เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล ยังเห็นว่าการทำงานของ กกต. ยังไม่สมบูรณ์ และยังขาดความโปร่งใส โดยเฉพาะในด้านการเลือกตั้ง ซึ่งไม่เท่าเทียมกัน และไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ในการแก้ไขปัญหานี้ เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล เสนอแนะให้ กกต. ดำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับความรู้และความสามารถในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล จังหวัดปราจีนบุรี ท่านประธานที่เคารพครับ การรายงานครั้งนี้กับการรายงาน ครั้งแรกค่อนข้างจะแตกต่างกันนิดหน่อย แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่รับรายงานมาแล้วได้ศึกษา อ่านดูแล้วก็ยังคิดว่ารายงานฉบับนี้ยังไม่ทะลุปรุโปร่ง นั่นก็คือมองดูแล้วเหมือนกับรู้ทุกข์ รู้สมุทัย รู้แนวทางของการดับทุกข์ แต่ยังไม่ได้ดับทุกข์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้ศึกษารายงานออกมาแล้วดูแล้วเหมือนกับว่าเปึน กกต. โมเดล (Model) นั่นก็คือ เปึนลักษณะของงานรูทีน (Routine) ของ กกต. เสียส่วนใหญ่ที่ดูแล้วเหมือนกับว่า คิดได้ เขียนได้แต่ยังทําไม่ได้ ถ้าทําได้ก็คงไม่ล้มลุกคลุกคลานมา มี กกต. มาเกือบจะ ๒๐ ป้ แต่ก็ยังมีชุดแรกเท่านั้นเองที่ดูแล้วก็ยังเปึนเรื่องเปึนราวมีสาระที่ดูแล้วมีอนาคต แต่หลังจากนั้นมา ก็ล้มลุกคลุกคลานขึ้นมา คล้าย ๆ กับประชาธิปไตย ๘๐ กว่าป้ อย่าว่าแต่วิ่ง อย่าว่าแต่เดินเลยครับ แม้แต่คลานก็ยังล้มกันอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๓-๔ ประเด็น แล้วก็คิดว่า เพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายท่านก็คงจะนําเสนอกันทั้งหมดนี้ทั้งเอกสารรายงานนี้ทั้งหมด
ประเด็นแรกในเรื่องของการยกตัวอย่างในหน้า ๑๖ มาตรการที่ ๑ ของ การหาสมาชิก แล้วก็พรรคการเมือง แล้วก็กลุ่มการเมือง ในมาตรการที่ ๑ ระบุไว้ว่า ตัวอย่างเช่นไม่ควรที่ จะมีกลุ่มการเมือง สามารถที่จะตั้งพรรคการเมืองได้ ยกตัวอย่าง ๑๕ คน สมมุติว่าผมมีญาติพี่น้องผม ๓๐๐-๔๐๐ คน ผมสามารถตั้งพรรคการเมืองได้ เปึนสิบ ๆ พรรคเลยอย่างนั้นใช่ไหมครับ ตัวอย่างอย่างนี้ไม่น่ำจะต้องมี เพราะว่าการตั้ง พรรคการเมืองนั้นอาจจะไม่ต้องยากแต่ก็ไม่ต้องง่ายมากนัก เพราะมิฉะนั้นแล้วจะเปึนภาระ แล้วก็พะรุงพะรังแทนที่จะเปึนพลังกลับกลายเปึนภาระให้กับทาง กกต. ซึ่งจะต้องดําเนินการ ไหนจะต้องหาทุนสนับสนุนพรรคการเมือง ทําอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมาก อันนี้เปึน ประเด็นหนึ่งควรจะเอาออกเสียเถอะครับ คําว่ายก ตัวอย่าง ๑๕ คนแล้วสามารถตั้ง พรรคการเมืองได้ จะตัดกลุ่มการเมืองก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ในเรื่องต่อไปก็เปึน มาตรการที่ ๕.