สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๑ · ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘

จุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ หารือเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง และการปฏิรูปคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการได้มาซึ่งผู้แทนที่โปร่งใส เป็นธรรม และเชื่อถือได้ และเสนอแนะแนวทางในการปฏิรูปเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความเท่าเทียมในการเลือกตั้ง รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการเลือกตั้ง และการควบคุมการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้

นางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านนะคะ ดิฉันในฐานะ อนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองแล ะองค์กรอิสระ ในคณะกรรมาธิการปฏิรูป การเมือง ขออนุญาตนําเสนอในประเด็นของข้อเสนอการปฏิรูปและแนวทางการดําเนินการ ในการปฏิรูปองค์กรอิสระ ก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง อยากขออนุญาตนําเรียนว่า อย่างนี้นะคะ ปัญหาหนึ่งซึ่งมีนัยสําคัญอย่างมากต่อการได้มาซึ่งคนดี นําคนดีเข้าสู่สภาก็คือ กระบวนการได้มาซึ่งผู้แทนทั้งหลาย จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง เราพบว่ากลไกหนึ่งซึ่งมีความสําคัญและทําหน้าที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดก็คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เราจะพบว่าในสังคมปัจจุบันของประเทศไทยเรามักจะถกเถียงกัน อยู่ตลอดเวลาทุกภาคส่วนว่า กกต. เรามักจะใช้คําเรียกขานว่า กกต. หรือเปึนสิ่งที่บ่งบอกถึง ผู้ที่ทําหน้าที่ในการได้มาซึ่งเปึนผู้แทน โดยผ่านกระบวนการที่จะต้องโปร่งใส เปึนธรรม แล้วก็ เชื่อถือได้ แต่เราพบว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กกต. มักจะถูกระบุอยู่เสมอว่า

กกต. ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความเปึนกลาง ตัวแทนต่าง ๆ ที่มาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้ที่ทําหน้าที่เปึน กกต. หรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กกต. มักจะไม่มีความเปึนกลาง ทางการเมือง เนื่องจากว่าเบื้องหลังก็คืออาจจะได้รับการสนับสนุนหรือวิ่งเต้นจากนักการเมือง เพราะฉะนั้นประเด็นของการปฏิรูปคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเปึนข้อเสนอและข้อสรุป ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองเราจะดําเนินการที่จะปฏิรูปเพื่อให้กรรมการ การเลือกตั้งสามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปึนธรรม โปร่งใส และเชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นจากคราวที่แล้วที่ดิฉันได้นําเสนอเรื่องของหลักการ และเหตุผล ประเด็นปัญหา ข้อสรุปต่าง ๆ แล้ว วันนี้จะขออนุญาตนําเสนอในเรื่องของข้อเสนอการปฏิรูป โดยให้กระชับที่สุด เท่าที่จะทําได้ จากที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว แล้วโดยส่วนตัวเองก็ในฐานะที่เคยได้ทําหน้าที่ กรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดซึ่งถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของการทําหน้าที่จัดการ การเลือกตั้งเปึนผู้ที่ทําหน้าที่กํากับ ดูแล แล้วก็ควบคุม อยากจะขออธิบายเปึนเบื้องต้น เพื่อประกอบการทํา ความเข้าใจในการนําเสนอข้อเสนอการปฏิรูปและแนวทาง การดําเนินการในวันนี้ ในการทําหน้าที่จัดการการเลือกตั้งขององค์กรอิสระก็คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เราจะมีองค์ประกอบที่สําคัญอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่เปึนกรรมการการเลือกตั้งอยู่ในองค์กรกลางซึ่งประกอบทั้งหมด ๕ ท่าน ส่วนที่ ๒ ก็คือที่เราเรียกว่า กกต. จังหวัด ก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจําจังหวัดอีก ๕ ท่าน ส่วนที่ ๓ ก็คือผู้ที่ทําหน้าที่เฉพาะครั้งคราวไป เช่น เมื่อจะมี การเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. เลือกตั้งนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ เราก็จะมีการตั้ง กกต. เขต กกต. ท้องถิ่น คณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้งซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็จะมีผู้ที่ทําหน้าที่ ในการปฏิบัติงานก็คือสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งทําหน้าที่เปึนข้าราชการประจํา คือที่จะโพรเซส (Process) งานทั้งหมด เพราะฉะนั้นในส่วนที่เปึนข้าราชการประจําคนก็จะ เรียกขานว่า กกต. ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเราจะพบว่าเวลาผู้คนส่วนใหญ่เนม (Name) เรื่องของ กกต. เราจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคําเรียกรวมเหล่านี้หมายถึงใคร ใครกําลัง ทําหน้าที่อะไร เมื่อเราไปปฏิบัติหน้าที่แล้วถูกเรียกขานรวม ๆ กันแบบนี้มันก็จะทําให้เกิด กระบวนการของการเข้าใจอาจจะยังไม่ถูกต้องนักในการที่จะมอนิเตอร์ (Monitor) การทํางานของ กกต. เพราะฉะนั้นในข้อเสนอการปฏิรูปและแนวทางการดําเนินการนั้น

