ทัศนา บุญทอง แสดงความขอบคุณและเชิญที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ พูดถึงการปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ โดยเน้นย้ำถึงความแตกต่างในแรงจูงใจของภาคเอกชนและภาครัฐ และหารือเรื่องความเสื่อมถอยของระบบราชการ และขาดธรรมาภิบาล ในการแก้ไขปัญหานี้ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนและพัฒนาการจัดการไปสู่องค์กรสมัยใหม่
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ค่ะ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อย่างไรก็ตามก็ยังให้กําลังใจคณะกรรมาธิการที่พยายามจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ ในฐานะที่มาจาก ภาคเอกชนนะครับ ทางราชการก็พยายามที่จะใช้มาตรฐานของเอกชนซึ่งจะมาปรับเปลี่ยน ในส่วนของการทํางานของภาครัฐนะครับซึ่งก็เปึนสิ่งที่ดี แต่เพียงแต่ว่าแรงจูงใจต่าง ๆ มันจะต่างกันนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของระบบคุณธรรมซึ่งมีความสําคัญอย่างยิ่ง
ในการที่จะทําให้คนมีความกระตือรือร้นในการที่จะทํางาน ภาคเอกชนนั้นผู้ที่ทําหน้าที่ ประเมินพนักงานของเขาเองคือเจ้าของบริษัท เพราะฉะนั้นถ้าเขาประเมินแล้วไม่ได้ส่งเสริม บุคลากรเปึนไปตามความสามารถของเขาก็หมายถึงผลกําไร หรืออนาคตข้างหน้าของบริษัท ก็อาจจะเจ๊งได้ แต่คนประเมินของราชการส่วนมากไม่มีส่วนได้เสียในส่วนนี้นะครับ อย่างมากก็เ ปึนผู้บังคับบัญชา ตรงนี้ผมก็ยังคิดง่าย ๆ อยู่เลยว่าถ้าไปพ่วงตรงที่ว่า ถ้าเกิดประเมินแล้วตอนหลังพิสูจน์ได้ ว่าไม่ได้เปึนไปตามความรู้ความสามารถน่าจะลงโทษ คนประเมินด้วยซ้ําไปเพื่อ ให้เกิดความเกรงกลัวในส่วนนี้ แล้วไม่ใช่ไปเล่นพรรคเล่นพวก ซึ่งจะเห็นว่าในส่วนของราชการนั้นมีพูดถึงเยอะนะครับ อย่างเช่นการบริหารพยายามที่จะ ปรับเปลี่ยนนะครับว่าเปึนการบริหารงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบริหารงานแบบมืออาชีพ ซึ่งเราจะเห็นในสื่อมวลชนเยอะแยะ การบริหารของราชการจะได้คํานึงถึงหลักความคุ้มค่า การจัดโครงสร้างที่กะทัดรัดและแนวราบ และการบริหารงานแบบเป่ดโอกาสให้เอกชน เข้ามาแข่งขันในการให้บริการสาธารณะ การให้ความสําคัญต่อค่านิยม จรรยาบรรณ จริยธรรม ตลอดทั้งการมุ่งเน้นการให้บริการแก่ประชาชนโดยคํานึงถึงคุณภาพเปึนสําคัญ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าเราดูตามความเปึนจริงมันเหมือนกับตรงกันข้ามหมดนะครับ สิ่งที่จะเน้น คุณภาพกลายเปึนไม่มีคุณภาพ การที่นั่นก็ไม่เรียบร้อย นี่ก็ไม่เรียบร้อย ไปติดต่อ ทางราชการทีเหมือนท่านจะไปทําในเรื่องของสัญญาที่ดินทีหนึ่งก็เรื่องมากเหลือเกิน หลายเรื่อง บางทีก็ไม่รู้ว่าทําอะไรบ้าง ในที่สุดก็เลยต้องจ้างหรือจ่ายใต้โต๊ะไปก็จบ อย่างนี้เปึนต้นนะครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าสิ่งที่ราชการพยายามทํากลับกลายเปึน สิ่งตรงกันข้ามนะครับ แต่ความจําเปึนในการที่ จะต้องปรับเปลี่ยนในระบบราชการนั้น มีความจําเปึนครับ หลายคนคงจะเคยได้ยินว่ากระแสโลกาภิวัตน์เปึนตัวหนึ่งที่เราจะต้องปรับ ให้มันทันตาม เอกชนถ้าสมมุติว่ายกตัวอย่างเช่นหน่วยงานที่จะต้องเอาสินค้าของเรานี้ออก ตรวจสอบสินค้าของเราก่อนส่งออก สมมุติผมมีไก่อยู่ ๒๐๐ ตู้ที่จะต้องไปส่งออก
