กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ หารือเรื่องการปฏิรูปภาษีไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปและโครงสร้างภาษีไทย โดยมีเป้าหมายที่จะนำเสนอโครงสร้างภาษีใหม่ให้กับรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามนั้น โดยเสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างภาษี ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น และการเก็บภาษีให้ครอบคลุม รวมทั้งเสนอให้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปภาษีเป็นคณะกรรมการถาวรเพื่อช่วยในการบริหารจัดการการเก็บภาษี และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการหนีภาษี โดยเสนอแนวทางในการขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษี การขยายฐานภาษี และการสร้างระบบตัวเลขหรือสมาร์ตการ์ดในการจัดเก็บภาษีป้องกันการหนีภาษี
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านประธานกรรมาธิการ วันนี้ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง กลับมารอบ ๒ เพื่อจะขอให้บรรดาท่านสมาชิก สปช. จะได้พิจารณา อนุมัติเพื่อจะนําเรื่องการปฏิรูประบบและโครงสร้างภา ษีอากรไทยไปสู่รัฐบาล ท่าน สปช. คงได้ข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่เราไปพูดสัมมนาเปึนข่าวใหญ่ทุกหน้าหนังสือพิมพ์ เปึนข่าว ออกทีวี (TV) หลายช่อง ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้แม้แต่คุณสรยุทธ์ยังบอกว่า สปช. ทําอะไร
เขาเพิ่งรู้นี่แหละ ส่วนทําไปแล้วเขาจะเอาหรือเปล่าไม่รู้ไม่เปึนอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราบอก กับประชาชนที่ไปฟังสัมมนาบอกว่าเราจะส่งเรื่องนี้ให้กับรัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะทําหรือไม่ ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของเราแล้ว เรามาทํางานนี้ซึ่งผมพูดว่าเรื่องปฏิรูปภาษีนี้ตั้งแต่ คราวแรกว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้ไม่ทําคงไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่จะกล้าทํา เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระผม ได้นํามาเรียนเสนอท่านสมาชิก สปช. ในวันนี้นั้นเปึนการรวบรวมประสบการณ์จาก คณะอนุกรรมาธิการ กรรมาธิการทุกท่าน ประสบการณ์ที่ทํางานอยู่ในวงการนี้อย่างน้อย ๓๕ ป้ในทางปฏิบัติทางวิชาการมารวมสมองและเพื่อจะ เสนอโครงสร้างนี้ เพราะฉะนั้น กระผมจะขอกราบเรียนเสนอตามลําดับ ดังนี้นะครับ
ข้อเสนอของเราได้รับอนุมัติไปเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม อย่างที่ท่านประธาน สมชัยได้พูดไปก็เปึนการรีแคพ (Recap) ว่าเราจะทํารายละเอียดอย่างไร เพราะฉะนั้น ผมก็จะขอข้ามเรื่องกรอบการดําเนินงานที่ เสนออยู่หลายเรื่อง เรื่องภาษีระดับชาติ ระดับท้องถิ่นนะครับ การเก็บภาษีให้ครบฐาน การปรับช่วงเงินได้ ซึ่งผมจะมาลง ในรายละเอียดในวันนี้นะครับ ถ้าท่านดูในกรอบวาระปฏิรูปที่แบ่งเปึน ๔ วาระใหญ่ ๆ ก็คือการยกร่างประมวลรัษฎากรฉบับใหม่ ซึ่งจริง ๆ แล้วเดี๋ยวผมจะอธิ บายคร่าว ๆ ความจริงเราไม่ได้ยกร่างใหม่นะครับ เรายกประเด็นเพื่อให้รัฐบาลไปร่างเพราะว่าเราไม่มีทาง ร่างกฎหมายนี้ได้ หลายท่านคงทราบว่าประมวลรัษฎากรมีตั้งแต่ป้ ๒๔๘๗ ปรับไปปรับมา เคยปรับครั้งใหญ่ครั้งเดียวป้ ๒๕๓๕ ภาษีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนั้นเราเรียกว่าปะผุทั้งสิ้น ไม่เคยแก้ไขตัวร่างกฎหมาย น้อยมากทําไว้น้อยมาก เพราะฉะนั้นเราก็จะเสนอประเด็นว่า ประมวลรัษฎากรฉบับใหม่ควรจะมีโครงสร้างแบบไหน งานอีกอันหนึ่งซึ่งความจริงรัฐบาล ทําแล้วคือร่างภาษีสรรพสามิตกับภาษีศุลกากร เราก็เพียงแต่จะเสริมให้ความเห็นเพิ่มเติม ในร่างดังกล่าว เราคงไม่ยกร่างให้ใหม่เพราะรัฐบาลทํางานไปแล้วเราจะไม่ทํางานซ้ําซ้อน แล้วก็เราจะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาภาษีใหม่ ๆ ซึ่งเดี๋ยวท่านอาจารย์วิริยะจะเปึนผู้กล่าวว่า เราควรจะมีภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีลาภลอยหรือไม่ ส่วนภาษีทรัพย์สินก็เช่นกันรัฐบาล ทําไปแล้วเราก็จะคอมเมนต์ (Comment) เพิ่มเติมและสนับสนุนให้รัฐบาลนําภาษีทรัพย์สินนั้น มาใช้โดยเร็ว แล้วก็เรื่องประเด็นการบริหารจัดการซึ่งเปึนเรื่องที่ท้าทายมากที่เราจะเสนอ การบริหารจัดการการเก็บภาษีให้ครอบคลุมโดยอาจจะมีการตั้งกระบวนการที่เรียกว่า คณะกรรมการปฏิรูปภาษีเปึนการถาวร ซึ่งจริง ๆ แล้วเราเสนอในร่างรัฐธรรมนูญไม่ทราบว่า
เขาจะใส่ไปหรือเปล่า คือคณะกรรมการนโยบายการเงิน การคลังและภาษีอากร ในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไม่ใส่เราก็คิดว่ารัฐบาลน่าจะมีคณะกรรมการปฏิรูปภาษีอากรเปึนการถาวร ที่จะแก้กฎหมายภาษีให้ทันเหตุกำรณ์และทันสมัย รวมทั้งการพิจารณาคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์กลางที่เปึนธรรมให้กับผู้เสียภาษีไม่บังคับ ซึ่งปัจจุบันนี้การอุทธรณ์ต่าง ๆ ก็ยังมีตัวแทนภาครัฐนั่งอยู่จํานวนมาก ซึ่งอันนี้ก็จะเปึนการเปลี่ยนบริบทของการพิจารณา ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตนําไปถึงหั วข้อในการปฏิรูปใหญ่ ๆ อยู่ประมาณ ๖-๗ เรื่อง เรื่องใหญ่ที่สุดที่ท่านอาจารย์สมชัยได้พูดแล้วคือเรื่องฐานผู้เสียภาษีว่า เราจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีและปัองกันการหนีภาษีอย่างไร ประเทศกรีซ ผมพูดหลายที่ เปึนประเทศที่มีปัญหานอกจากหนี้สาธารณะแล้วประเทศกรีซเปึนประเทศ ที่มีผู้หนีภาษีสูงที่สุดในอียู (EU) คือประมาณร้อยละ ๓๐ ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของคนที่มีรายได้ ในประเทศกรีซจะหนีภาษี ผมเคยไปเที่ยวประเทศกรีซเขาถามว่ายู (You) จะเอาใบเสร็จหรือเปล่า ซื้อของที่ระลึกนี่แหละครับ เราก็ไม่เอาดีกว่าเพราะถ้าใบเสร็จประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ครับ นั่นคือภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะฉะนั้นเราจะทําอย่างไรให้ประเทศไทยไม่ต้องมีบทเรียน ของประเทศกรีซ นอกจากหนี้สาธารณะแล้วการหนีภาษีเปึนเรื่องใหญ่มากที่จะต้องสร้าง หน้าที่ให้คนไทย เราก็จะพูดถึงเรื่องการขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษี การขยายฐานภาษี ที่สําคัญมากคือทําระบบตัวเลขหรือสมาร์ต การ์ด (Smart card) ที่ยึดโยงได้หมด และ การจัดเก็บภาษีปัองกันการหนีภาษีได้ครอบคลุม
