อมร วาณิชวิวัฒน์ เสนอการปฏิรูประบบพรรคการเมือง โดยมีจุดมุ่งหมายในการกำจัดระบบนายทุนพรรคการเมืองและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม นอกจากนี้ยังเสนอวิธีการเพิ่มโอกาสให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เช่น การใช้ไพรมารี โหวต และการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของกรรมการบริหารพรรค นอกจากนี้ยังเสนอข้อคิดเห็นเพื่อปรับปรุงการปฏิรูประบบพรรคการเมือง โดยเน้นย้ำถึงการเปิดเผยการบริจาคเงินสนับสนุนพรรค การบริจาคเงินให้กับพรรคการเมือง และการจดทะเบียนพรรคการเมือง
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ แล้วก็สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายอมร วาณิชวิวัฒน์ ในฐานะประธาน อนุกรรมาธิการปฏิรูประบบพรรคการเมือง ทางท่านประธานสมบัติก็ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วว่า เรามีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการที่จะต้องการกําจัดระบบนายทุนพรรคการ เมือง ที่ในอดีตที่ผ่านมามีปัญหามากตรงที่พรรคการเมืองต่าง ๆ นั้นจะส่งผู้เข้าสมัครรับเลือกตั้งก็ดี หรือไม่ว่าจะเปึนในระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นนี่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือจะเปึนการคัดตัวบุคคล ที่มีเส้นสาย มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริหารพรรค เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องใหญ่ที่เปึนประเด็นปฏิรูป ที่ทางคณะอนุกรรมาธิการได้พยายามที่จะหาทางแก้ไขในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ผมเอง ก็กราบเรียนว่าในเอกสารประกอบการพิจารณานั้นมีประเด็นการปฏิรูป อยู่ประมาณ
๗-๘ ประเด็นด้วยกัน โดยในเรื่องที่ ๑, ๒, ๓, ๔ ในเรื่องการให้ความรู้ก็ดี การส่งเสริม คุณธรรมจริยธรรม แล้วก็การส่งเสริมความเปึนพลเมืองอะไรต่าง ๆ นั้นก็เปึนเรื่องหนึ่ง ที่อาจจะทราบอยู่แล้วว่าเรามีกลไกในทางพรรคการเมืองที่จะพยายามสร้างเครือข่าย แล้วก็สร้างการมีส่วนร่วมให้ประชาชนนั้นได้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กั บพรรคการเมือง แต่ว่าในส่วนที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของนายทุนพรรคการเมือง ผมอยากจะขออนุญาต เข้าประเด็นดังกล่าวเพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะว่าเรามีสมาชิกหลายท่านที่จะร่วมกันนําเสนอ ในวันนี้ ในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องของการเสนอตัวบุคคลเข้ารับการพิจารณาให้ประชาชน เลือกตั้งเปึนผู้แทนราษฎรก็ดี หรือว่าเปึนผู้นําทางการเมือง ระบบที่เรามีการคิดขึ้นต้องการ ที่จะวางตัวแบบให้เกิดสิ่งที่เราเรียกกันว่าการหยั่งเสียงเบื้ องต้น ที่เราเรียกกันว่าไพรมารี ซิสเตม (Primary system) หรือไพรมารี โหวต (Primary