สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๑ · ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เตือนใจ สินธุวณิก หารือเรื่องการปรับอัตราภาษีเงินได้สูงสุด พร้อมปรับปรุงมาตรการนิรโทษกรรมทางภาษี โดยมีระยะเวลาที่แน่นอนและบทลงโทษที่รุนแรง นอกจากนี้ยังขอให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยและจัดการลงโทษผู้หลีกเลี่ยงภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างจริงจัง

นางเตือนใจ สินธุวณิก

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านประธานกรรมาธิการ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน ก่อนอื่นดิฉัน ก็อยากจะขอเรียนว่ามีข้อเสนอที่จะ เห็นด้วยแล้วก็เพิ่มเติมจากท่านกรรมาธิการประมาณ ๔ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคิดว่า เปึนเรื่องที่อยากสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของการขยา ยฐานภาษี และที่สําคัญที่สุดคือ

การขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษี โดยขอให้การขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษีเงินได้เปึนข้อมูลเดียวกับ ข้อมูลบัตร ประจําตัว ประชาชนของประชาชนคนไทยทุกคนค่ะ ทั้งนี้ดิฉันคิดว่า ท่านคณะกรรมาธิการและพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วไปทราบดีว่าขณะนี้มีการหลีกเลี่ยงภาษี มากเหลือเกิน จะเห็นได้จากตัวเลขที่ว่ามีฐานคนเสียภาษีจริง ๆ แค่ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คนนั้น ผู้ที่รับราชการหรือทํางานมีตําแหน่งประจําที่เรียกว่ามนุษย์เงินเดือนนั้นเปึนผู้ที่เจ็บปวด มากที่สุด ดิฉันก็เคยผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้วคือจะเสียภาษีเปึนประจําทุกเดือน ทุกบาททุกสตางค์ แต่เราทราบดีว่ายังมีผู้คนอีกจํานวนมากพี่น้องปร ะชาชนชาวไทย ที่หลีกเลี่ยงภาษีแล้วก็ไม่ได้เสียภาษี ดังนั้นอยากจะขออนุญาตว่าเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้อง มีการขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษีเงินได้ แล้วก็จัดทําฐานข้อมูลคือทําจากฐานข้อมูลประชากร เรื่องนี้คิดว่าเปึนสิ่งที่จําเปึนอย่างยิ่ง เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอเรียนเสนอก็คือเรื่องของการที่จะ มีการปรับช่ว งเงินได้สูงสุดจากเงินได้สุทธิของเงินรายได้เรียกว่าภาษีเงินได้ของ มนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ดิฉันอยากจะขอให้ท่านได้เพิ่มจํานวนสูงขึ้นค่ะ เพราะปัจจุบันนั้น สภาวะเศรษฐกิจดิฉันทราบดีกว่าทุกท่านคงจะทราบว่าภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพ ความเปึนอยู่นั้นสูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้นเพื่อเปึนแรงจูงใจให้กับบรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ซึ่งอาจจะมีความรู้ความสามารถมากแล้วก็มีเงินเดือนสูงต้องเสียภาษีแบบก้าวกระโดด ไปในอัตราที่สูงมากถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้สําหรับคนที่มี รายได้สูง ๆ เปึนเศรษฐีเงินหุ้น หรือว่าเปึนพวกที่มีเงินรายได้มาก ๆ ดิฉันคิดว่าท่านเสียภาษีในอัตราก้าวกระโดดแบบนั้น เปึนธรรมแล้ว

เพราะว่าท่านมีชีวิตความเปึนอยู่ที่สุขสบายกว่า ดังนั้นก็ต้องเสียสละให้สังคมมากกว่า ก็อยากจะขอเสนอว่าต้องปรับ ช่วงเพิ่มเงินได้สูงสุดจาก ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นเปึน ๑๐ ล้านบาท อย่างที่ท่านคณะกรรมาธิการได้กรุณาที่เสนอมาแล้ว ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีทีเดียว แล้วก็โดยนําเอาแบบการปฏิบัติของทางประเทศใกล้เคียง อย่างเช่นประเทศสิงคโปร์เขามี เรียกว่ามาตรฐานการครองชีพหรือสแตนดาร์ด ออฟ ลิฟวิง (Standard of living) สูงกว่าประเทศไทยตั้งเยอะ แต่ว่าเขามีการจัดขั้นบันไดการเสียภาษีซอยย่อยลงไป จะเห็นว่า มีการที่จะหักภาษีได้แม้กระทั่ง ครอบครัวที่ต้องดูแลปู์ย่าตายาย หรือว่าคุณพ่อ คุณแม่ด้วย ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่าทางคณะกรรมาธิการอาจจะต้องคิดตรงนี้เพิ่มอีกนิดห นึ่ง นอกจาก การหักภาษีให้กับสามีภรรยาหรือว่าบุตรสืบสันดานอะไรต่าง ๆ เพราะว่าครอบครัวไทยเรา เปึนครอบครัวที่อยู่กันเปึนครอบครัวใหญ่แบบอบอุ่น อีกประการหนึ่งที่อยากจะขออนุญาต นําเรียนว่าเมื่อสักครู่มีท่านกรรมาธิการพูดถึงเรื่องของการนิรโทษกรรมทางภาษี อันนี้ดิฉัน คิดว่าเมื่อสักครู่ท่านบอกว่ากรมสรรพากรบอกว่าพอมีนิรโทษกรรมทางภาษีทีไรก็มักจะไม่ได้ เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไรเลยไม่ค่อยได้ผลเท่าไร ดิฉันคิดว่าอาจจะเพราะว่าเราไม่ได้ มีกําหนดกฎเกณฑ์ หรือกฎเกณฑ์ที่จะลงโทษอย่างแท้จริง หรือว่าการปรับในจํานวนอัตรา ที่สูงสําหรับคนที่นิรโทษกรรมแล้วให้เวลาแล้วยังไม่กลับตัวกลับใจมาเสียภาษีเพื่อที่จะช่วย ประเทศชาติ ตรงนี้เราต้องมีมาตรการดําเนินการอย่างจริงจัง ดิฉันเ ชื่อมั่นว่าถ้าเรา มีการกําหนดปฏิรูปตรงนี้อย่างจริงจัง มีการนิรโทษกรรมที่มีระยะเวลาที่แน่นอน มีบทลงโทษ ที่ค่อนข้างรุนแรงสําหรับท่านที่ยังไม่ย้อนกลับมาเสียภาษีให้ถูกต้องนั้น เชื่อมั่นจะทําให้เรา ได้เงินภาษีมากขึ้น และฐานคนเสียภาษีก็จะสูงขึ้นด้วย สําหรับเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มดิฉันคิดว่า ขอให้เราเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยจริง ๆ ในทุกหน่วยงาน ทุกร้านค้า ไม่จําเปึนต้องเพิ่ม แต่เก็บให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยตามที่รัฐควรจะได้ โดยการกําหนดบทลงโทษอย่างแท้จริง สําหรับผู้ที่หลีกเลี่ยงภาษีเงินได้หรือว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งเรื่องของ การที่มี การโกงภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย จัดการลงโทษอย่างจริงจัง อันนี้จะทําให้ประเทศชาติเรา มีเงินภาษีเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