สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๒ · ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ หารือเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และการปฏิรูประบบการบริหารบุคคลภาครัฐ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างของราชการ เพื่อให้มีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของขนาดของราชการและโครงสร้างส่วนราชการ โดยเสนอแนะการปฏิรูปส่วนราชการ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร เพื่อให้งบประมาณที่จะใช้ในการลงทุนไม่ลดลง และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาและสนับสนุนบุคลากรภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ก่อนอื่นในนามของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ผมขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้ข้อสังเกต ให้ข้อเสนอแนะ ในเรื่องของการที่จะมี การปฏิรูปโครงสร้างของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเรื่องการปฏิรูประบบ การบริหารบุคคลภาครัฐนะครับ ซึ่งข้อแนะนําของท่านเปึนประโยชน์ อย่างยิ่งนะครับ ที่ทางคณะกรรมการจะนําไปปรับปรุงในรอบสุดท้ายก่อนที่จะเสนอให้ทางรัฐบาลพิจารณา

ประกอบการดําเนินการต่อไป มีประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนเพื่อประกอบความเข้าใจ และเพื่อที่จะชี้แจงถึงแนวทางของการพิจารณาดําเนินการของเราอยู่ ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน

ในประเด็นแรกที่สุด ผมขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านอลงกรณ์ที่ได้กรุณาพูดถึงในเรื่องของความชัดเจนว่าควรจะมีการปฏิรูป เรื่องของโครงสร้างของราชการที่สามารถที่จะเห็นได้ว่าเราจะมีความเปลี่ยน แปลง ในเรื่องของโครงสร้างอย่างไรบ้าง อย่างเช่น ในเรื่องของจํานวนกระทรวงที่เพิ่มขึ้นมาจาก ๑๔ กระทรวง เปึน ๒๐ กระทรวงก็ดี จํานวนกรมที่เพิ่มขึ้นก็ดี และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานในส่วนภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น ทั้งโดยภูมิภาคเองและส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค ตรงนี้ขออนุญาตเรียนว่าเปึนควำมเห็นที่สอดคล้องกันนะครับ มันตรงใจนะครับว่า ในการศึกษาในการพิจารณานั้นทางกรรมาธิการถ้าสามารถทําได้นี่ฟันธงลงไปเลยว่า การปฏิรูปครั้งนี้ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องโครงสร้างมันควรจะเปึนอย่างไร ขนาดของราชการ ในเรื่องของโครงสร้าง จํานวนส่วนราชการต่าง ๆ จะมีมากน้อยแค่ไหน ควรจะยุบลงไปได้ สักกี่กระทวงหรือกี่กรม แต่ว่าในความเปึนจริงนั้นด้วยระยะเวลาที่ค่อนข้างจํากัด เรามีเวลา ตั้งแต่เริ่มทํางานมานั้นเพียงประมาณ ๑๐ เดือนไม่ถึงดี แล้วก็เรายังเหลือเวลาอีกเพียงสั้น ๆ การที่จะสามารถบอกลงไปเลยว่า

จํานวนหน่วยงานระดับกระทรวงควรจะเหลือกี่กระทรวง กรมควรจะเหลือกี่กรม เปึนเรื่องที่ มันจะต้องใช้ข้อมูล ใช้เวลาในการที่จะศึกษา ที่จะวิเคราะห์ แล้วที่จะกําหนดความชัดเจนลงไป เพราะว่าไม่อย่างนั้นมันจะเปึนอันตรายพอสมควรในการที่จะไปชี้ว่ากระทรวงไหนควรจะยุบ กรมไหนควรจะยุบ ทั้ง ๆ ที่ถ้าเผื่อเราพูดไปเขาก็จะว่าเปึนการเสนอตามความรู้สึก หรือว่ามโนเอา ซึ่งมันก็อาจจะไม่สอดคล้อง แต่ตรงนี้เห็นตรงกับท่านนะครับว่า หน่วยที่รับต่อไป ไม่ว่าจะเปึนสภาขับเคลื่อน หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราเสนอไป ทางรัฐบาลแล้ว รัฐบาลจะโดยวิธีการใดก็ตามแต่จะต้องมีแนวทางของการที่จะปฏิรูป ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่มันมีนัยสําคัญ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องขนาดโครงสร้างของส่วนราชการ หรือจํานวนของข้าราชการที่มันมีอยู่เท่าไร บางท่านได้กรุณาพูดถึงในเรื่องของงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในเรื่องของบุคลากร ตรงนี้เปึนสิ่งที่คณะกรรมาธิการเรามีความกังวลเปึนอย่างยิ่ง แล้วข้อเท็จจริงก็เปึนอย่างนั้นจริง ๆ ก็คือในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งนั้นค่าใช้จ่ายเกี่ ยวกับบุคลากร ของเรานั้นอยู่ที่ประมาณร้อยละ ๓๕ ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด แต่ว่าปัจจุบัน เท่าที่ทราบขึ้นไปถึงกว่าร้อยละ ๔๐ ซึ่งค่อนข้างที่จะมีปัญหาทําให้งบที่จะมาใช้ ในเรื่องของการลงทุนนั้นมันลดลง ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้เท่าที่ควร ตรงนี้เปึนเรื่องที่ เราจะได้ฝากไว้ในเรื่องของการที่จะได้มีการแก้ไขต่อไปนะครับ

ในอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเปึนประเด็นสําคัญ ผมต้องขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง ท่านณรงค์ พุทธิชีวิน ที่ได้พูดถึงในเรื่องของความชัดเจนในเรื่องของการพัฒนาคนของแผน ในเรื่องการปฏิรูปในครั้งนี้ ผมกราบเรียนตรง ๆ ว่ามีควา มชื่นใจเปึนอย่างยิ่งครับ ที่ท่านเห็นความสําคัญของทรัพยากรมนุษย์ในระบบราชการ ซึ่งผมต้องเรียนว่า โดยประสบการณ์ส่วนตัวนั้น ผมเองเปึนผู้อํานวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน คนแรกแล้วก็ใช้เวลาประมาณ ๑๐ ป้อยู่กับสถาบันนี้ เปึนนายกสมาคมนักฝ๊กอบรม แห่งประเทศไทยคนแรก ๒ สมัย แล้วก็เปึนผู้ที่เสนอในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ในแผนที่ ๖ หรือแผนที่ ๗ ผมจําไม่ได้ ชัดเจนนะครับว่าให้บรรจุลงไปในแผน แล้วได้รับการพิจารณาบรรจุไว้ในแผนว่าให้ถือว่างบประมาณในการพัฒนาข้าราชการ ที่กําหนดไว้ในแต่ละป้นั้นเปึนงบประมาณว่าด้วยการลงทุนภาครัฐ ไม่ใช่งบประมาณค่าใช้จ่าย เพราะถ้าเราเห็นว่าเปึนงบประมาณค่าใช้จ่ายมันจะใช้ไปอย่างสิ้นเปลือง แต่ถ้าเราเห็นว่า เปึนงบประมาณด้านการลงทุนภาครัฐ เราจะคํานึงถึงผลตอบแทนที่ได้จากการพัฒนา

แล้วก็ได้มีการจัดทํานโยบายว่าด้วยการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ นโยบายว่าด้วยการพัฒนาคน ในระบบราชการว่าอย่างน้อยป้หนึ่งข้าราชการแต่ละคนนั้นจะต้องได้รับการพัฒนา อย่างเปึนระบบต่อเนื่องและทั่วถึง อย่างเปึนระบบก็คืออย่างน้อยคนละไม่ต่ํากว่า ๓๐ ชั่วโมงต่อป้ ตรงนี้กําหนดไว้เปึนนโยบายแล้วก็เผยแพร่ให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ใช้ แต่กระผมก็ไม่แน่ใจว่าขณะนี้นั้นผมพ้นมาแล้วนับ สิปป้แล้ว กว่า ๒๐ ป้แล้ว ไม่ทราบว่า การดําเนินการในช่วงนี้เปึนไปมากน้อยแค่ไหน เพียงไร แต่อย่างไรก็ตามแต่ กระผมขออนุญาตน้อมรับในส่วนที่ท่านได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะนี้ ว่าจะได้นํามาประกอบ การพิจารณา เพียงแต่ว่ามุมมองในเรื่องของการปฏิรูปในเรื่องของบุคลากรในส่วนที่เปึน การปฏิรูปในภาครัฐนั้นเรามุ่งไปตรงปัญหาที่มันเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ความจริงก็ตรงกันกับ ที่ท่านพูดถึง ปัญหาว่าด้วยการคัดคนเข้าสู่ตําแหน่ง ปัญหาว่าด้วยการปัอง กันไม่ให้มี การแทรกแซงจากทางการเมือง แต่ว่าจะนําส่วนนี้ไปพิจารณา สําหรับท่านอื่น ๆ ก็เปึนข้อเสนอที่มีคุณค่าอย่างยิ่งนะครับ จะขออนุญาตรับไปนะครับ กระผมก็คิดว่า ท่านประธานอนุกรรมาธิการคงจะมีประเด็นที่จะชี้แจงเพิ่มเติม ผมขออนุญาตท่านประธาน ขอกราบขอบคุณครับ