอกว่าในกรณีคู่สมรส หรือญาติของเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําความผิดตามมาตรา ๕ หรือมาตรา ๘ ให้ได้รับโทษ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่ามันมีข้อปลีกย่อยต่าง ๆ มากมาย ที่อยากจะให้ได้พิจารณาให้ถ่องแท้ เพราะว่าถ้าเกิดมีการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไป หรืออาจจะแม้กระทั่งส่งผ่านไปแล้ว ผมคิดว่ามันจะมีผลกระทบกับการทํางานของเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ซึ่งไม่ใช่หมายถึงท้องถิ่นเท่านั้นอาจจะหมายถึงส่วนราชการต่าง ๆ ด้วย ทําให้พวกเรา ยากในการทํางาน ก็ด้วยความยินดีครับที่อยากให้มีมาตรการต่าง ๆ ที่มาบังคับใช้เพื่อทําให้ เกิดความสุจริตมากขึ้น ขอขอบพระคุณครับ