สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๒ · ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เชื้อ ฮั่นจินดา หารือเรื่องการปรับโครงสร้างอำนาจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเขียนภารกิจที่ชัดเจนของราชการส่วนกลาง และการกำหนดหน้าที่ที่เหมาะสมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เหมาะสมกับการปฏิรูปและไม่มีการทุจริตหรือคอร์รัปชัน ต้องทำตามกฎหมาย ไม่แสวงหาผลประโยชน์

นายเชื้อ ฮั่นจินดา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เชื้อ ฮั่นจินดา สปช. หมายเลข ๐๗๐ หน้าที่หลักจริง ๆ ที่ทําหน้าที่อยู่ปัจจุบันก็คือเปึนปลัด อบต. เขาพระ อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก ต้องกราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหาร ราชการแผ่นดินที่ได้มานําเสนอการปรับโครงสร้างอํานาจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมก็ได้เคยอภิปรายไปแล้วว่าเรื่องสําคัญที่สุดในวันนี้ที่ผม อยากจะนําเสนอเพิ่มเติมจากคณะกรรมาธิการก็คือการป รับโครงสร้างของอํานาจนั้น ต้องมีความชัดเจน ไม่เปึนรูปแบบเดิม ความชัดเจนที่อยากจะนําเสนอในวันนี้ก็คือ เรื่องของการเขียนภารกิจที่ชัดเจนของราชการส่วนกลางเสีย อย่าไปเขียนครอบคลุม ร้อยแปดพันเก้าประการครับ เขียนความชัดเจนของราชการส่วนกลางว่าราชการส่วนกลาง ควรจะทําหน้าที่อะไรบ้างเปึนหน้าที่หลัก เปึนหน้าที่ที่ครอบคลุมทั้งประเทศ แล้วก็หน้าที่ รองลงไปก็มอบไปให้กับส่วนภูมิภาค ส่วนตัวปฏิบัติจริง ๆ ก็ต้องให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มันปฏิเสธไม่ได้ครับว่าวันนี้เรามีอ งค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นมาแล้ว เปึนตัวขับเคลื่อน เปึนมือเปึนเท้าของรัฐบาลกลาง แต่ปัญหาที่ผมกําลังจะนําเสนอต่อไปนี้ ก็คือว่าสังเกตดูจากกรรมาธิการทุกกรรมาธิการเวลาอภิปรายนําเสนอเรื่องปฏิรูป อะไรก็แล้วแต่ก็จะมอบให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนตัวดําเนินการ

ปัญหาที่ผมกําลังนําเรียนก็คือว่าเราต้องกลับย้อนไปดูว่าวันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบอํานาจหน้าที่มันมีความเหมาะสมในการที่จะไปรองรับภารกิจเหล่านั้น ที่กําลังจะปฏิรูปหรือไม่ ถามก่อนว่าวันนี้หน้าที่ที่มอบให้แก่ท้องถิ่นเท่าที่มีอยู่ปัจจุบัน มันเกิดความศรัทธาจากภาคประชาชน จากชุมชนด้วยความบริสุทธิ์ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วหรือยังว่าถ้าให้อํานาจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วประชาชนมีความรู้สึกปลื้ม ประชาชนมีความรู้สึกดีใจว่าทํางานออกมาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่มีการทุจริต ไม่มีการคอร์รัปชัน ไม่มีการทําสัญญากับตัวเอง นี่คือเรื่องสําคัญ ฉะนั้นการปรับโครงสร้าง อํานาจระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นวันนี้ต้องดูให้ดีว่าองค์กรที่มันจะไปรองรับ โครงสร้างของอํานาจทั้งหลายแหล่นี่มันมีความพร้อม มันมีความถูกต้องอยู่ในตัวมันแล้ว มีการยอมรับอยู่ในตัวมันแล้ว หรือว่าต้องไปดูให้มันควบรวมทั้ง ๓ ส่วนนี้เสียก่อนว่า ทั้ง ๓ ส่วนนี้พร้อมที่จะปรับโครงสร้างอํานาจ พร้อมที่จะรองรับของการปรับ วันนี้เรา กําลังมองเห็นว่ารัฐบาลโดยเฉพาะรัฐบาล คสช. นี่มีการใช้มาตรา ๔๔ เห็นไหมเขาบอกว่า ไม้อ่อนนี่ใช้ค่านิยม ๑๒ ประการ ถ้าไม้แก่นี่ใช้มาตรา ๔๔ เปึนตัวเคาะ สิ่งที่เราเห็นเรื่องนี้คือ ผลจากการที่มันเปึนโครงสร้างรูปแบบเดิม ฉะนั้นเมื่อจัดโครงสร้างใหม่ ฝากคณะกรรมาธิการ ว่าช่วยไปดู โดยเฉพาะเสน่ห์ที่สําคัญที่ สุดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องค่าใช้จ่าย ด้านบุคลากร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ผมถือว่ามันเปึนเสน่ห์ของการบริหารราชการ ถึงจะเปึนราชการส่วนท้องถิ่นก็เถอะ เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาเขียนไว้ชัดเจนว่า ในการบริหารราชการนี่มีรายได้มา ๑๐๐ บาท เอางบสําหรับไปใช้ในทางด้านบริหารบุคลากร ไม่เกิน ๔๐ บาท นี่ผมอยากให้เขียนไว้ในส่วนกลางด้วย ไม่ใช่ได้งบประมาณรัฐบาล เก็บเงินมาได้ ๑๐๐ บาท เอาไปใช้กับด้านบุคลากรเท่าไรก็ไม่รู้ วันนี้ส่วนกลางนี่ทะลุไป ๕๐ บาทหรือยัง หรือว่าจะไป ๖๐ บาทก็ไม่ทราบ เพราะฉะนั้นต้องปรับ และวันข้างหน้า สิ่งที่เรากําลังนําเสนอก็คือว่าถ้าราชการส่วนกลางเขียนภาระบทบาทหน้าที่ชัดเจนว่า ต้องทําอะไรบ้าง ๑, ๒, ๓, ๔ ให้ราชการส่วนภูมิภาคเปึนหน่วยกํากับดูแล ตรวจสอบ ตรวจรับ ทําไปเลย ราชการส่วนภูมิภาคมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนตัวพัฒนา เปึนตัวกระทํา แต่คนตรวจสอบ คนกํากับดูแล คนตรวจรับให้เปึนราชการส่วนภูมิภาคดีไหมครับ ให้ไปสร้างระบบการคานอํานาจอยู่ในพื้นที่ อยู่ในท้องถิ่น ระหว่างราชการส่วนภูมิภาคกับราชการส่วนท้องถิ่น ที่สําคัญการกํากับดูแล

ตรวจสอบ ส่งเสริม สนับสนุนต้องทําในรูปแบบที่กฎหมายกําหนดเท่านั้น ไม่ใช่ไปทํา ในลักษณะที่แสวงหาผลประโยชน์ วันนี้เวลาไปกํากับดูแล ตรวจสอบนี่มันยืนอยู่ภายใต้ การแสวงหาผลประโยชน์ด้วย ฝากท่านคณะกรรมาธิการช่วยไปดูตรงจุดนี้ด้วย ด้วยความเคารพท่านประธานครับ