เชื้อ ฮั่นจินดา เสนอแนวทางปฏิรูปการเมืองโดยกำหนดวาระดำรงตำแหน่งสูงสุด 2 สมัยสำหรับนักการเมืองทุกระดับ รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อลดปัญหาการผูกขาดอำนาจ พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงคุณสมบัติบุคลากรในองค์กรอิสระให้มีความโปร่งใส มีจริยธรรม และเหนือกว่าผู้ที่ถูกตรวจสอบ โดยเสนอเปลี่ยนวิธีการคัดเลือกจากแบบสมัครรับเลือกตั้งเป็นระบบสรรหาในระดับกลางเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เชื้อ ฮั่นจินดา เสนอให้ กกต. รับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยตรงโดยกำหนดจำนวนเงินบริจาคและจัดเวทีกลางสำหรับปราศรัยนโยบายแทนการออกหาเสียงแบบเดิม เพื่อลดความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันทางการเมือง
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เชื้อ ฮั่นจินดา สมาชิก สปช. หมายเลข ๗๐ เปึนปลัด อบต. ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับวาระที่ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองได้มานําเสนอในวันนี้เท่าที่อ่านดูผมมีเรื่องอยากจะฝาก กรรมาธิการทางด้านปฏิรูปการเมืองอยู่ ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรกยังไม่เห็นการเขียนเรื่องวาระการดํารงตําแหน่งของนักการเมือง แล้วก็องค์กรอิสระให้มันมีความชัดเจน ผมมีความคิดเห็นอย่างนี้ครับว่าวาระในการดํารง ตําแหน่งของฝ์ายการเมืองเปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่ามันเปึนปัญหาที่ทําให้บ้านเมืองเรา มีข้อถกเถียงแล้วก็มีการกล่าวหากันว่ามีหลาย ๆ กลุ่ม หลาย ๆ คนกลับมาอยู่ในวังวนการเมือง กลับมาผูกขาดเรื่องการเมือง เพราะฉะนั้นในวันนี้ถ้าเกิดเราจะร่างรัฐธรรมนูญออกมากําหนด วาระในการดํารงตําแหน่งเสีย ผมเข้าใจว่ามันจะลดอะไรได้หลาย ๆ อย่างด้วยกัน ผมอยากจะนําเสนออย่างนี้ครับว่าในทางการเมืองโดยเฉพาะฝ์ายบริหารควรจะกําหนดวาระ ในการดํารงตําแหน่งไม่ควรเกิน ๒ วาระในการทําหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เช่นเดียวกันก็ต้องกําหนดวาระในการดํารงตําแหน่ง เราอาจจะกําหนดสัก ๓ สมัยไหมครับ แล้วก็ให้หยุดเลย วันนี้เราบอกว่าใครมาเปึนกี่สมัยก็ได้ แล้วอยู่ที่ประชาชนเลือก ถ้าเรา กําหนดให้มีวาระในการดํารงตําแหน่ง ฝ์ายบริหารให้อยู่ ๒ สมัยหยุด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้อยู่ ๓ สมัยหยุด สมาชิกวุฒิสภา ๑ สมัยหยุด ไม่ใช่ไปเป่ดช่องไปร่างกฎหมายหาวิธีการให้ หยุดปัูบเว้นช่องแล้วก็กลับมาอีก
มันก็เปึนการพยายามสืบทอดอํานาจในการเข้ามาสู่ในวังวนตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้น เรื่องสําคัญที่สุดวันนี้ผมว่ามันน่าจะกําหนด เรามีบุคลากรที่มีคุณค่าของประเทศนี้เยอะแยะ ไปหมด ไม่ให้คนอื่นเขาขึ้นมาทําหน้าที่ล่ะครับ เพราะฉะนั้นคนที่ทําหน้าที่ไม่ว่าจะเปึน นายกรัฐมนตรีระดับประเทศ รัฐมนตรีระดับประเทศ แม้กระทั่งลงไปยังนายกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือว่าเทศมนตรี หรือว่ารองนายกเทศมนตรี เปึนแค่ ๒ สมัย ต้องหยุดครับ เขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ คนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนคน นําปัญหาของภาคประชาชนเข้ามา นําเสนอปัญหาในสภา ร่างกฎหมายในสภา เปึน ๓ สมัย