๔ ในเรื่องของการอํานวยความสะดวก ท่านประธานครับ ในขณะนี้เมื่อมี การเลือกตั้งแต่ละครั้งการอํานวยความสะดวกก็จะล่อแหลมกันระหว่างที่ความเปึนจริงนั้น ก็คือพรรคการเมือง นักการเมืองจะขนถ่ายคนใส่รถยนต์ รถป่กอัพ รถมอเตอร์ไซค์อะไร ก็ตามแต่เถอะครับอํานวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง นั่นก็คือเปึนหัวคะแนนของ แต่ละนักการเมือง ก็จะไปรับคนของพวกตัวเองขึ้นมา ตรงนี้ก็เปึนจุดอ่อนจุดหนึ่ง
ซึ่งทางกรรมาธิการก็พยายามที่จะอุดรูรั่วตรงนี้ว่าในเรื่องของการอํานวยความสะดวก ที่ประเทศกัมพูชา ป้ ๒๕๓๖ มีการอํานวยความสะดวกอย่างนี้ครับ พื้นที่ของประเทศกัมพูชา เปึนทั้งเกาะทั้งแก่งและเปึนทั้งภูเขา ตรงไหนที่เปึนภูเขาสหประชาชาติก็เอาเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็เปึนโมบาย ยูนิต (Mobile unit) ลงไปรับ ที่ตรงไหนที่เปึนเกาะเปึนแก่งก็เอาเรือเข้าไป เอาโมบาย ยูนิตเข้าไปหาผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ประเทศไทยนั้นก็คงจะมีเพียงแค่บนภูเขา ก็มีหน่วยเลือกตั้งอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นขอให้ทางกรรมาธิการได้กรุณาศึกษาตรงนี้ ให้ละเอียดชัดเจนหน่อยว่ารายงานฉบับนี้ควรจะต้องระบุให้มันชัดว่าใคร ทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร แล้วก็มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน
ประเด็นต่อไปเรื่องของวิธีการหาเสียง ในรายงานนี้บอกว่าในเรื่องของ แต่ยังไม่ชัดนะครับ ในเรื่องของปัายหาเสียง เรื่องรถ ลา ม้า ช้าง อะไรต่าง ๆ ตรงนี้ผมเห็นด้วย เนื่องจากว่าเปึนการลดความเหลื่อมล้ําทางการหาเสียงของผู้มีสิทธิทั้งหมด เพราะว่า ถึงแม้ว่า กกต. เองจะระบุมีกฎหมายไว้ชัดเจนว่าเลือกตั้ง ส.ส. เท่าไรจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ไม่เกินนี้ ส.ว. เท่าไร
แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วไม่สามารถดําเนินการตามนั้นได้ เนื่องจากว่าผู้ที่มีต้นทุนสูงกว่าก็จะต้อง ใช้รถ ลา ม้า ใช้ปัายไวนิล (Vinyl) แทบจะทุก ๑๐๐ เมตร สําหรับผู้ที่มีทุนน้อย ๑๐ กิโลเมตรถึงจะมีปัายหนึ่ง อันนี้เปึนเรื่องจริง ถ้าสมมุติว่าทําได้รถ ลา ม้า ใช้ปัายไวนิล ให้กับทาง กกต. เปึนเจ้าภาพแล้วก็รับผิดชอบ
ที่สําคั ญที่สุดประเด็นสุดท้าย ก็คือการติดอาวุธทางปัญญาให้กับ พี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชนยังไม่มีความรู้ เรามีบุคลากรที่มาจากการแต่งตั้ง เรามีมวลชนซึ่งมาจากการจัดตั้งมากกว่า ๑๐ ล้านคน เอาบุคคลเหล่านี้แหละครับติดอาวุธ ทางปัญญาแล้วก็ไปสร้างความรู้ในเรื่องของการมีส่วนร่วมแล้วก็ความเปึนประชาธิปไตย ผมเชื่อว่ารายงานฉบับนี้น่าจะสมบูรณ์ขึ้น ขอบพระคุณครับ