เราคิดว่าประเด็นที่ท่านอาจารย์สมชัยพูดเรื่องประมวลรัษฎากร ไม่ว่าเรื่องอัตราก็ดี เรื่องช่วงเงินได้ก็ดี การหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนก็ดี ซึ่งวันนี้ผู้มีเงินได้ ทุกคนรู้สึกว่า ฉันเสียภาษีสูงเหลือเกิน ไม่รีเฟลกต์ (Reflect) และฉันเสียภาษีฉันไม่ได้อะไรจากรัฐบาลเลย นั่นเปึนประเด็นหนึ่งที่เราจะต้องให้เกิดความเปึนธรรมและทําให้คนอยากเสียภาษี เพราะฉะนั้นการยกร่างประมวลรัษฎากรเปึนเรื่องใหญ่มากที่จะต้องทํานะครับ การเก็บภาษี ใหม่ ๆ ซึ่งก็ได้พูดไปแล้วหลายท่าน เดี๋ยวท่านอาจารย์วิริยะจะมาขยายความว่าเราจะ เก็บภาษีอะไรเพิ่มขึ้นบ้างนะครับ เรื่องคณะกรรมการปฏิรูปภาษีอากรนี่ผมพูดไปแล้ว เรื่องภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร และที่สําคัญมากท่านจะเห็นความยึดโยงคือครอส คัตติง (Cross cutting) ท่านสมาชิก กรรมาธิการหลายท่านเสนอเยอะเลยครับ จะขอสิทธิภาษี ตรงนั้นตรงนี้ ขอโน่นขอนี่ ถ้าเราไม่มีหน่วยงานกลางที่พิจารณาสิทธิประโยชน์พวกนี้เราจะ เก็บภาษีไม่ได้เลย เพราะแต่ละคนก็ขอภาษีไปหมด จะทําอย่างไรให้ผู้ที่ขอไปแล้วรู้จักว่า คนในองค์กรของท่านหรือบุคคลที่มีส่วนไ ด้ส่วนเสียของท่านนั้นได้เสียภาษีให้กับรัฐบาล แล้วหรือยัง อันนี้ก็เปึนโจทย์ใหญ่มากนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะส่งเสริมผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SME) ซึ่งเปึนฐานเศรษฐกิจใหญ่ของประเทศ แต่น่าประหลาดใจมากว่ากลุ่มบุคคล เหล่านี้เสียภาษีน้อยมากในประเทศนะครับ ธุรกิจวิสาหกิ จชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม สิ่งเหล่านี้จะต้องปรับปรุงกระบวนการภาษีให้ครบถ้วนนะครับ และเรื่องของการพิจารณา ข้อพิพาทระหว่างผู้เสียภาษีกับรัฐบาล หัวข้อหนึ่งซึ่งผมคิดว่าท้าทายมากสําหรับรัฐบาล หรือ สปช. ก็คือการเพิ่มจํานวนผู้เสียภาษีหรือผู้ขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษี ถ้าท่านจําได้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีปรีดิยาธรได้พูดตอนที่กระผมได้อภิปรายในรัฐสภาว่าการลงทุน ดิจิทัล อีโคโนมี (Digital economy) นี่ รัฐบาลน่าจะลงทุนการสร้างฐานข้อมูลผู้เสียภาษี หรือผู้มีเงินได้ในประเทศ ซึ่งก็สอดรับกับวาระที่ ๒๐ ของ วทน. ซึ่งพูดถึงเรื่องโอเพน กัฟเวิร์นเมนต์ (Open government) หรือคอนเนกเตด กัฟเวิร์นเมนต์ (Connected government) ที่ข้อหารือ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ประเทศไทยจะต้องรวบรวมไว้เพื่อจะกําหนด นอกเหนือจากสิทธิของรายงานการศึกษาสาธารณสุขแล้วนี่ข้อมูลพวกนี้สําคัญมากที่จะต้อง สามารถยึดโยงการเสียภาษีได้ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชนเท่าที่กฎหมายกําหนด สามารถนําข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการกําหนดนโยบายภาษีนะครับ ฉะนั้นการเพิ่มจํานวน ภาษีนี่ การขึ้นทะเบียนก็ดี การจัดทําฐานข้อมูลประชากรก็ดี การให้ความรู้ของผู้เสียภาษีก็ดี
รัฐบาลญี่ปุ์นเขาสอนหนังสือตั้งแต่เด็ก ๆ หน้าที่พลเมืองของเราพูดสั้น ๆ ว่าต้องเสียภาษี ผมคิดว่าอาจจะต้องเปลี่ยนบริบทว่าใครหนีภาษีเก่งเปึนคนเก่งของสังคม ไม่ใช่ ทุกคน ต้องเสียภาษี ซึ่งท่านอาจารย์สมชัยได้บอกแล้ว ที่จริงเราเสียอยู่แล้วภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ว่า มันจะต้องลงไปว่าหลักการเสียภาษีทําไมถึงต้องเสีย ไม่ใช่ถูกบังคับให้เสีย แล้วคุณ มาเรียกร้องโน่นเรียกร้องนี่ ผมต้องถามกลับว่าคุณเสียภาษีให้กับบ้านเมืองนี้บ้างหรือยัง อย่าเอาแต่เรียกร้องแต่สิทธิแต่ไม่คํานึงถึงหน้าที่ของตัวเอง