vote) ระบบดังกล่าวขอเรียนย้ําว่า ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี แล้วก็เปึนตัวแบบที่ในประเทศที่เปึนประชาธิปไตยทั่ว ๆ ไป หลายประเทศก็ได้มีการใช้ระบบการหยั่งเสียงเช่นนี้อยู่ เท่าที่ทราบก็จะมีอยู่ในบางประเทศ ที่เน้นเรื่องของประชาคมหรือท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม อย่างในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็รู้สึกว่าในบางพื้นที่ก็มีการใช้การหยั่งเสียงเช่นเดียวกัน วิธีการหยั่งเสียง เราจะให้อํานาจไปกับผู้ที่ทําหน้าที่เปึนสมาชิกพรรคได้มีโอกาสมากขึ้น เพราะว่าแต่เดิมมานั้น สมาชิกพรรคส่วนมากพอสมัครเข้ามาเปึนสมาชิกพรรคแล้วก็อาจจะไม่รู้บ ทบาทหน้าที่ ของตัวเองว่าจะต้องทําอะไรบ้าง อาจจะได้รับบัตรใบหนึ่งซึ่งระบุว่าตัวเองชื่ออะไร เปึนสมาชิกพรรคการเมืองอะไร แต่ว่าในแง่ของสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ นั้นเหมือนกับว่า จะไม่มีใครได้มาย้ําเน้นตรงนั้น แต่ในอนาคตถ้าหากเราใช้ระบบการหยั่งเสียงเบื้องต้น
คนที่จะได้รับการเสนอชื่อเปึนผู้สมัครในนามพรรคจะต้องได้รับการรับรองจากสมาชิกพรรค ในท้องที่หรือในท้องถิ่นตรงนั้น รายละเอียดจะต้องบอกว่ากี่เปอร์เซ็นต์อย่างไร จะใช้เสียงข้างมาก แบบเมจอริตี (Majority) หรือว่าเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือจะใช้กี่เปอร์เซ็นต์ของจํานวน ผู้มาใช้สิทธิที่อยู่ในฐานะเปึนสมาชิกพรรคนั้นก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งที่เปึนรายละเอียด ซึ่งตรงนั้น อย่างไรก็ตามเราก็คงต้องยึดถือเสียงข้างมากเปึนหลัก ตรงนี้ก็จะเปึนโอกาสหนึ่งที่ทําให้ อํานาจของสมาชิกพรรคการเมืองนั้นสามารถที่จะมีบทบาทในการตรวจสอบถ่วงดุลกับ กรรมการบริหารพรรค ซึ่งหมายความว่าเรายังไม่ได้ใช้ยาแรงขนาดตัดอํานาจของ กรรมการบริหารพรรคออกไป แต่โครงสร้างใหม่ที่ทางคณะอนุกรรมาธิการได้นําเสนอ ซึ่งก็ปรากฏอยู่ในชาร์ต (Chart) ที่อยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณาในวันนี้ด้วยนั้นก็จะมี โครงสร้างซ้อนขึ้นมาอีกอันหนึ่ง บางคนเรียกว่าเปึนซูเปอร์ บอร์ด (Super board) บางคน เรียกว่าเปึนกรรมการใหญ่ของพรรค ก็สุดแท้แต่ แต่หมายความว่ากรรมการใหญ่ของ พรรคนั้นจะเข้ามาครอบตัวกรรมการบริหารพรรคอีกชั้นหนึ่งคือหมายความว่าถ้าหาก กรรมการบริหารพรรคคัดตัวบุคคลแล้วทางสมาชิกมีความรู้สึกไม่มีความโปร่งใส ขาดธรรมาภิบาล กรรมการใหญ่ของพรรคก็จะมีหน้าที่ในการเข้ามาตรวจสอบถ่วงดุลตรงนั้น ซึ่งกรรมการใหญ่ของพรรคมีที่มาจากทุกคนในพรรคที่เปึนสมาชิกในการเสนอตัวเข้าไปเปึน ตัวแทน แล้วทุกคนก็มี ๑ เสียง ๑ ลงคะแนน ก็คือวัน แมน วัน โหวต (One man one vote) เท่ากันหมด ไม่จํากัดว่าจะเปึนอดีตผู้นําทางการเมือง เปึนรัฐมนตรีมาก่อน หรือเปึน ผู้ที่มีศักยภาพให้การสนับสนุนพรรคด้วยเรื่องของเงิน ด้วยเรื่องของปัจจัยอื่น ๆ ตรงนั้น