ดิฉันอยากขออนุญาตว่าเราจะเสนอในเรื่องของการปฏิรูปการสรรหาจํานวนและคุณสมบัติ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องไปทําหน้าที่ต่อไปในการจัดการการเลือกตั้ง เพื่อปัองกันปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าเราพบว่าประเด็นปัญหาส่วนหนึ่ง ก็เกิดจากการได้มาซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกระดับ แล้วก็คุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง การปฏิรูปในส่วนที่ ๒ การนําเสนอในวันนี้ก็คือการปฏิรูปอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง เราต้องยอมรับว่าการทํางานให้ได้ดีมีประสิทธิภาพแล้วก็สามารถที่จะทํางา นได้ สมบูรณ์แบบ ถ้าไม่มีออทอริตี (Authority) ไม่มีอํานาจหน้าที่ขาดหรือเกินส่วนใด ส่วนหนึ่ง ก็ไม่สามารถทําได้ เพราะฉะนั้นในนี้เดี๋ยวดิฉันจะขออนุญาตนําเสนอในรายละเอียด ส่วนที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างและการจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นจากที่เรียนท่านสมาชิกไปว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ประกอบด้วย ใครบ้าง ประกอบด้วยส่วนไหนบ้างก็จะทําให้ท่านได้เข้าใจบริบทหรือปัญหาหรือ ความต้องการหรือสิ่งที่จําเปึนทั้งหมด ส่วนสุดท้ายดิฉันก็จะนําเสนอในเรื่องของการปฏิรูป การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน

ในส่วนที่ ๑ การปฏิรูปการสรรหา จํานวน และคุณสมบัติของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง จากข้อสรุปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองในส่วนของอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองและองค์กรอิสระ

ข้อที่ ๑ เราจะปรับกระบวนการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มี ความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ลดอิทธิพลของตัวแทนกรรมการสรรหาจากฝ์ายการเมือง เพิ่มการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการสรรหามากขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการสรรหาที่เปึนกลางที่สําคัญก็คือ ไม่ถูกครอบงําจากการเมือง ในรายละเอียดของการปฏิรูปการสรรหาใหม่นี้เราได้ เปลี่ยน ใหม่หมดนะคะ จากที่มีคณะกรรมการสรรหาเดิม ๆ ก็เปลี่ยนเปึนมีคณะกรรมการสรรหา มีจํานวนทั้งหมด ๑๑ คน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเลือกโดยที่ ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จํานวน ๒ คน ประธานรัฐสภา จํานวน ๑ คน ผู้นําฝ์ายค้าน จํานวน ๑ คน อดีตผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่น้อย กว่า ๓ คนเลือกกันเ อง จํานวน ๑ คน กรรมการ สภาวิชาชีพตามกฎหมายเลือกกันเอง จํานวน ๓ คน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เลือกกันเอง จํานวน ๑ คน ที่ประชุมศาสตราจารย์สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามบัญชีของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเลือกกันเอง จํานวน ๑ คน ที่ประชุม ศาสตราจารย์สาขาสังคมศาสตร์ตามบัญชีของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลือกกันเอง จํานวน ๑ คน ทั้งหมด ๑๑ คน ซึ่งในกระบวนการเหล่านี้เราได้ถกเถียงกันมา ค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามก็คงจะต้องขอคําเสนอแนะจากท่านสมาชิกสภาทั้งหมดนะคะ