อันนี้สําคัญมากในการที่จะปฏิรูป พวกนี้ ผมรู้ว่าการเสนอแบบนี้จะถูกตอบโต้ ต่อต้านจากคนจํานวนมาก คนขับแท็กซี่ ชาวนา ชาวไร่ ที่ต้องขึ้นทะเบียนเขาก็จะเริ่มกลัวว่า เฮ้ย มาขึ้นทะเบียนฉันจะทําอะไรกับฉัน ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนโจทย์ใหญ่มากที่รัฐบาลจะต้องไปทํานะ ครับ และถ้าเราเพิ่มผู้เสียภาษี อัตราภาษีที่ถูกต้องแล้ว การเก็บภาษีใครทําผิดต้องลงโทษสถานหนักนะครับ มันก็จะไป ถึงประเด็นเรื่องของการปัองกันการหนีภาษีอย่างที่ผมบอก ประเทศไทยวันนี้จริงเท็จไม่รู้ ผมว่าพวกเราทุกคนก็มีส่วนร่วมในการช่วยหนีภาษีแหละ เวลาซื้อของถามจะเอาใบเสร็จไหม ถ้าพี่เอาใบเสร็จ ผมบวกพี่ ๗ เปอร์เซ็นต์ หลายคนก็ต้องบอกว่าไม่เอาดีกว่า นี่คือกระบวนการเริ่มต้นด้วยการทําผิดกฎหมายแล้วครับ แต่ทําอย่างไรเรื่องนี้ผมคิดว่า เปึนเรื่องที่ทําได้ยาก แต่ผมว่าต้องเริ่มทําว่าถ้าเราออกกระบวนการใบกํากับภาษีระบบอีรีซีต (e-Receipt) ก็ดี อีแทกซ์ อินวอยซ์ (e-Tax invoice) ก็ดี ที่มีข้อมูลยึดโยงได้หมดนี่ การหนีภาษีก็จะทําได้ยากขึ้น หลายคนเปึนผู้ประกอบการรู้เลยครับว่าต้องซื้อใบกํากับภาษี ทําอย่างไรที่เราต้องแก้ไขวัฒนธรรมเหล่านี้ พ่อค้าซื้อขายต่างจังหวัด เอสเอ็มอีหลบภาษี ทั้งสิ้น เราจะทําอย่างไรที่จะเพิ่มฐานภาษีให้ได้นะครับ
เรื่องต่อมาปฏิรูปภาษีแล้วกระบวนการและอัตราภาษีต้องเปึนธรรม อัตราภาษีวันนี้ที่ชัด ๆ ของรัฐบาลปัจจุบันไม่เปึนธรรมเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะถ้าท่าน เปึนเจ้าของบริษัทท่านเสียภาษีกําไร ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เสียภาษีปันผลอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หลังจากหัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็เหลือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เสียอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของกําไร ก็คือ ๘ เปอร์เซ็นต์ ภาษีสุทธิของเจ้าของกิจการคือ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ มิหนําซ้ําเขาหักรายจ่าย ได้เยอะมากนะครับ แต่ภาษีของคนทํางานที่มีรายได้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่างที่ท่านอาจารย์ บอกว่ามัน ๒๐ กว่าป้แล้วกระมัง เกิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเมื่อใดคุณโดนภาษี ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แถมวันนี้กรมสรรพากรออกอีกแล้ว อาร์เอ็มเอฟ (RMF) แอลทีเอฟ (LTF) วิธีคํานวณต้องเอา เฉพาะเงินได้ที่เสียภาษีนะ ห้ามเอาเงินได้ยกเว้น อย่างนี้คือเก็บภาษีกับคนที่อยู่ในระบบ กดมัน บีบมัน นี่คือสิ่งที่ทํา เพราะฉะนั้นภาษีจะต้องเปึนธรรม ผมจึงเสนอบอกอัตราภาษี ที่เปึนธรรมที่สุด ตอนนี้ที่เร่งก็คือภาษีบุคคลธรรมดาต้องลดลงมาเท่านิติบุคคล ไม่เช่นนั้น คนรวยกลับเสียภาษีน้อยกว่าคนจน นี่คือความเหลื่อมล้ําข้อที่ ๑ อัตราภาษีของ บุคคลธรรมดากับนิติบุคคลจะต้องเท่ากัน