จะไม่มาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นกรรมการใหญ่ของพรรคจะเปรียบเสมือน ถ้าเปรียบเทียบแล้ว เหมือนกับกรรมการธรรมาภิบาลอะไรต่าง ๆ ในลักษณะของบริษัทที่เราอาจจะคุ้นเคยกัน ตรงนี้ก็จะเปึนโครงสร้างใหม่ที่เราจะเข้ามาครอบหรือว่ามาตรวจสอบถ่วงดุลกับ อํานาจของ กรรมการบริหารพรรค ส่วนในเรื่องของการใช้จ่ายหรือแม้กระทั่งการสนับสนุนพรรค ด้วยการให้เงินสนับสนุนนั้น ทางอนุกรรมาธิการเองก็มองว่าในเรื่องของการให้ การสนับสนุนพรรคจําเปึนที่จะต้องเป่ดเผย เราอาจจะไม่ต้องจํากัดตัวเลขว่าบริจาคได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท ในอนาคตเราก็ยินดีที่จะให้เขาเป่ดเผยจํานวนเงินที่จะต้อง บริจาค บางคนก็เคยอ้างซึ่งเปึนนักการเมืองว่าจะมีความยากลําบาก เพราะเวลาไปหาเสียง เลือกตั้งในท้องถิ่นบางครั้งมีคนรู้จักกัน พอผ่านไปหน้าบ้านก็เอาเงินใส่ซองมา อาจจะมา
ยัดเยียดใส่กระเปิาบ้างอะไรบ้าง ไม่มีโอกาสได้นับว่ามันเปึนเงินเท่าไร กี่พันบาท เราก็มองว่า ไม่ต้องกังวลตรงนั้น ขอให้แจ้งว่าได้มาด้วยวิธีการใด เพราะว่าสิ่งที่สําคัญก็คือเราต้องการ รู้ที่มาที่ไปของเงินมากกว่า ใครจะมาบอกว่าบริษัทใหญ่ ๆ ให้ทุกพรรคก็ไม่เปึน อะไร เราก็จะได้รู้กันว่าก็ให้ทั้งฝ์ายค้าน ให้ทั้งฝ์ายรัฐบาล เราจะได้ไม่ต้องไปกังวลว่าเวลามีปัญหาขึ้นมา แล้วความลักลั่นในเรื่องของการให้คุณให้โทษนี่จะเกิดเพราะคนนี้ให้มากกว่าคนนั้น หรืออาจจะเปึนอย่างนั้นจริง ๆ ก็จะได้มีข้อมูลยืนยันกันชัดเจน เพราะฉะนั้นโดยวิสัยทัศน์ ของทางคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบพรรคการเมืองนี่ไม่กังวล ไม่กังวลในแง่ของการที่ จะมีตัวเลข ต้องไปจํากัดเขาว่าสามารถบริจาคได้กี่สตางค์ กี่พันบาทอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่จํากัด แล้วที่สําคัญคือต้องเป่ดเผย แต่หมายความว่าในอนาคตการบริจาคให้ พรรคการเมืองนั้นจะสามารถนําไปลดหย่อนภาษี หรือนําไปเพื่อที่จะไปปรับปรุงตัวเลข ในเรื่องงบดุลอะไรของเขาเปึนค่าใช้จ่ายอะไรต่าง ๆ นี่ก็เปึนเรื่องในทางธุรกิจซึ่งก็เปึนธรรม เราไม่ได้ขัดข้องตรงนั้น ทีนี้ในเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค แล้วก็ ภาคประชาชนนั้น เราก็มองว่าในอนาคตประชาชนจะมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในการเข้ามา ตรวจสอบถ่วงดุล ในการเข้ามามีส่วนในการเสนอความคิดเห็น พรรคการเมืองจะต้องเปึน สถาบันทางการเมืองที่เปึนสมบัติของส่วนรวม หมายถึงว่าจะต้องไม่เปึนสมบัติของ คนในตระกูลใดตระกูลหนึ่ง พรรคการเมืองจ ะต้องมีสภาพเหมือนในต่างประเทศ ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาด้วยอุดมการณ์ทางการเมือง
