สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เสนอแนวทางปฏิรูปประเทศไทย โดยเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน พัฒนาที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และขอให้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พร้อมประสานงานเจรจาเพื่อการปฏิรูปแม่น้ำ 4 สาย
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมได้อ่านและได้ฟังภาพรวมของการปฏิรูปประเทศไทยที่ได้กรุณานําเ สนอเมื่อสักครู่ เข้าใจว่าที่บอกว่าสู่อนาคตป้ ๒๕๗๕ นั้นคงจะเปึนสัญลักษณ์ว่าระบบการปกครองประเทศ โดยระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนั้นครบ ๑๐๐ ป้ แต่ผม อยากจะเรียนว่าการปฏิรูปที่เปึ้นที่เข้ำใจกันอยู่ในปัจจุบันในระดับสากล คือการปฏิรูป ที่เรียกว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืน การประชุมสหประชาชาติที่ผ่านมาที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ของไทยได้เข้าร่วมประชุมด้วย หัวข้อสำคัญของการประชุมคือเปัาหมายของการพัฒนา อย่างยั่งยืนและได้มีการกำหนดเปัาหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือที่เรียกว่าสแทรทิจิก ดีเวลลอปเมนต์ โกล (Strategic development goal) อยู่ ๑๗ ข้อ แท้ที่จริงแล้ว การพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้ได้เริ่มต้นมาระยะหนึ่งแล้ว ได้เกิดเปึ้นรูปธรรมในสหประชาชาติ เมื่อป้ ๑๙๘๗ สหประชาชาติได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมาธิการ ว่าด้วยการพัฒนาและสิ่งแวดล้อม เกิดรายงานขึ้นมาชิ้นหนึ่งเรียกว่า รายงานอนาคตร่วมกัน
ของเรา หรือ เอาเออะ คอมมอน ฟ่วเจอร์ (Our common future) นำเสนอต่อ สหประชาชาติโดยบอกว่าการพัฒนาถัดจากนี้ไปต้องเปึนการพัฒนาอย่างยั่งยืน นั่นคือ เปึนการพัฒนาที่สมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นี่เปึนที่มา ของแผนพัฒนาของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ได้วางยุทธศาสตร์ไว้ ๓ ด้าน ด้านที่ ๑ คือพื้นกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เปึนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ๒. ลดความเหลื่อมล้ำ เปึนการพัฒนาทางด้านสังคม ๓. พัฒนาไปสู่สังคม เศรษฐกิจ ที่เปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม เปึนเรื่องของการพัฒนาสิ่งแวดล้อม
ผมดูแล้วเครื่องบินของอาจารย์ที่ได้กรุณาบรรยายเมื่อสักครู่ ขาดการเน้นหนักในเรื่องสมดุล ของสิ่งแวดล้อม และแท้ที่จริงแล้วการพัฒนาเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้เปึ้นหัวใจของการพัฒนา ที่ยั่งยืน เพราะแต่เดิมการพัฒนานั้นมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ แม้กระทั่งแผนพัฒนา เศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก ๆ ใช้คำว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่มีคำว่า สังคม ในช่วงหลัง ๆ จึงมีคำว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่ที่สำคัญที่นำไปสู่ การพัฒนาอย่างยั่งยืนก็คือว่าแม้ว่าเศรษฐกิจจะพัฒนาได้ดี แม้ว่าสังคมจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าสิ่งแวดล้อมยังไม่ดี การพัฒนานั้นไม่ยั่งยืน เพราะเปึนการพัฒนาบนสิ่งแวดล้อม ที่เสื่อมโทรม เปึนการพัฒนาที่ทำให้ทรัพยากรได้ถูกใช้หมดไปในคนรุ่นนี้ และคนรุ่นต่อ ๆ ไป ไม่มีโอกาสที่จะมีความสุขจากการพัฒนา ด้วยเหตุนี้เองผมจึงขอเสนอแนะเปึนภาพกว้างไปยัง คณะกรรมการที่จะดำเนินการในการขับเคลื่อนว่าคงจะต้องเพิ่มน้ำหนักในเรื่อง ของการพัฒนาทางด้านสิ่งแวดล้อม ให้มากขึ้น มิเช่นนั้นก็ไม่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเปึนการพัฒนาที่เปึนการยอมรับกันอยู่ระดับสากล และในประเทศเองแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ได้เน้นการพัฒนาที่สมดุลใน ๓ เรื่องนี้ บนรากฐานของ การพัฒนาใน ๓ เรื่องนี้ ข้างล่างสุดของการสนับสนุนเพื่อไปสู่ การพัฒนา ๓ เรื่องนี้ก็คือ การเมือง การปกครอง กระบวนการยุติธรรมที่ต้องมีธรรมาภิบาล เพราะฉะนั้นการเมือง การปกครอง กระบวนการยุติธรรมที่มีธรรมาภิบาลนี้เองที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของ การพัฒนาทั้ง ๓ ด้านที่อยู่ข้างต้น ถ้ามองอย่างนี้ก็จะเห็นภาพชัดข้องการพัฒนาที่มี สามเหลี่ยม แล้วก็มีฐานของธรรมาภิบาลที่สำคัญ ประเด็นก็คือว่าสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศพวกเรา ๒๐๐ คน เราจะมีหน้าที่อะไร เราจะทําอย่างไรให้ขับเคลื่อน ได้มากไปกว่าการเปึ้นสภาวิชาการ เพราะเราคือสภาขับเคลื่อนไม่ใช่สภาวิชาการ ผมเห็นด้วย กับสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ได้กล่าวมาเมื่อสักครู่ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านวิทยา แก้วภราดัย ว่าคงจะต้องมีกรรมาธิการสักชุดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนกับแม่น้ำอีก ๔ สาย เพื่อที่จะให้ เรื่องเร่งด่วนที่จะสังเคราะห์กันต่อไปนี้ได้เกิดขึ้นจริง เพราะการปฏิรูปต้องเริ่มต้นวันนี้ ไม่ใช่เริ่มต้นอีก ๒ ป้นับจากนี้ เพราะอีก ๒ ป้นับจากนี้หมดเวลาของสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องเริ่มปฏิรูป แล้วต้องเริ่มขับเคลื่อน การปฏิรูปแล้วต้องขับเคลื่อนแตกต่างจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. เพราะนี่คือ การขับเคลื่อนให้เคลื่อนต่อ ไปข้างหน้า จึงเห็นว่าควรจะมีคณะกรรมาธิการสักชุดหนึ่ง
ซึ่งมีความสามารถในการประสานงาน ในการเจรจา ในการสร้างความเข้าใจ ในการขับเคลื่อนกับแม่น้ำอีก ๔ สายเพื่อให้การปฏิรูปนั้นเกิดขึ้นจริง และเพื่อให้บทบาทของ สภาแห่งนี้เปึ้นบทบาทที่เปึนจริงและสัมฤทธิ์ผล ขอบพระคุณครับ