ผมไปต่อว่าถ้าเราจะแข่งขันในอาเซียน (ASEAN) อัตราภาษีของประเทศไทย จะต้องสู้กับประเทศในอาเซียนได้ ผมทํางานเกี่ยวกับภาษีมา ๓๐ กว่าป้ ผมรู้ว่า ประเทศสิงคโปร์เปึนหอกข้างแคร่ของประเทศไทย ท่านทราบไหมครับประเทศสิงคโปร์ เก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลแค่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ และไม่มีภาษีเงินปันผล เก็บภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาสูงสุดแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องบอกนะครับ เขาเก็บภาษีทรัพย์สินที่มูลค่าเกิน ๑๐ ล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐ เหรียญเขาเก็บ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราก็ต้อง มาดูว่าประเทศไทยจะไปทางไหน ผมมิได้ต้องการให้ประเทศไทยลดภาษีเท่าประเทศสิงคโปร์ มิได้ แต่ต้องแข่งกับประเทศสิงคโปร์ได้ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ณ วันนี้รัฐบาลไทย ก็พยายามทําแบบนั้น ให้สิทธิประโยชน์ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีอธิบายเรื่องไอทีซี (ITC) ไอเอชคิว (IHQ) แต่นั่นคือให้บริษัทข้ามชาติ มิได้ให้กับบริษัทไทยเอสเอ็มอี เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่าเรื่องอัตราภาษีนี่สําคัญมาก การหักค่าใช้จ่าย การหักค่าลดหย่อนที่เปึนธรรม ผมอยากจะให้ท่านได้ไปดูในเอกสารประกอบ ซึ่งผมบอกพรรคพวกว่าอันนี้ผมทุ่มเทมาก ใช้กลไกต่าง ๆ ในออฟฟ่ศ ทําวิจัยเปรียบเทียบต่างประเทศให้ดูเลยว่าต่างประเทศ เขาทํากันแบบไหน เราทําแบบไหน เพื่อที่จะให้รัฐบาลรับเรื่องไป ท่านสมาชิกครับ
การปฏิรูปถ้าให้กรมสรรพากรปฏิรูปผมขอเรียนอย่างนี้เลยนะครับ ไม่มีทางปฏิรูปสําเร็จ ไม่มีทางปฏิรูปสําเร็จเลย เพราะเขามีส่วนได้เสีย ไม่ได้เพราะว่าเขาได้เงินนะครับ แต่ว่าถ้าไปลดภาษีลงภาษีที่เขาเก็บได้ก็จะน้อยลง เคพีไอ (KPI) ที่ ก.พ.ร. จะให้ก็น้อยลง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมจึงจะนําเรีย นว่า สปช. จะต้องเปึนผู้นําในการเสนอว่า เราเสนอแบบนี้ ปัจจุบันท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปภาษี ซึ่งผมคิดว่ามันเปึนชั่วคราว ซึ่งหวังว่าท่านจะได้นําข้อเสนอของเราไปสู่ทางปฏิบัติต่อไป เพราะฉะนั้นเรื่องภาษีบุคคลธรรมดาก็ดี นิติบุคคลก็ดี การหักค่าใช้จ่ายหรือการหัก ค่าลดหย่อนก็ดีต้องเปึนธรรมครับ ประเทศเกาหลีท่านทราบไหมครับเอาสลิป (Slip) เครดิต การ์ดมาหักภาษีได้นะครับ ถ้าเราเอาสลิปเครดิต การ์ดมาหักภาษีได้แล้วรัฐบาล ก็ไปตาม สิครับว่าคุณไปซื้ออะไรบ้าง รัฐบาลเมืองจีนซื้ออาหารถึงกําหนด เอาใบกํากับภำษีมาแลกเปึนสลากขูดครับ ต้องให้คนไทยรีไควร์ (Require) ว่า ต้องเอาใบกํากับภาษีมา ไม่ใช่ไปกรอกแล้วชิงรางวัล ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่นะครับ ต้องเอาอย่างนี้ทําให้คนไทย ให้ถูกจริตคนไทยว่าจะทําอย่างไร เพราะฉะนั้นการเพิ่มประเด็น พวกนี้เปึนเรื่องสําคัญมาก ใบเสร็จต่าง ๆ ใบกํากับภาษีต่าง ๆ ซึ่งมันจะยึดโยงเข้าระบบ ไปหมด เพราะว่าคนจะหนีไม่ได้นะครับ ภาษีมูลค่าเพิ่มก็เปึนภาษีหนึ่งที่ต้องปรับปรุง ผมไม่กล้าพูดว่าเราเสนอให้ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มนะครับ แต่จริง ๆ ถ้ารัฐบาลจําเปึนต้องขึ้นครับ แต่ขึ้นแล้วเราดูแลคนจนอย่างไร
