สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๒ · ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘

กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารงานแห่งรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงระบบให้ทันสมัยเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย และการประเมินผลงานและการจัดระบบบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีความคิดเห็นว่าแนวทางปฏิรูปดังกล่าวยังไม่แรงพอ และจึงต้องการมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จาก จังหวัดพระ นค รศรีอ ยุธยำ ๐๐๗ ก่อ นอื่นดิฉันก็คิดว่าในรายงาน เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการบริหารงานแห่งรัฐนี้เปึนสิ่งที่ได้เสนอแนวคิด ที่อยากจะปรับปรุงการบริหารงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพเพิ่มขึ้นเปึนอย่างดี เลยนะคะ อย่างไรก็ดีดิฉันก็ยังมีความรู้สึกว่าหนทางที่จะเดินไปสู่จุดหมายปลายทาง ก็ยังดูไม่ค่อยแจ่มใส ดิฉันเองมาจากภาครัฐแต่เปึนภาครัฐที่ขึ้นกับมหาวิทยาลัย มาเปึนเวลาหลายสิบป้ ๓๐ กว่าป้ แล้วก็เห็นการทํางำนของภาครัฐส่วนอื่น ๆ ซึ่งดิฉัน เคยคิดเสมอว่ายังห่างไกลจากภาคราชการของมหาวิทยาลัยมากในแง่ของประสิทธิภาพ และคุณภาพ แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากมีจํานวนถึง ๕๗,๐๐๐ หน่วยงาน การที่จะทําให้ไปถึง เปัาหมายที่ท่านประธานได้นําเสนอไป ดิฉันคิดว่าสิ่งที่จะปรับเปลี่ยนหรือตัวขับ เคลื่อน จําเปึนจะต้องใช้ยาแรง เพราะว่าโอกาสที่คนหลายหมื่นคนที่อยู่ในหน่วยงานของภาครัฐ ทั้งหมดเปึนบุคลากรที่อยู่กับความจําเจ และมีวัฒนธรรมองค์กรที่จําเ จมาช้านาน ถึงแม้ท่านประธานจะยกตัวอย่างของอีกหลายประเทศที่เขาพัฒนาไปได้ ดิฉันเคยคิดว่า ประเทศไทยฝากความหวังไว้กับหน่วยงานภาคราชการจะได้ไหม สมัยหนึ่งเคยคิดว่าน่าจะได้ แล้วคิดว่าภาคราชการน่าจะมีดีกว่านักการเมือง แต่เมื่อเราวิเคราะห์ลึกลงไปหรือดู การทํางานของภาคราชการทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรแล้ว เราน่าจะสุ่มเสี่ยงมาก ที่จะฝากความหวังไว้กับภาคราชการ ถึงแม้ว่าแนวทางในการปฏิรูปครั้งนี้จะพยายามทํา ให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพและคุณภาพก็คือมีความคุ้มค่าและคุณค่ามากขึ้น แต่ดิฉันคิดว่า ยายังไม่แรงพอ เพราะฉะนั้นในการที่ใช้ยาแรงมาก ๆ ในกระบวนการขับเคลื่อน มันยังจําเปึนต้องมีจุดคานงัดอีกหลายจุดที่จะทํา เพราะว่าถ้าเรามองว่าในมาตรฐาน ทั้ง ๓ ระดับที่ท่านประธานได้พูดไว้ ดิฉันมีความรู้สึกว่ามาตรฐานที่อยู่บีโลว์ ฟันดาเมนทอล มันมีจํานวนมากกว่าที่บอกว่าเปึนมาตรฐานเพื่อความ เปึนเลิศหรือมาตรฐานที่เปึน ฟันดาเมนทอล หรือมาตรฐานมูลฐานมากมาย คือจํานวนมันมาก ทีนี้ในจํานวนที่บีโลว์

