วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เสนอแนวคิดภาษีลาภลอยและภาษีมลพิษเพื่อสร้างสาธารณูปโภคและลดมลพิษ โดยเสนอให้ใช้ภาษีขยะและภาษีโรงงานที่ปล่อยควันพิษ และเสนอให้พัฒนานวัตกรรมภาษีใหม่ๆ ที่ได้ผลในต่างประเทศมาใช้
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ สปช. ๑๘๗ ผมจะมาต่อเนื่องจากภาษี โดยเฉพาะของท้องถิ่น เนื่องจากเปึนภาษีใหม่ประเทศไทยเรายังไม่ได้ใช้ ส่วนใหญ่ก็มาจาก การวิจัยค้นคว้าว่ามีภาษีอะไรดี ๆ ที่ต่างประเทศเขาใช้กัน ภาษีตัวแรกที่ผมอยากจะพูดถึง คือภาษีลาภลอยหรือภาษีสาธารณูปโภค ในต่างประเทศนั้นเมื่อมีการทําผังเมืองแล้วก็จะ มีการวางแผนว่าจะทําสาธารณูปโภคอะไรเข้าไปบ้าง เนื่องจากสาธารณูปโภคนี้ใช้เงินมาก แล้วก็ก่อให้เกิดลาภลอยจํานวนมากเช่นเดียวกัน ฉะนั้นในต่างประเทศนั้นก็จะมีการเก็บ ภาษีลาภลอยกลับคืนมา โดยที่ประชาชนยินดีที่จะเสีย นั่นหมายความว่าได้มีการวางแผน ไว้แล้วว่าจะทําสาธารณูปโภคไปที่ไหนบ้าง เช่น จะทําสะพานข้ามแม่น้ํา สมมุติจาก แม่น้ําเจ้าพระยาไปฝัืงธนบุรีสามารถทําได้กี่แห่ง หรือการตัดถนนจากจุดที่เจริญไปยังจุดที่ ไม่เจริญจะทําได้กี่แห่ง การเชื่อมถนนหลักเปึนถนนซอยจะทําได้กี่แห่ง แล้วจากนั้นก็จะมี การประเมินว่าสิ่งเหล่านี้จะทําให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และให้ประชาชนสมัครใจที่จะเสีย ค่าใช้จ่ายบางส่วนตามที่มีการจัดเก็บจากลาภลอยที่ประเมินแล้ว เช่น ลาภลอยประเมินแล้วว่า
การสร้างสะพานข้ามแม่น้ําเจ้าพระยาจากฝัืงกรุงเทพฯ ที่เจริญไปยังฝัืงธนบุรีนั้นจะทําให้ มีลาภลอยเพิ่มขึ้นกับที่ดินที่สะพานข้ามผ่านและถนนตัดผ่านนั้นเปึนเงินประมาณเท่าไร และจะมีการจัดเก็บภาษีเปึนจํานวนเงินเท่าไร ในระยะเวลากี่ป้ โดยทั่วไปก็จะประมาณ ๑๐ ป้ ถ้ามี ๕ สะพาน ประชาชนในโซน (Zone) สะพานไหนพร้อมที่จะเสียภาษีรัฐก็จะ ทําสะพานนั้นก่อน สะพานไหนประชาชนยังไม่พร้อมเสียภาษีรัฐก็ยังไม่ทํา ก็ไปลุยทําในโซน ที่ประชาชนพร้อมจะเสียภาษี เพราะฉะนั้นสาธารณูปโภคก็จะเกิดขึ้นในโซนที่ประชาชน พร้อมที่จะเสียภาษี และสร้างลาภลอยให้กับในโซนนั้นก่อน แต่ถ้าทุกโซนพร้อมที่จะเสียภาษี รัฐก็จะวางแผนว่าจะมีการกู้ยืมเงิน จะเก็บภาษีมาพร้อมกันได้เท่าไร ด้วยวิธีนี้จะทําให้ สามารถสร้างสาธารณูปโภคได้เปึนจํานวนมาก เพราะประชาชนมีส่วนร่วมในการออก อันนี้มีทํากันมากในประเทศที่พัฒนาแล้ว และในละตินอเมริกา อันนี้เราเรียกว่าภาษีลาภลอย