ถ้าคนจนจดทะเบียนอยู่ในระบบเราสามารถชดเชยคนจนได้ว่าผมให้คูปองคุณไปซื้อวีเอทีเลย ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์บอกว่าภายใน พ.ศ. ๒๕๕๗ ครบ ๑๐๐ ป้เราจะให้คนไทยมีรายได้ ๔๐,๐๐๐ บาทเปึนขั้นต่ํา นั่นแหละเราจะได้ภาษีแล้ว แต่วันนี้เราช่วยภาษีมูลค่าเพิ่มกับ คนเหล่านี้ ช่วยภาษีมูลค่าเพิ่มกับเอสเอ็มอีได้อย่างไร ซึ่งรายละเอียดมีอยู่แล้วนะครับผมไม่ขอลงรายละเอียด นอกจากนี้เราก็ไม่ใช่ขออย่างเดียว มันมีการหลบเลี่ยงภาษีระหว่างประเทศ เราก็สร้างกฎหมายใหม่คือการปัองกันการหลีกเลี่ยง ภาษีของบริษัทข้ามชาติใหญ่ ๆ ใส่เข้าไปให้เหมือนนานาประเทศเขา ไม่ใช่เราจะขอรัฐบาล อย่างเดียว เราแก้ แต่ไม่ใช่บอกว่าจะแก้แล้วเอาเฉพาะเรื่องนี้ เรื่องอื่นเหมือนเดิมนี่ไม่ได้ครับ อันนี้มันต้องแก้ภาษีให้เปึนธรรม ภาษีระหว่างประเทศก็ดี อากรแสตมปีก็ดี ภาษีต่อมาก็คือ ภาษีสรรพสามิตซึ่งเข้าใจว่าก็ได้มีการร่างไปแล้ว ตอนนี้ก็ส่วนใหญ่ผมคิดว่าเปึนตัวอย่างอันดี ของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน เปึนการร่างกฎหมายครั้งแรกที่ราชการให้หน่วยงาน วิชาการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปึนคนยกร่าง แล้วเอาเอกชน สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าไปนั่งเจรจาทํากฎหมายด้วยกัน มีประเด็นตรงไหนที่ยังไม่เห็นด้วยกันก็มาถกแถลง คือการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน หรือผู้มีส่วนได้เสียจึงมีความสําคัญมากในการร่างกฎหมายของไทยต่อไป แต่ประทานโทษครับกรมสรรพากรไม่เคยทํา ซึ่งเข้าใจได้ว่าเนื่องจากเปึนกฎหมายที่มี ส่วนได้เสีย แต่ว่าปฏิรูปคราวนี้ต้องให้เอกชนเข้าไปทํา กรมศุลกากรทําบ้าง เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้กฎหมายศุลกากรก็พยายามแก้มาหลายครั้งนะครับ กฎหมายศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ครับ แก้ไป ก็แก้ทุกครั้งส่วนใหญ่ก็จะทําให้เอกชนเดือดร้อนทุกครั้ง ผมเรียน อย่างนี้เลย อํานาจใช้ดุลยพินิจแต่หลัง ๆ ดีขึ้นเยอะนะครับ อย่างร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่เรา เรียกร้องกันมากก็คือเรื่องเงินสินบนรางวัลนําจับซึ่งได้ไม่จํากัด ท่านหลายคนคงทราบ เปึนร้อยครับ ๑๐๐ ไม่ใช่ ๑๐๐ บาทนะครับ ๑๐๐ ล้านบาทครับสินบนรางวัลนําจับ และที่สําคัญไม่ต้องเสียภาษีด้วยครับ กฎหมายแบบนี้มีไม่ได้แล้วครับ เราจะลดสินบนรางวัล นําจับลง เราไม่ต่อต้านนะครับ เรามีได้เพราะเขาต้องเอาชีวิตเข้ำไปแลกเขาก็ต้องเอา บางอย่าง แต่เราก็เสนอว่าให้ลดสินบนรางวัลนําจับลง จะปรับปรุงอย่างไรให้กฎหมาย ศุลกากรเปึนกฎหมายที่ไม่ใช่ลงโทษ เอาโทษอาญามาขู่ผู้ประกอบการที่สุจริต จะทําอย่างไร ให้ภาษีของเราภาษีฟุ์มเฟ๋อยให้ประเทศไทยเปึนฮับ (Hub) แข่งขันในต่างประเทศได้
ในคณะอนุกรรมาธิการเราได้เรียนเชิญกรมสรรพสามิตมาชี้แจงว่าถ้าเรามีนโยบายให้ลดภาษี ยกตัวอย่างเช่นไวน์ราคาแพงให้เหมือนประเทศสิงคโปร์ได้ไหมแทนที่จะเก็บตามมูลค่าให้เก็บ ตามปริมาณ ขวดละเท่าไรก็ไม่รู้ละ ประเทศสิงคโปร์เก็บขวดละ ๕๐๐ บาทเราอาจจะ เก็บขวดละ ๑,๐๐๐ บาทก็ได้ ท่านผู้ชํานาญการกรมศุลกากรบอกว่าท่านครับจริง ๆ แล้ว การลดภาษีศุลกากรจะทําให้เกิดภาษีอย่างอื่นได้ ท่านบอกว่าบินทูเมื่อก่อนขายกัน หนีภาษีก็ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าบาทขายในร้าน ประมาณ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาทในโรงแรม พอเอฟทีเอ (FTA) ไทย-ออสเตรเลียเข้ามาไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรหรือเสียในอัตราต่ํามาก แล้วก็ภาษีสรรพสามิตยังเหมือนเดิม ยอดขายบินทูจาก ๒๐,๐๐๐ ลังเปึน ๘๐,๐๐๐ ลังครับ พวกเราก็รู้กันว่าการกินไวน์คนซื้อไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ซื้อ ซื้อตามชายแดน สิ่งเหล่านี้เราต้อง เสนอให้เขาทําครับ หลายคนต่อต้านนี่มันอบายมุขอาจารย์ต้องเก็บภาษี ต้องยอมรับว่า ภาษีไวน์การหนีภาษีสมักกลิง (Smuggling) ใหญ่มากของประเทศไทย เราจะกล้าทําลาย โครงสร้างแบบนี้หรือไม่ การส่งเสริม การตั้งบอนดิด แวร์เฮาส์ (Bonded warehouse) สินค้าทัณฑ์บนในชายแดนเราก็ส่งให้รัฐบาลเปึนคนทํา เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่กระผมจะเล่า ให้ฟัง ทีนี้ก่อนที่จะไปเรื่องภาษีทรัพย์สินและภาษีอื่น ๆ ผมขออนุญาตข้ามไปเรื่องของ การพิจารณาอุทธรณ์กลาง ที่เราเสนอให้ผู้เสียภาษีถ้ามีข้อพิพาทภาษีอากรให้สามารถมีออปชัน (Option) ว่าจะเลือกไปศาลหรือไปคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ วันนี้กฎหมายทุกอัน บอกว่าก่อนจะไปศาลคุณต้องไปคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนนะ แล้วไม่กําหนดเวลา หรือครับ บางเรื่อง ๕ ป้ยังอุทธรณ์อยู่เลย
เบี้ยปรับเงินเพิ่มก็ขึ้นไปเรื่อย ๆ และคนที่ตัดสินนี่ก็เปึนอธิบดีเอง กระทรวงมหาดไทยบ้าง อัยการบ้าง ไม่มีคนนอกเลยครับ ในแง่ของธรรมาภิบาลก็ผิดแล้ว ตรวจเอง จับเอง ตัดสินเอง อย่างนี้มันไม่ใช่แล้ว เราต้องเปลี่ยนโครงสร้างแบบนี้ ให้ผู้เสียภาษีมีสิทธิจะเลือกว่าเขาจะไป ตรงไหน และถ้าจะเปึนอุทธรณ์ต้องเปึนกลาง เปึนวิชาการ ไม่ใช่ตัดสินตามอําเภอใจ มีหลักเกณฑ์ การปฏิรูปภาษีอื่น ๆ ถ้าทําได้ เราอยากให้เขาทํามากก็คือว่าให้หน่วยจัดเก็บภาษี เปึนหน่วยงานจัดเก็บภาษีอิสระ ที่เขาเรียกซารา (SARA) เซลฟีซัฟฟ่เชียนซี (Self-sufficiency) แทกซ์ ออทอริตี (Tax Authority) คอลเลกชัน (Collection) ซึ่งแบบ ประเทศสิงคโปร์ คือถ้าเราปฏิรูปเราต้องปฏิรูปให้เต็มรูปแบบ อย่าเปึนลูกผสม ผมเชื่อว่าอันนี้ ต้องใช้เวลา อาจจะทํายุคนี้ไม่ทัน เพราะการให้การศึกษาให้ความรู้บุคลากรอันนี้ต้องใช้เวลา แต่ผมคิดว่าเราต้องมีเปัาหมายไปทางนั้น การสร้างความรู้ให้กับประชาชน เจ้าหน้าที่ การเรียกเก็บต่าง ๆ อย่างที่เรียน ต่อมาก็คือเรื่องของหน่วยงานอิสระซึ่งเราได้เสนอไปแล้ว หวังว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะใส่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง และภาษีอากรแห่งชาติอยู่ในนั้นเพื่อจะให้เปึนองค์กรอิสระที่ทําหน้าที่พิจารณากฎหมาย ต่อไป ก็ต้องปรับปรุงไปเรื่อย ๆ นะครับ ภาษีใหม่ ๆ ที่จะทําให้ท้องถิ่นได้รับประโยชน์ด้วย ภาษีทรัพย์สินก็ดี ภาษีเงินได้อื่น ๆ การแบ่งภาษีเทศบาลอย่างนี้จากภาษีเงินได้จะแบ่ง อย่างไรที่ท้องถิ่นจะได้เงิน ประเด็นสุดท้ายเรื่องการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี วิสาหกิจ เพื่อชุมชนและเพื่อสังคม ผมคิดว่าอันนี้เปึนประเด็นใหญ่ เรามีเอสเอ็มอีในประเทศไทย ๒.๗ ล้านราย จากข้อมูลของ สสว. มีบริษัทอยู่ ๖๐๐,๐๐๐ ราย ในบริษัท ๖๐๐,๐๐๐ ราย ท่านทราบไหมมีคนเสียภาษีแค่ ๓๐๐,๐๐๐ ราย เอสเอ็มอี ๒.๗ ล้านราย ผมไม่แน่ใจว่า คนกลุ่มนี้เปึน ๑ ใน ๑๐ กว่าล้านรายที่ยื่นแบบ ภงด. หรือเปล่า หรือเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเปล่า ฉะนั้นเราก็บอกว่าถ้าคุณลดภาษี ลงแล้วอย่างที่ท่านอาจารย์สมชัยบอก เราจะ นิรโทษกรรมภาษีคุณก่อน ของเก่าเราไม่ว่าแล้วเราจะเริ่มชีวิตใหม่กัน ซึ่งวันนี้ผมในฐานะ เปึนกรรมาธิการ ซึ่งอาจารย์สมชัยเปึนประธานอยู่ในชุดเล็กนี่ก็ยังถกเถียงกันว่าจะควร นิรโทษกรรมภาษีหรือเปล่า เพราะกรมสรรพากรบอกว่านิรโทษกรรมทีไรรัฐก็ไม่ได้ภาษี เพิ่มขึ้นเปึนกอบเปึนกํา แต่ผมคิดว่าถ้าเรารื้อโครงสร้างภาษีใหม่ แล้วเราจัดโครงสร้างภาษีใหม่ ที่เปึนธรรม อัตราภาษีกฎหมายใหม่ หน่วยงานใหม่ที่กํากับดูแล ที่อุทธรณ์ได้นี่ ผมเชื่อว่า การนิรโทษกรรมเปึนทางออกทางหนึ่งที่จะทําให้คนไทยกลับมาอยู่ในระบบภาษี และจะต้อง