ฟันดาเมนทอลที่มีมาตรฐานเพื่อการปรับปรุง หรือควรจะยุบรวม หรือยุบเลิก หรือรี (Re) ทั้งหลาย ไม่ว่าจะรีสตรักเจอร์ (Restructure) รีเอนจิเนียริงอะไรก็ตาม มันต้องมีจุดคานงัด หรือยาแรง ๆ ที่จะทํา เพราะเราไม่สามารถที่จะรับข้าราชการใหม่ทั้งหมดได้ เรายังต้องใช้ บุคลากรกลุ่มเดิมอยู่ ข้าราชการใหม่ที่เราจะรับก็แป็บเดียวพอเข้าไปแล้วก็จะถูกรีฟอร์ม (Reform) และคอนฟอร์ม (Conform) ไปกับกลุ่มเดิมที่อยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเราเทียบกับ ภาคเอกชนแล้วทําไมภาครัฐถึงไม่เคยปรับเปลี่ยน เพื่อให้เกิดความทันสมัย ความคุ้มค่า ความมีคุณค่าได้เท่ำกับภาคเอกชน แต่มีความเทอะทะ และปัญหาที่ท่านพูดถึง รากเหง้าปัญหาและปัญหาที่เปึนอยู่มันยังแก้ไม่ได้ด้วยสิ่งที่เรากําลังคิดว่าจะใช้ผลลัพธ์ มาเปึนตัวขับเคลื่อนหรือผลสัมฤทธิ์เปึนตัวขับเคลื่อน ระบบมหาวิทยาลัยได้ใช้ผลลัพธ์ หรือตัวผลสัมฤทธิ์มาเปึนตัวขับเคลื่อนมานำนพอสมควร ดิฉันก็มองเห็นปัญหาว่า ตัวขับเคลื่อนที่เปึนเพอร์ฟอร์แมนซ์ เอาเข้าจริงสําหรับคนไทยแล้วตัวเพอร์ฟอร์แมนซ์ จะไปอยู่บนกระดาษ

เพราะว่าเขาจะวัดตัวสิ่งที่เปึนผลลัพธ์หรือตัวเพอร์ฟอร์แมนซ์ของเขามาอยู่ในแผ่นกระดาษ ให้ได้มากที่สุด แต่สภาพความเปึนจริงที่ทําอาจจะเปึนคนละเรื่องกับเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่อยู่ในกระดาษ เพราะฉะนั้นถึงแม้เราจะบอกว่ากระบวนการชี้วัดจะเปึนเอฟวิเดนซ์ เบส หรือต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่นอร์ม เบส (Norm based) แต่ดิฉันก็ยังมีความรู้สึก ลึก ๆ ว่าเราไม่มีเอฟวิเดนซ์ (Evidence) พอในการที่จะไปจับเปึนตัวชี้วัดหรือตัวประเมิน หรือเปึนตัวมอนิเตอร์ (Monitor) สิ่งที่เปึนเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่จะให้เปึน เอฟวิเดนซ์ เบสได้ ดิฉันก็อยากเรียนฝากท่านประธานและคณะกรรมาธิการว่าถ้าจะมีกระบวนการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดคุณภาพ ประสิทธิภาพ ที่ต้องทําพันธสัญญาหรือแผนสัญญาอะไรก็ตาม สําหรับแนวโน้มของวัฒนธรรมองค์กรประเทศไทยน่าจะอยู่ในกระดาษมากกว่าที่จะเกิดขึ้น ด้วยสภาพที่เปึนจริงเหมือนกับอีกหลาย ๆ ประเทศที่เขาทําได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรายังคิดแก้ไข จุดตรงนี้ไม่ได้ ดิฉันเกรงว่าการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินของเราครั้งนี้ก็จะสูญเปล่า เพราะว่าแนวคิดอาจจะดี แต่ในทางปฏิบัติแล้วการที่จะทําเอาผลลัพธ์สําคัญมาเปึนตัวชี้วัด หรือเปึนการดําเนินงานแบบแสดงผลลัพธ์คือตัวเพอร์ฟอร์แมนซ์ แมเนจเมนต์ แอนด์ รีซัลต์ โมเดล (Performance management and result model) ดิฉันเกรงว่าจะไป ไม่ถึง จุดหมายปลายทาง ก็อยากจะเรียนฝากท่านประธานและคณะกรรมาธิการว่าจุดคานงัด ยังมองไม่ชัดเจน หรือยังมองไม่เห็นว่าเปึนตัวยาที่แ รงพอในเปเปอร์ (Paper) ฉบับนี้นะคะ ดิฉันเองก็อาจจะคิดแทนท่านไม่ออกเพราะว่าก็คงไม่มีความสามารถที่จะไปคิดได้ขนาดนั้น แต่มีความรู้สึกเปึนห่วงว่าจะไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางค่ะ ขอบพระคุณค่ะ