ศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ เสนอการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนล่วงหน้าผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง การแจ้งบัญชีภาษี และการบริจาคเงินให้กับนักการเมือง นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดการจัดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการแทนผู้สมัคร และจ่ายค่าใช้จ่ายให้คณะกรรมการเพื่อให้ผู้สมัครทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กระผม นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ สมาชิกสภาปฏิรูปจากจังหวัดระนองนะครับ วันนี้จริง ๆ ในส่วน ของคณะกรรรมการปฏิรูปการเมืองที่เสนอมานี้ผมก็เห็นด้วยในหลายประเด็นนะครับ มันมี โดยเฉพาะในเรื่องของการที่ขึ้นทะเบียนล่วงหน้าสําหรับผู้ที่จะสมัครลงในเรื่องต่าง ๆ เปึนระยะเวลา ๑ ป้ ผมคิดว่ากรอบตัวนี้ถ้าสามารถปฏิบัติได้น่าจะเกิดประโยชน์นะครับ ทําให้ประชาชนได้มีการตรวจสอบนักการเมืองก่อนว่าท่านท่านนั้นเปึนอย่างไร จริยธรรม เปึนอย่างไรก็จะได้ประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ อันนี้ก็น่าจะเกิดประโยชน์แล้วก็ถ้าทําได้จริง ก็จะเกิดประโยชน์ในหลาย ๆ ส่วนทีเดียว
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการแจ้งบัญชีในเรื่องของบัญชีเสียภาษี อันนี้ก็น่าจะ เปึนสิ่งที่ดีนะครับ โดยเฉพาะที่ได้กําหนดขึ้น ก็ขอให้มีการดําเนินการอย่างจริงจัง
ประการที่ ๓ ที่มีประเด็นอยู่ในส่วนที่เสนอนี้ก็คือเรื่องของการที่นักการเมือง ผู้ที่จะเปึนนักการเมืองจะไม่มีการบริจาคอะไรนี่นะครับ ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะต้องดู สักนิดหนึ่งอาจจะมีการแก้ไขสักนิดหนึ่งว่าไม่ให้เกินเท่าไรได้ไหมครับ คือถ้าสมมุติไม่มีการให้
บริจาคเลย มันจะดูเหมือนกับขัดกับธรรมเนียม ประเพณีของเรา ไปงานศพ งานบวช ไปแล้วไม่ให้อะไรเลยหรือถูกกําหนดว่าไม่ให้ซองเลย สัก ๕๐๐ บาท มันก็ดูน่าเกลียดนะครับ อันนี้อาจจะต้องเรียนท่านกรรมาธิการช่วยดูสักนิดหนึ่ง กําหนดตรงนี้นะครับ
ในส่วนที่ ๔ ที่ผมเห็นการจัดการเลือกตั้งอย่างที่ผมได้เคยเสนอไว้แล้วแต่ว่า อย่างไรก็ดีจะต้องมีข้อเสนอเพิ่ มเติมนิดหนึ่ง การจัดการเลือกตั้งที่ให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งเปึนผู้ดําเนินการ ก็อยากให้มีการดําเนินการในลักษณะของการที่ว่าทุกอย่าง อาจจะมีการกําหนดว่าถ้าผู้สมัครเดิมมีการสมัครสมาชิกวุฒิสภา มีค่าสมัครอยู่ ๕,๐๐๐ บาท อาจจะกําหนดไปเลยเปึนเรื่องของค่าใช้จ่ายรวมอยู่ ในนี้ด้วย เพื่อให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งเปึนคนไปดําเนินการ เช่นในกรณีของจังหวัดระนองกําหนดไว้ว่าให้ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อกรณีของการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เงินจํานวนนี้อาจจะ กําหนดลงมา สมมุติว่าแทนที่จะให้ผู้สมัครไปดําเนินการเอง อาจจะต้องจ่ายให้กรรมการ การเลือกตั้งซึ่งอาจจะน้อยกว่านั้น อาจจะจ่ายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งไปบริหารกับผู้สมัครทั้งหมดแล้วก็มีการแจกจ่ายเรื่องของ โปสเตอร์ (Poster) เรื่องไวนิล เรื่องรถแห่ เรื่องเวทีไปทําให้เท่าเทียมกัน เพื่อผู้สมัครที่เขามี ทุนน้อยเขาจะได้มีโอกาสเท่าเทียมกันนะครับ
มีเรื่องหนึ่งผมมีประเด็นที่เปึนประสบการณ์การที่เคยได้พูดคุยมาก็คือว่า สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งในข้อเท็จจริง นี่เวลาที่มีการเลือกตั้งมีการทุจริตในเรื่องของ การซื้อเสียง การจ่ายเงิน ประชาชนในตําบลหรือในหมู่บ้านรู้หมดครับว่าใครเปึนคนไปจ่าย จ่ายเมื่อไร รับเมื่อไร แต่ กกต. ไม่สามารถดําเนินการในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้เลย ซึ่งนี่คือ ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องนี้จะชัดเจนมาก ๆ ก็คือหลังมีการเลือกตั้งไปแล้วจะสามารถตอบ ได้เลยว่าใครไปที่ไหน อย่างไร กรอบตรงนี้ทําอย่างไรให้มีผลในการที่จะนํามาพิจารณาได้
อีกกรณีหนึ่งก็คือเรื่องของการที่ผมประสบพบมาด้วยตัวเอง ในจังหวัดระนอง เคยมีการแจกจ่ายน้ํามันพืชในช่วงการเลือกตั้ง ๓ ขวด แล้วก็แจกจ่ายข้าวสาร ๓ ถุง ผู้ที่แจกจ่ายอ้างว่าเปึนการแจกจ่ายอยากทําบุญอันเนื่องจากวันเกิดหรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งนี้ผมคิดว่าอยากให้คณะกรรมกำรกําหนดไปเลยในกฎหมายลูกหรือตรงไหนก็แล้วแต่ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือว่าในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งอยู่นี่ การดําเนินการเหล่านี้ไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะจริง ๆ ที่เขาแจกสุดท้ายก็คือ เขาหาเสียงนั่นละครับ ผมก็รู้อยู่แต่ว่าพูดอ ะไรไม่ออก แต่สุดท้ายตอนหลังเขาก็รู้ว่า ให้กับเบอร์ ๓ อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งตรงนี้อยากให้มีการกําหนดไปเลยว่าในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกา การเลือกตั้งต้องไม่มีเรื่องเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นแล้วมันเปึนอะไรที่ซิกแซ็ กกันได้ แล้วก็จะเกิดปัญหา
อีกอันหนึ่งสุดท้ายเลย ผมอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัด โดยเฉพาะผู้ที่มาทําหน้าที่ให้จบสายทางด้านกฎหมายมาได้ไหมครับ ผมไม่ทราบว่าปัจจุบัน มีข้อกําหนดหรือไม่ เพราะว่าในการพิจารณาหลาย ๆ อย่างไม่ได้ยึดบนพื้นฐานของ ข้อกฎหมาย แต่ยึดบนพื้นฐานของอารมณ์หรือความรู้สึกจะเกิดปัญหาได้ อันนี้ขอเสนอ ความคิดเห็นเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