ถ้าเจอวันศุกร์ตรวจไปแล้ว ๑๘๐ ตู้ บังเอิญเลิกงานพอดี ที่เหลือเขาไม่ตรวจต่อครับ ถ้ามันติด เสาร์ อาทิตย์ คือคุณต้องติดไฟ ปัืนไฟ เพื่อจะมาแช่แข็งไก่ตัวนี้เพื่อไม่ให้เน่าทั้ง ๒๐๐ ตู้ แล้ววันจันทร์ค่อยว่ากันใหม่ ถ้าท่านไปดูประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียเขา ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีโอที (OT) เพราะฉะนั้นสินค้าไปที่ท่าเรือป้นัง ตั้งแต่ด่านเปึนต้นไปเขาบริการให้เสร็จเลย ถึงปลายทาง จนกระทั่งถึงด่าน ๒๔ ชั่วโมงแล้วไม่มีโอที แต่ของเรานี่ต้องเจรจากัน ถ้าอีก ๒๐ ตู้ต้องตรวจเพื่อจะส่งออกได้แล้วไม่ต้องปัืนไฟ ซึ่งจะมีต้นทุนมหาศาล ไปรวมอีก ๑๘๐ ตู้ที่ตรวจไปแล้วอย่างนี้ นี่คือการปรับเปลี่ยนการทํางานในการที่จะทําแล้วให้งานมัน ทั้งเสร็จและทั้งสําเร็จด้วย ของเรางานเสร็จอย่างเดียวสําเร็จไม่สําเร็จไม่ได้สนใจ เสร็จงานของเขาแล้วก็จบกลับบ้าน อันนี้คือสิ่งที่กระแสโลกาภิวัตน์ทุกวันนี้แข่งกัน ถ้าราชการไม่ป รับตัวตรงนี้ก็ลําบาก สิ่งที่น่าเปึนห่วงที่สุดก็คือความเสื่อมถอยของ ระบบราชการและการขาดธรรมาภิบาล ทุกท่านคงทราบนะครับ ถ้าไม่ปรับเปลี่ยน และพัฒนาการจัดการไปสู่องค์กรสมัยใหม่แล้วหลักธรรมาภิบาลนี่เรื่องใหญ่ จะเห็นว่า การเลื่อน ลด ปลด ย้าย หรือแม้กระทั่งอดีตในสมัยที่การเมืองเขาเข้ามาดูแลเปึนรัฐบาลอยู่ จะเห็นว่ามีโครงการทางกระทรวงมหาดไทยก็คงจะทราบเรียกว่าราคา ๙๘๗ อะไรของเขา นี่นะครับ แล้วก็มีการอบรม มีการเรียกใต้โต๊ะ จนกระทั่งบางคนถูกไล่ออกนะครับ บางคนฆ่าตัวตายไปก็มี เพราะฉะนั้นต้องทําตามระบบแบบนี้ แล้วก็ถามว่าในกรณีที่เขา ต้องลงทุนแบบนี้ไม่ต้องถอนทุนหรือครับ ในการที่เข้าไปสู่ระบบราชการมันก็ต้องถอนทุนคืน ขณะเดียวกันการที่จะให้คนดีเข้าสู่องค์การนี้มันก็เลยไม่มี ทุก ๆ คนก็ถอยหมด เพราะฉะนั้น การเสื่อมถอยของระบบราชการนี่จริง ๆ แล้วเข้าใจกรรมาธิการก็พยายาม จะหาทาง ในการที่จะตั้งตรงนี้ขึ้นมาให้ได้ แต่ความยากในเรื่องแรงจูงใจกับสิ่งที่มันเกิดในอดีต เปึนภาระหนักมากที่จะกระตุกให้สิ่งนี้มันไม่สามารถที่จะเดินไปได้ สุดท้ายก็คือ ในเรื่องของการสร้างระบบ สร้างระบบสนับสนุนในเรื่องบุคลากร ไม่ว่าจะเปึนการฝ๊กอบรม ระบบค่าตอบแทน ระบบคุณธรรม อันนี้สําคัญ แล้วแนวคิดในเรื่องการแข่งขัน อันนี้ น่าจะใส่ลงไปด้วยว่าแข่งขันระหว่างหน่วยงานด้วยกันมาเปรียบเทียบกัน จริง ๆ แล้ว ผมคิดว่าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๑ ๗ ยุทธศาสตร์นั้นมันมีสูตรของมันอยู่แล้ว แต่ทําอย่างไรถึงจะปรับตรงนี้ให้เข้ากับรูป ความเปึนจริง เราต้องดูความเปึนจริงเปึนหลัก ถ้าเราคิดไปเอามโนเปึนหลัก
และเอาจินตนาการเปึนหลักเปึนเรื่องที่ยาก เพราะฉะนั้นธุรกิจภาคเอกชนเขามีคําอยู่คําหนึ่ง คือเชนจ์ มี เชนจ์ ไมด์ (Change me change mind) คือเปลี่ยนตัวเราต้องเปลี่ยน ความคิดก่อน ถ้าเปลี่ยนความคิดไม่ได้ทั้งผู้ใหญ่จนกระทั่งถึงข้างล่างไม่มีความศรัทธา ต่อระบบตรงนี้แล้วมันยากนะครับ เพราะธุรกิจเราคิดว่าถ้าคุณไม่เปลี่ยน คุณจะถูกบังคับ ให้เปลี่ยน แต่ราชการนี่ถ้าคุณไม่เปลี่ยน คุณไม่ไ ด้ถูกบังคับให้เปลี่ยน คุณยังอยู่ได้ ด้วยระบบปกตินี้ เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ว่าสิ่งต่าง ๆ ซึ่งดูเปึนเงื่อนไขที่มันค่อนข้างยาก ผมคิดว่าทุกปัญหามีคําตอบ ลองหาคําตอบดูแล้วก็ฝากความหวังไว้ตรงนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