หรืออีกกรณีหนึ่งก็เกิดขึ้นจากการสร้างสถานีรถไฟฟัาหรือรถไฟความเร็วสูงอะไรต่าง ๆ เมื่อมีสถานีรถไฟเปึนจุดรวมคน คนเปึนจํานวนมากก็จะทําให้ที่ดินบริเวณรอบข้าง มีราคาสูงขึ้น ในต่างประเทศมี ๒ วิธี คือ ๑. เวนคืนที่ดินข้างเคียงเอาไว้ทําประโยชน์ แล้วให้ประชาชนเช่า อีกวิธีหนึ่งก็คือการจัดเก็บภาษี แต่ถ้าเราพิจารณาจากรัฐธรรมนูญของ ประเทศไทยแล้วเราไม่ยอมให้เวนคืนเกินกว่าในการทําสาธารณูปโภค แต่ถ้าเปึนฮ่องกง หรือในหลายประเทศเขาให้เวนคืนมากกว่าการทําสาธารณูปโภคได้แต่ต้องจ่ายค่าเวนคืน ที่คุ้มค่า และเมื่อสาธารณูปโภคเช่นสถานีรถไฟฟัาเกิดขึ้นมันทําให้ที่ดินข้างเคียงมีราคาสูงขึ้น แล้วก็มีการทําเปึนศูนย์การค้าแล้วก็ให้ประชาชนเช่าโดยรัฐก็เก็บเอาเข้ามาสมทบกับกองทุน ในการก่อสร้างสาธารณูปโภค อันนี้ก็เปึนวิธีหนึ่ง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญเราไม่ยอมเราก็ต้องมาใช้ รูปภาษี นั่นหมายความว่าสถานีรถไฟฟัาเราก็บอกได้เลยว่าบริเวณนี้อาจจะทําสถานีรถไฟฟัา ขึ้นมาได้ ๒-๓ แห่ง โซนแต่ละโซนจะก่อให้เกิดลาภลอย โซนไหนพร้อมที่จะเสียภาษี แล้วก็พร้อมที่จะเสียภาษีมากที่สุดก็ทําสถานีรถไฟฟัาขึ้นในโซนนั้น แล้วรัฐก็จัดเก็บ ภาษีชดเชยขึ้นมาใช้ในสาธารณูปโภคนั้น ๆ อันนี้เปึนที่นิยมทํากันมากในต่างประเทศ แล้วประชาชนก็ยินดีเพราะว่ามันเปึนภาษีที่เราเรียกว่าวิน แอนด์ วิน (Win and Win) เพราะว่าประชาชนเสียจากลาภลอยที่ตัวเองได้ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แล้วรัฐบาลก็สามารถ ได้ภาษีลาภลอยเข้ามาสมทบกับเงินของรัฐแล้วสามารถทําสาธารณูปโภคไ ด้อย่างมากมาย ทําให้บ้านเมืองเจริญอย่างรวดเร็ว ผลที่ตามมาอีกประการหนึ่งก็ทําให้รัฐสามารถ เก็บภาษีทรัพย์สินได้เพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะเมื่อมีสาธารณูปโภคจํานวนมาก ความเจริญ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเมืองต่าง ๆ ก็ทําให้มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้นโดยทั่วไป สิ่งที่ท้องถิ่นได้ตามมาอีกนั้น ก็คือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมันก็จะเปึนประโยชน์ร่วม ซึ่งในต่างประเทศก็ถือว่า เปึนภาษีที่ดีตัวหนึ่งที่มีการนํามาเสนอสําหรับประเทศไทย อีกภาษีหนึ่งที่นิยมทํากันมาก