ก็ต้องหยุด สภาท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน ทําให้เปึนมาตรฐาน ส่วนวุฒิสภาครับก็ต้องมีกําหนด วาระในการดํารงตําแหน่ง ๑ สมัยต้องหยุดไม่ต้องไปต่อเนื่อง ไม่ต้องอะไร ให้วาระ ในการดํารงตําแหน่งกี่ป้ก็เขียนไป วันนี้เรากําลังมองไปไกลถึงขนาดที่ว่าวุฒิสภานี่นะครับ มีหน้าที่ในการไปควบคุม กํากับ ดูแลองค์กรอิสระ วันนี้ค่อนข้างจะน่าห่วงนะ ครับ องค์กรอิสระที่ท่านกําลังนําเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ ผมค่อนข้างจะห่วงว่าคนที่ทําหน้าที่ ในองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. เปึน กกต. คนเหล่านี้มีหน้าที่ในการเข้าไปตรวจสอบ องค์กรอื่น ๆ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติของคนที่ทําหน้าที่ในองค์กรอิสระต้องมีความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ ต้องมีเหนือกว่าคนที่โดนตรวจสอบ ๒ เท่า ต้องได้รับการเป่ดเผย ไม่ว่าการแสดงบัญชีทรัพย์สิน หลักฐานการเสียภาษี หรือว่าคุณสมบัติของการเปึนคนดี ที่จะเข้ามาทําหน้าที่ต้องเป่ดเผยก่อนได้รับการคัดเลือกด้วยครับ นี่คือเรื่องสําคัญ ที่สําคัญที่สุดครับการคัดเลือกตัวแทนองค์กรอิสระในระดับจังหวัดที่หลาย ๆ คนกําลังพูดถึง ไม่ว่าจะเปึน กกต. จังหวัด ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. จังหวัด วิธีการเลือกอย่าไปเลือกที่จังหวัด อย่าไปสมัครที่จังหวัดนะครับ ท่านต้องสมัครที่ส่วนกลางเท่านั้น แล้วก็ส่งคนเหล่านี้เข้าไป ทําหน้าที่ถ้ามันจะยังมีอยู่ เพราะการสมัครที่จังหวัดนี่เราก็คงจะเห็นว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องอธิบายครับ วันนี้เรามี กกต. ๕ เสืออยู่ในระดับจังหวัด เราสามารถระบุได้ว่า นาย ก เปึนคนของพรรคอะไร นาย ข เปึนคนของพรรคอะไร ป.ป.ช. จังหวัดก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นวิธีการสรรหา วิธีการได้มามั นต้องโปร่งใส แล้วก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับ ภาคประชาชนได้ว่าวิธีการที่ท่านไปตั้งกติกากันขึ้นมาในการคัดเลือกองค์กรอิสระทั้งหลายนี้ มันต้องเชื่อถือได้ เชื่อมั่นได้โดยภาคประชาชน ที่สําคัญครับ การลงสมัครรับเลือกตั้ง ผมค่อนข้างสนับสนุนว่าคนที่จะสมัครรับเลือกตั้ง กกต. ต้องทําหน้าที่ในการรับสมัคร
แล้วก็ให้คนที่สมัครรับเลือกตั้งจ่ายสตางค์ให้กับ กกต. เลย กําหนดจํานวนเท่าไรก็แล้วแต่ นอกเหนือจากนั้นเขาไม่มีสิทธิไปทําอะไรได้แล้ว กกต. มีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ ตัวบุคคลให้ตอนเขาลงสมัครรั บเลือกตั้ง มีหน้าที่ในการประชา สัมพันธ์เรื่องนโยบาย ของพรรคที่เขาจะลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยไปทําปัายบอร์ดประชาสัมพันธ์กลางหมู่บ้านครับ ขอความร่วมมือกับท้องถิ่น ทุกหมู่บ้านมีบอร์ดประชาสัมพันธ์ แล้วก็มีข นาดเท่ากัน ให้มันเหมือนกันหมด ไม่ต้องไปออก ใครมีทุนเยอะไปทําปัายติดข้างทาง เกิดอุบัติเหตุ เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ อย่างนี้ไม่ต้องครับ กกต. รับสมัครไปเลย กําหนดไปเลยครับว่า คนที่สมัครรับเลือกตั้งเสียสตางค์เท่าไร แล้วคุณไม่ต้องไปออกอะไรเลย จัดเวทีกลาง ในการปราศรัยหาเสียงในการกําหนดนโยบายบอกให้ประชาชนรับทราบ ไม่ต้องไปตั้งเวทีเอง ฝากด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