สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๑ · ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘

สืบพงศ์ ธรรมชาติ หารือเรื่องการเมืองและผลกระทบต่อสังคม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคัดเลือกคนดีเข้าสภา และเรียกร้องให้มีกฎหมายที่มีผลต่อการบังคับในการเลือกตั้งที่ถูกต้อง สิ่งนี้รวมถึงการแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งเพื่อป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน และการปรับแก้ข้อ 6 ในย่อหน้า 2 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เที่ยงธรรม และให้ประชาชนมีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องระบบการเลือกตั้งและขอให้เพิ่มความเข้มแข็งให้กับ กกต. และป.ป.ช. โดยให้มีอํานาจหน้าที่มากขึ้นและขยายงานไปทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ สมาชิกสภาปฏิรูปหมายเลข ๒๑๖ การเมืองนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญมากเพราะมีผลต่อการอยู่ของพี่น้อง ประชาชน หรือที่เรากําลัง ใช้คําว่า พลเมืองนี่ละครับ ถ้าหากว่าการเมืองเราไม่ได้เรื่อง ต้องพูดอย่างนี้นะครับ ผลที่ตามมาก็คือความเปึนอยู่ในสังคมก็ไม่ได้เรื่องตามไปด้วย เพราะการเมืองมีอํานาจ ในการบังคับดําเนินการต่าง ๆ ปกติคําว่าการเมืองจะคู่กับการปกครอง เพราะอํานาจจะใช้ ในการปกครอง เพราะฉะนั้นการเมืองการปกครองจะไปด้วยกันเสมอ เมื่อใครได้อํานาจ ทางการเมืองก็จะนําอํานาจนั้นมาใช้ในการที่จะใช้กฎหมายเพื่อบังคับเพื่อจะทําให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งบประมาณเพื่อการต่าง ๆ ให้เกิดผลสําเร็จ เพราะฉะนั้น ที่คณะกรรมาธิการได้ทําเอกสารมาบอกว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง อันนี้เจาะเฉพาะ

การเมืองครับ ในส่วนที่ผมสนใจก็คือเรื่องของการคัดเลือกคนดีเข้ำสภา อันนี้สําคัญมาก เพราะที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าเราไม่ค่อย ได้คนดีเข้าสภาครับท่านประธาน ได้บางทีก็ประมาณสัก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเราก็ต้องพัฒนาในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ของนักการเมืองเหล่านั้น นั่นคือความจริง ระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่จําความได้จนกระทั่ง ครั้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ได้รู้ ได้เห็น ได้ทราบสิ่งเหล่านี้ตลอดมาว่าจะทํากันอย่างไร แล้วหนักใจครับ เนื่องจากว่ากรรมาธิการได้ทําไว้ดีละครับ แต่ผมคงจะไม่ชื่นชมเพราะว่า ท่านประธานบอกว่าจะเสียเวลา ในหน้า ๒๓ ระบบการเลือกตั้งที่ดีจะเกิดขึ้นได้นั้น จําเปึนต้องทําให้คนสํานึกในหน้าที่ที่จะต้องเข้าใจหลักการเลือกตั้งที่ถูกต้อง ตรงนี้ผมว่า ไม่พอครับ แค่สํานึกไม่พอ น่าจะเติมลงไปว่าและมีกฎหมายที่มีผลต่อการบังคับอย่างจริงจัง เข้าไป เพราะถ้าไม่มีกฎหมายเพียงแต่สร้างจิตสํานึกตรงนี้ ข้อความตรงนี้ผมว่าควรเพิ่มว่า เราต้องมีกฎหมายที่มีผลต่อการบังคับที่จะได้มา

อีกประการหนึ่งในข้อ ๖ ในย่อหน้าที่ ๒ ที่บอกว่าหลักการเลือกตั้ง ที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ที่จริงกฎหมายที่ออกมาเลือกตั้งนั้นปกติก็ไม่มีหรอกครับ ที่บอกว่าที่ไม่ส่งเสริมให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ตรงนี้น่าจะปรับแก้เปึนว่าหลักการเลือกตั้ง ที่ไม่มีช่องโหว่หรือเกิดช่องว่างให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในข้อ ๖ นะครับ