ในต่างประเทศนั้นก็คือภาษีสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมได้พูดไปบ้างแล้วในเวทีสิ่งแวดล้อมว่า คนที่ก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมจะต้องเปึนผู้เสียภาษี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้มีการลดมลพิษลง เพราะมันเปึนการลงโทษ และภาษีนั้นก็นํามาใช้ประโยชน์ในการจัดการกับสิ่งแวดล้อม ภาษีเหล่านี้ในหลายประเทศเปึนภาษีท้องถิ่น นั่นหมายความว่าท้องถิ่นอาจจะจัดเก็บเอง หรือรัฐบำลกลางอาจจัดเก็บเองแต่เอาไปให้ท้องถิ่น ใช้ประโยชน์ เพราะว่าท้องถิ่น เปึนผู้แบกรับมลพิษนั้น ท้องถิ่นก็เอาไปใช้ในการจัดการกับมลพิษนั้น และภาษีที่เก็บ
มากพอสมควรก็จะทําให้มลพิษลดลง ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ผมอยากจะยกให้เห็น เช่นภาษี มลพิษทางอากาศก็คือควันที่ปล่อยออกมา อันนี้เปึนภาษีที่เก็บง่ายมาก ทุกครั้งที่มี การต่อทะเบียนรถยนต์ ก็เอารถยนต์มาสตาร์ต (Start) บรื้น ๆ วัดปริมาณควันที่รถปล่อย ออกมา ปริมาณควันเท่าไร สูงเท่าไร ค่าธรรมเนียมปัายภาษีก็สูงตามไป ตามเรต (Rate) ที่กําหนด อันนี้ทําไม่ยาก เพียงแต่ออกกฎหมายมารองรับ เวลาต่อทะเบียนปัายรถยนต์ ก็สตาร์ทเหมือนตํารวจตรวจควันรถยนต์นั่นแหละครับ พอตรวจเสร็จมีปริมาณเท่าไรมันก็จะ บอกทันทีว่าอยู่ในบล็อกค่าธรรมเนียมเท่าไร
เพราะฉะนั้นรถที่ยิ่งปล่อยควันมากก็จะต้องรับผิดชอบเสียภาษีปัายมาก ก็คือภาษีปัาย รถยนต์ก็จะเสียในเรตที่สูงมากขึ้นไปด้วย ด้วยเหตุนี้ในหลายประเทศเมื่อต้อง เสียภาษีสูงมากก็จึงพยายามไม่ใช้รถเก่าโดยปริยาย ฉะนั้นประเทศไทยเราจะห้ามใช้รถเก่า ก็ไม่มีใครยอมเชื่อ เพราะว่าของเรามันสวนทางกัน ภาษีปัายทะเบียนรถเก่ากลับถูกกว่า ภาษีปัายทะเบียนรถใหม่ ทั้ง ๆ ที่มันสร้างมลพิษมากกว่า หรืออีกอย่างหนึ่งที่เห็นชัด ในต่างประเทศก็คือภาษีขยะ เขาก็จะมีการแยกขยะพิษกับขยะที่มีการคัดแยกที่ดีแล้ว ขยะพิษก็จะเรตสูง ขยะที่แยกดีแล้วก็จะเรตต่ํา ในต่างประเทศนั้นท้องถิ่นไม่ได้เปึน คนเก็บขยะเอง แต่ท้องถิ่นเป่ดให้ภาคเอกชนมาประมูลในการเก็บขยะและขจัดขยะ และเอกชนก็เรียกเก็บค่าเก็บขยะตามที่ประมูลได้ถูกที่สุดที่ท้องถิ่นให้อนุญาตไป แล้วจากนั้น เอกชนนั้นก็ต้องทําหน้าที่เก็บภาษีขยะส่งให้กับท้องถิ่น แล้วก็ภาษีมูลค่าเพิ่มไปด้วย ก็คือ เมื่อตัวเองประมูลได้เก็บได้เท่าไรก็ต้องจัดเก็บภาษีขยะนําส่งให้ท้องถิ่นหรือนําแวต ส่งให้สรรพากรไป