ให้ทุกคนช่วยกันรณรงค์ว่าการเสียภาษีเปึนหน้าที่ของคนไทยทุกคน เริ่มเด็ก ๆ เริ่มวันนี้ ว่าทําไมเขาถึงต้องเสียภาษี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็จะต้องทําขึ้น มาตรการภาษีต่าง ๆ ที่เรา พูดถึงบีโอไอ (BOI) ก็ดีที่ผมอยากให้ท่านสมาชิกได้กลับไปดูเอกสารประกอบ ผมคิดว่า เปึนเอกสารประกอบที่ค่อนข้างสมบูรณ์ฉบับหนึ่งที่ท่านจะนําไปใช้ได้ ที่คณะกรรมการปฏิรูป ภาษีที่รัฐบาลจะนําไปต่อยอดศึกษาเพิ่มเติม เรามีการวิจัย การศึกษาเพิ่มเติมเยอะมาก เรื่องภาษีอากร มีผลงานวิจัยของเวิลด์ แบงก์ (World Bank) แต่เราไม่เคยนํามาปฏิบัติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน สปช. ธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ บอกว่าอ่านของคุณหมดแล้ว แต่ว่าเขา จะเอาไปทําหรือเปล่า ดีหมดแต่เขาจะทําหรือเปล่า อันนั้นคือโจทย์ของเรา ผมเชื่อว่า ข้อเสนอของเราอันนี้เปึนข้อเสนอที่จะเกิดบิก แบง (Big bang) ถ้าถามผมมีอิมแพกต์ (Impact) กับประเทศใหญ่ ผมอาจจะคิดเกินเลยไปบอกว่าเราจะปฏิรูปอะไร เราเรียกร้อง ปฏิรูปโน่นนี่นั่น แล้วเราไม่มีเงินเราจะปฏิรูปได้อย่างไร จะไปกู้หนี้หรือครับ ใช้จีดีพี หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นแบบประเทศกรีซหรือครับ ถ้าปฏิรูปแบบนั้นก็ไม่ใช่ปฏิรูปอย่างถาวร ฉะนั้นผมก็ใคร่ขอกราบเรียนว่าการลงทุนข้อมูลใหญ่ที่รัฐบาลต้องทํา การแก้ไขกฎหมาย เหล่านี้เปึนสิ่งที่สําคัญ
และสุดท้ายที่จะฝากไว้คือผู้เสียภาษีให้รัฐควรจะได้รับการดูแลจากรัฐอย่างไร ไม่ว่าจะเปึน การกู้ยืมเงินอัตราดอกเบี้ยถูก การดูแลเมื่อเขาเกษียณอายุ อาจจะบอกอีกคลาส (Class) หนึ่ง ก็ได้ นะครับ แต่ผมคิดว่ามันมี การ์ด เงิน การ์ด ทอง การ์ด แพลทินัม (Platinum) ทําได้ครับว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือคนเสียภาษีอย่างไร ไม่เปึนการแบ่งแยก แต่ผมคิดว่าสิ่งหนึ่ง ที่จะต้องทําก็คือว่าทําให้คนไทยรู้สึกว่าเขาเสียภาษีแล้วนอกจากเปึน หน้าที่แล้วเขาควร จะได้อะไรคืนมาเมื่อเขาเลิกทํางาน เขาเกษียณอายุ เพราะฉะนั้นกลายเปึนเรื่องของกองทุน การซื้อประกัน กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ กองทุนยามชรา มันก็จะยึดโยงกันหมด เพราะฉะนั้น ผมจึงใคร่กราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่แล้วผมก็พร้อมรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจาก ท่านสมาชิกทุกท่าน เพื่อจะทําให้รายงานนี้สมบูรณ์ขึ้น เพื่อจะทําให้รายงานนี้สามารถ แปลงเปึนรูปธรรมได้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมก็ขออนุญาตจบแค่นี้ และขอให้ ท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ซึ่งเปึนอนุกรรมาธิการได้ฉายภาพกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งแวดล้อม ลาภลอยว่าที่มาที่ไปของท่านท่านคิดอย่างไร เชิญครับ