ทีนี้ในส่วนของข้อ ๒ หน้า ๒๔ ที่บอกว่าปฏิรูปการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เที่ยงธรรม และประชาชนมีส่วนร่วม ให้ได้คนดีเข้าสภา ลดการซื้อสิทธิขายเสียง ผมว่าอันนี้อย่าลดเลยครับ ขจัดเลยครับ ขจัดการซื้อสิทธิขายเสียงเอาให้หนักแน่นไปเลย เพราะแค่ลดมันยังเบาไป เอาขจัดไปเลยข้อนี้

ข้อ ๒.๔ ที่กรรมาธิการเขียนไว้ว่าตื่นตัวทางการเมืองที่มีคุณธรรมและ จริยธรรม แล้วท่านก็วงเล็บไปอยู่ว่าแอกทีฟ ซิติเซน ตรงนั้นนะครับ เมื่อเอาไปวงเล็บตรงนั้น ก็หมายรวมว่าคุณธรรมจริยธรรมก็หมายถึงแอกทีฟ ซิติเซนด้วย เพราะฉะนั้นถ้าความเห็นผม ผมว่าแอกทีฟ ซิติเซนควรจะอยู่ที่ตื่นตัวทางการเมืองนะครับ ผมว่าขยับมาอยู่ข้างหน้า คุณธรรมจริยธรรมตรงนี้นะครับ หรือข้อ ๓ ในหน้า ๒๔ ที่จะมีคําว่าอาทิเช่นอยู่ค่อนข้างจะ บ่อยครั้ง แต่ข้างหลังมีเช่นเฉย ๆ นะครับ คําว่าอาทิมัน ก็ว่าแรก เช่นก็แปลว่าตัวอย่าง เพราะฉะนั้นอาทิเฉย ๆ ก็ได้ หรือเช่นเฉย ๆ ก็ได้นะครับ นั่นอีกส่วนหนึ่งที่ผมว่าน่าจะปรับแก้ ทีนี้ในส่วนเรื่องของจํานวนผู้แทน ๔๐๐ คน แล้วก็ที่ได้มาจากบัญชี รายชื่อ ๑๐๐ คน เปึน ๕๐๐ คนนั้นอันนี้ก็เท่าเดิมนะครับ สัดส่วนเหล่านี้ไม่ทราบว่ารัฐธรรมนูญจะออกมา อย่างไรก็แล้วแต่ ขณะนี้เรารู้ว่า ๕๐๐ คนนะครับ ทีนี้ถ้าของเดิมได้ทราบว่าจะ ๔๕๐ คน ตอนนี้เปึน ๕๐๐ คนของจริงจะออกมาวันที่ ๒๒ สิงหาคมจะเปึน ๕๐๐ คนหรือเปล่า อันนี้ ก็ต้องคอยดูกันต่อไปนะครับ

และข้อ ๑๐ ในหน้า ๒๕ ตรงนี้ว่า พิจารณาแล้วเห็นว่าระบบที่เคยใช้อยู่ ตรงนี้ผมว่าไม่น่าจะมีคําว่าพิจารณาแล้วเห็นว่า ใช้ไปเลยครับ ใช้ว่าระบบเลือกตั้งที่เคยใช้ อยู่เดิมคือระบบสัดส่วนคู่ขนานเปึนระบบที่ได้พิสูจน์มาแล้วอะไรพวกนี้นะครับ ไม่ต้อง พิจารณาแล้วเห็นว่า เพราะว่าเปึนเรื่องที่เราต้องเอามาเปึนหลักการแล้วตรงนี้ครับ

ในเรื่องของ กกต. ที่ท่านบอกว่า ๗ คน อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ เพิ่มเข้าไป ให้ได้ทํางานเพื่อที่จะได้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

และฝากอีกหน่อยครับเรื่องของ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ขณะนี้มีอยู่แค่ ๒๐ กว่า จังหวัดนะครับ ถ้าเปึนไปได้ก็ขอให้ขยายไปให้ครบจะได้ช่วยงานกัน แล้วก็ให้มีอํานาจหน้าที่ มากขึ้น เพราะที่ผ่านมานั้นงานจะค้างมากครับ ขอฝากกรรมาธิการครับช่วยในเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