เพราะว่าผู้ประมูลได้ก็จะเปึนหน่ วยเสียภาษีก็จัดเก็บแล้วส่งให้รัฐ ซึ่งก็ไม่ได้เพิ่มต้นทุนให้กับรัฐบาลมากแต่อย่างใด เพราะมันก็อยู่ในระบบจัดเก็บด้วยตัวของ มันเองอยู่แล้ว ในตลาดร่วมยุโรปนั้นมีไดเรกทีฟ (Directive) ชัดเจนว่าทุกประเทศจะต้อง จัดเก็บภาษีขยะในเรตที่ไม่ต่ํากว่าเท่าไร เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าในตลาดร่วมยุโรปนั้น ทุกประเทศจะมีการจัดเก็บภาษีขยะเพื่อลดขยะพิษและขยะอื่น ๆ แล้วภาษีค่อนข้างแพง จึงทําให้คนพยายามหลีกเลี่ยงที่จะทําให้เกิดขยะ หรือเมื่อมีขยะก็นําไปทํารีไซเคิล (Recycle) ให้เกิดประโยชน์เองไม่ปล่อยขยะออกมาให้กับบริษัทเก็บ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อประหยัดเงิน หรือภาษี และท้องถิ่นก็สามารถได้ภาษีตัวนี้ไปทํางานในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น นอกจากนั้น ภาษีอื่น ๆ ยังมีอีกมากมาย แต่ภาษีอื่น ๆ นั้นมันค่อนข้างจะสลับซับซ้อนไม่ว่าภาษีโรงงาน ที่ปล่อยควันพิษอาจจะเปึนพวกซัลเฟอร์ (Sulfer) หรืออาจจะเปึนสารพิษอื่น ๆ ที่ได้ มีการตกลงแล้วก็มีการตรวจวัดแล้วก็เก็บตามนั้น หรือภาษีที่ปล่อยของเสียลงน้ําไม่ว่าจะเปึน บ้านอยู่อาศัยหรือโรงงานอุตสาหกรรมก็จะมีการตรวจเช็ก (Check) น้ําที่ปล่อยลงมาว่า ได้มีการขจัดน้ําเสียแล้วหรือยัง ขจัดได้ดีขนาดไหน ถ้าขจัดได้ดีปล่ อยลงมาแล้วแทบจะ ไม่มีก่อมลพิษก็ไม่เก็บ ขจัดได้ระดับหนึ่งน้ําเสียปล่อยมลพิษน้อยก็เก็บน้อย ถ้าไม่ขจัดเลยน้ํา เสียปล่อยมลพิษลงมามากก็เก็บมาก อันนี้ก็จะทําให้ทั้งบ้านอยู่อาศัยและโรงงานนั้นจะดูแล เรื่องมลพิษ แล้วก็ยินดีที่จะลงทุนจัดการกับมลพิษ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อประโยชน์ในการประหยัดภาษี
ก็ทําให้สารมลพิษลงมาน้อย สารมลพิษประเภทนี้บ่อยครั้งก็อาจจะใช้เปึนภาษีของท้องถิ่น และในบางประเทศนั้นก็ถือเปึนภาษีของรัฐบาลกลางเพื่อไปจัดการกับมลพิษ ในภาพรวม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศว่าจะเอาภาษีเหล่านี้ไปจัดการมลพิษ ในรูปแบบไหน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเทศไทยเราก็น่าจะพัฒนานวัตกรรมภาษีใหม่ ๆ ที่มันใช้และได้ผลในต่างประเทศนํามาเสนอ อันนี้ก็เปึนตัวอย่างของภาษีท้องถิ่นที่อยู่ใน ๒ หัวข้อ คือภาษีลาภลอยและภาษีมลพิษ ถ้าท่านมีข้อเสนอแนะที่ดีเราก็ยินดีที่จะ นํารวบรวมเสนอรัฐบาลต่อไป ขอบคุณมากครับ