ข้อที่ ๒ ก็คือจะมีการเพิ่มจํานวน คณะกรรมการการเลือกตั้งจาก ๕ คน เปึนจํานวน ๗ คน เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงานหน้าที่

ข้อที่ ๓ พิจารณาปรับแก้ไขคุณสมบัติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยนํา ประสบการณ์หรือผลงานมาเปึนหลักเกณฑ์พื้นฐานในการสรรหา รวมถึงกําหนด องค์ประกอบที่เหมาะสมของคณะกรรมการการเ ลือกตั้ง เพื่อให้การดําเนินการ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อที่ ๔ แก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจําจังหวัด หรือที่เราเรียกว่า กกต. จังหวัด

เนื่องจากว่าข้อสรุปของเราได้ข้อสรุปข้อถกเถียงมาก่อน แต่จากเอกสาร ที่ท่านมีอยู่จะพบว่าจากข้อสรุปเดิมจะมีการให้สมัชชาคุณธรรมเปึนผู้ดําเนินการสรรหา เพื่อให้ได้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดที่มีความน่าเชื่อถือปราศจาก การแทรกแซงจากฝ์ายการเมืองและระบบอุปถัมภ์ อันนี้ในฐานะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ก็อยากจะขอฝากท่านสมาชิกไว้ว่าเรื่องกระบวนการสรรหา การได้มา การตรวจสอบ คุณสมบัติ ตลอดจนแม้กระทั่งเรื่องการเป่ดเผยกรรมการสรรหาและผู้รับสมัครเปึนเรื่องที่ สําคัญอย่างยิ่งที่เราจะได้คนดีมา อย่างน้อยถ้าคนไม่ดีคิดอยากจะมาสมัครเ ปึนกรรมการ การเลือกตั้งทุกระดับ แต่พฤติกรรมหรือสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่มีอยู่มากมายก่ายกอง อย่างน้อย กระบวนการที่เป่ดเผยต่อพับลิก (Public) หรือต่อสาธารณะก็จะทําให้เราสกัดกั้ นคนไม่ดี จํานวนหนึ่งออกไป แล้วมันก็จะเปึนวิธีการสกรีน (Screen) เช่น กกต. จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากดิฉันหมดวาระอีก ๒-๓ เดือนแล้วก็จะมีการเลือกใหม่ ซึ่งไม่สามารถจะมาเปึนวาระที่ ๒ ได้ เพราะฉะนั้นการนําเสนอคราวนี้ดิฉันถือว่าเอาประสบการณ์และสิ่งที่มองเห็นเชิงประจักษ์ มาขอความเห็นจากท่านสมาชิกทั้งหมด เพราะฉะนั้นนัยสําคัญอย่างยิ่งของการจัดการ การเลือกตั้งก็คือการได้มาซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดและการได้มาซึ่งกรรมการ การเลือกตั้งในระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๒. การควบคุมดูแลการทํางานของหน่วยที่ทําหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องที่เปึนธุรการ ก็คือสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด ๒ ส่วนนี้ มีส่วนสําคัญ มีส่วนสัมพันธ์ มีส่วนทําให้การเลือกตั้งนั้นจะบริสุทธิ์โปร่งใสและยุติธรรม ในระดับไหน ดิฉันอยากจะฝากไว้ด้วย ๑. ให้สมัชชาคุณธรรมเปึนผู้ดําเนินการสรรหา ๒. กําหนดให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้งทําหน้าที่เปึนประธาน กรรมการสรรหารายภาคแต่ละจังหวัดกําหนดให้มีการสรรหาในรูปองค์คณะ โดยให้มีหลาย องค์คณะ แต่ละองค์คณะสรรหากรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัดได้จํานวน ๑ คน

จัดทําบัญชีรายชื่อไว้แล้วคัดเลือกองค์คณะเปึนคราว ๆ เมื่อจะมีการสรรหา เพื่อมิให้ทราบว่า จะอยู่ในคณะใด แล้วให้สรรหาทันที ข้อนี้หมายความว่าไม่ต้องมาลอบบี (Lobby) ไม่ต้องมา วิ่งเต้น คือคุณยังไม่รู้ว่าใครเปึนคนสรรหาคุณ คุณยังไม่รู้ว่าองค์คณะใดเปึนคนที่จะพิจารณา คัดเลือก ๓. เป่ดเผยชื่อและประวัติผู้สมัคร ตลอดจนกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง ประจําจังหวัดต่อสื่อมวลชนและสาธารณะ เป่ดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนในการตรวจสอบ และคัดค้านผู้เข้ารับการสรรหาหรือกรรมการสรรหาได้ ๔. กําหนดให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด และเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในทุกระดับมีความผิด อันนี้สําคัญมากต้องมีความผิด คุณจะลอยชายไม่ได้ ทุกคนบอก มีการซื้อเสียง คนนั้นคนนี้ แล้วก็ลอยนวลกันไป อันนี้ต้องมีความผิด พร้อมทั้งนําระบบ การประเมินผล การตรวจสอบ การลงโทษมาใช้อย่างจริงจัง กําหนดกลไกตรวจสอบและ การลงโทษที่เข้มข้น มีการรับผิดรับชอบ ๕. ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องเป่ดเผยผลการลงมติ ในสํานวนต่าง ๆ และให้มีคณะกรรมการตรวจสอบที่เปึนอิสระ ประเมินผลสัมฤทธิ์ ในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเปึนประจําทุกป้ หากไม่ผ่านการประเมิน ก็ต้องพ้นออกจากตําแหน่ง ๖. เป่ดเผยข้อมูลคุณสมบัติของผู้ที่ได้รั บการสรรหาเปึน คณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้ได้รับแต่งตั้งเปึนคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด โดยเป่ดโอกาสให้สาธารณชนสามารถเข้าดูข้อมูลได้ เพื่อเปึนการเพิ่มความโปร่งใส ในกระบวนการสรรหา ๗. สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องกําหนดมาตรการ ให้สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลกันได้ ใช้มาตรการการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด แม้พบการกระทําผิดแต่ไม่ถึงขั้นไล่ออกหรือให้ออกก็ต้องจํากัดหรือย้ายไม่ให้ผู้ที่มีประวัติ เกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์เข้ามาทําหน้าที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนอีกต่อไป เมื่อกี้เปึนข้อเสนอการปฏิรูปขั้นที่ ๑ ขั้นแรกนะคะ

การปฏิรูปขั้นที่ ๒ ก็คือการปฏิรูปโครงสร้างและการจัดการของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

๑. จัดตั้งหน่วยงานปฏิบัติ การที่ทําหน้าที่เชิงรุกในการสืบสวนและ หาข้อเท็จจริง กรณีมีการกระทําความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น การปฏิบัติการเชิงรุก โดยวิเคราะห์พื้นที่เปัาหมายที่มีการแข่งขันรุนแรง และส่งชุดปฏิบัติการหาข่าว ชุดสืบสวน สอบสวนลงพื้นที่เพื่อจัดทําสํานวนพร้อมข้อมูลการนําเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

๒. พัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ เพื่อทําหน้าที่เปึน หน่วยงาน สืบสวนสอบสวนภายในองค์กรของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

๓. จัดตั้งหน่วยงานเพื่อทําหน้าที่จัดการและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประโยชน์ ในการปัองกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งเชิงรุก เพื่อประโยชน์ในการสอบสวน และเพื่อเปึนประโยชน์ในการเป่ดเผยข้อมูลให้ภาคประชาสังคมสามารถติดตามตรวจสอบได้

๔. จัดทําข้อมูลและบัญชีหัวคะแนน และข้อมูลของผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งข้อมูลและบัญชีรายชื่อข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์เปึนหัวคะแนน หรือใช้ตําแหน่งหน้าที่ช่วยเหลืออันเปึนคุณเปึนโทษแก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง โดยนําข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการปัองกันและปราบปรามผู้กระทําผิด ตลอดจน เปึนพยานหลักฐานประกอบสํานวนการสืบสวนสอบสวน