เราคิดกันไปถึงขนาดว่ามา นิเฟสโต (Manifesto) ของพรรคหรือว่าธรรมนูญของพรรค จะต้องชัดเจน ในการจดทะเบียนพรรคเราจําเปึนที่จะต้องพิจารณาไม่เพียงเฉพาะเรื่องของ อาคาร สถานที่ เรื่องของจํานวนสมาชิก แต่ว่าเราจําเปึนที่จะต้องพิจารณาลึกไปถึงเรื่อง อุดมการณ์ทางการเมืองให้มีความชัดเจนด้วย เพราะฉะนั้นประชาชนที่มีความฝักใฝ์สนใจ ในอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคใดก็สามารถ ที่จะเข้าไปตรวจสอบ เข้าไปแสดง ความคิดเห็น เข้าไปมีส่วนร่วมในการประเมินผลการทํางานในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ตรงนี้คือ สิ่งที่ทางคณะอนุกรรมาธิการได้พยายามที่จะศึกษา ซึ่งในเรื่องรอง ๆ ลงมาแต่เราก็ยังถือว่า ต้องเปึนหน้าที่ของพรรคการเมือง คือพรรคการเมืองจําเปึนที่จะต้องส่งเสริมในเรื่องของ องค์ความรู้ทางด้านการเมือง เพราะเราคิดว่าความเปึนอาจารย์มหาวิทยาลัยอย่างผมซึ่งเปึน คนที่สอนรัฐศาสตร์มาหลายสิบป้ก็ตาม ลึก ๆ แล้วก็คงไม่ได้มีองค์ความรู้ในทางปฏิบัติ เทียบเท่ากับนักการเมืองมืออา ชีพ หรือคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองมีประสบการณ์ ทางการเมืองโดยตรง เพราะฉะนั้นโอกาสที่พรรคการเมืองจะเปึนองค์กรป่ดแบบเดิม มีปัายชื่อแล้วก็มีอาคารยิ่งใหญ่ อาคารขนาดเล็กหรืออะไรก็แล้วแต่ ตรงนั้นก็เปึนรูปแบบ ที่ขึ้นอยู่กับฐานานุรูปของแต่ละพรรค แต่หมายความว่าในอนาคตข้างหน้าพรรคการเมือง จะต้องเปึนพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนนั้นสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ รวมไปถึงจัดระบบ ให้ความรู้กับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของสื่อสังคม ในเรื่องของ เวบไซต์ (Web site) ในเรื่องของอาจจะมีทําห้องสมุดหรือแม้แต่การเผยแพร่ความรู้ของ พรรคการเมืองให้ประชาชนได้รับทราบ รวมไปถึงผลงานต่าง ๆ ที่พรรคมีในรอบป้ในรอบ ระยะเวลาของการก่อตั้งพรรคที่ผ่านมาด้วย ผมคิดว่าในเบื้องต้นนี้จากการได้รับข้อเสนอแนะ ของบรรดาสมาชิกในรอบแรกที่ได้ให้ความกรุณากั บทางอนุกรรมาธิการเพื่อที่จะได้นําไป ปรับปรุง ไปแก้ไขแล้วก็พัฒนารูปแบบของการปฏิรูประบบพรรคการเมือง เพื่อให้เปึน พรรคการเมืองที่มีความเปึนสถาบันทางการเมืองที่เปึนสมบัติของประชาชนแล้วก็ปัองกัน ระบบนายทุนพรรค เราก็ได้รับเอาข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่บรรดาสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินั้นได้ให้ความรู้และคําแนะนําที่เปึนประโยชน์ไปปรับปรุง ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ นั้น ผมจะไม่รบกวนกล่าวในรายละเอียดมากไปกว่านี้ เพราะว่ามีรายละเอียดปรากฏอยู่ใน เอกสารประกอบสําหรับการพิจารณาในวันนี้แล้ว แต่ว่าถ้าหลังจากนี้บรรดาสมาชิกอาจจะมี
ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ที่อาจจะเปึนการปรับปรุงในส่วนที่จะเปึนประโยชน์ ทางผมเองในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูประบบพรรคการเมืองก็ยินดีรับไปพิจารณา เพิ่มเติมต่อไป ขอขอบพระคุณครับ