๕. จัดตั้งศูนย์ปัองกันและปราบปรามการทุจริตในการเลือกตั้ง โดยมีผู้แทน ของหน่วยงานด้านความมั่นคง อันนี้สําคัญมากเพราะที่ผ่านมา ทั้งข้อ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕ ขาดโดยสิ้นเชิง เราในฐานะปฏิบัติหน้าที่ในการปัองกันและปราบปรามและทําให้การเลือกตั้ง สุจริตยุติธรรมก็จะทําไม่ได้ เพื่อเปึนการบูรณำการการปัองกันและปราบปราม การทุจริตเลือกตั้งอย่างเปึนรูปธรรม และเปึนศูนย์รวมข้อมูลผู้สมัคร ตัวแทน หัวคะแนน และข้อมูลในการเลือกตั้ง โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยสนับสนุนในการปฏิบัติงาน

การปฏิรูปในด้านที่ ๓ หรือขั้น ที่ ๓ เปึนการปฏิรูปอํานาจหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง อย่างที่เรียนท่านสมาชิกไปในเบื้องต้นแล้วว่าการทําหน้าที่ ถ้าไม่มีออท อริตีหรือเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนเพื่ อให้งานประสบความสําเร็จ เราก็จะทําไม่ได้ อันนี้เปึนข้อหนึ่งซึ่งสําคัญมาก ก็คือปฏิรูปอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง

๓.๑ ด้านการควบคุมและกํากับการเลือกตั้ง ๑. กําหนดให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งมีหน้าที่ในการจัดการหาเสียงเลือกตั้งที่เปึนธรรมแก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง อันนี้ก็จะต้องดําเนินการใหม่นะคะ

- ๙ / ๑

๒. กําหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องออกกฎเกณฑ์ ในการควบคุมการหาเสียงเลือกตั้ง ๓. พิจารณาการตรากฎหมายเปึนการเฉพาะ เพื่อพิจารณา การนํานโยบายหาเสียงที่มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาวมาใช้ทั้งในระหว่างการหาเสียง การเลือกตั้งตลอดจนในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาก่อนการเข้าปฏิบัติหน้าที่ หรือเปึนนโยบายระหว่าง การเปึนคณะรัฐมนตรี เนื่องจากการนํานโยบายดังกล่าวนี้ จะถือว่าเปึนการช่วงชิงโอกาสได้เปรียบเสียเปรียบนะคะ

๓.๒ ด้านการจัดการเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอํานาจพิจารณา กําหนดวันเลือกตั้งและสามารถพิจารณาเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปได้ ในรายละเอียด ด้านการจัดการเลือกตั้ง อยากจะขออนุญาตมันเปึนรายละเอียดจํานวนมากนะคะ ขอท่านสมาชิก ช่วยอ่านรายละเอียดและให้ข้อเสนอแนะนะคะ

๓.๓ ด้านการปัองกันและปราบปรามการทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อย่างที่ เรียนให้ทราบ ข้อสรุปก็คือจะต้องเพิ่มอํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ ในการสืบสวนสอบสวน สําหรับรายละเอียดก็ขออนุญาตท่านสมาชิกได้อ่านนะคะ

ส่วนข้อสุดท้าย ด้านการปฏิรูปที่ ๔ ก็คือการปฏิรูปการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชน เช่น การปรับกระบวนการสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง การเพิ่มอํานาจภาคประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบการเลือกตั้ง รวมทั้งเพิ่มให้มีอํานาจ ฟัองเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพิ่มการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้ทราบกระบวนการต่าง ๆ สุดท้ายนะคะ กําหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่เปึนผู้ส่งเสริมและสนับสนุน หรือประสานงานกับหน่วยราชการ รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนภาคประชาสังคม โดยสรุปทั้งหมดนี้ อยากขออนุญาตนําเรียนท่านให้ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองได้มีความตั้งใจ แล้วแสวงหาข้อมูล ข้อเท็จจริงตลอดจนข้อสรุปมานําเสนอในการปฏิรูปของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ขอบพระคุณค่ะ