สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔ · ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ เสนอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกลุ่มข้าราชการในกระบวนการขับเคลื่อนการปฏิรูป และหารือเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบของข้าราชการไทย รวมถึงเรียกร้องการจัดสรรหน้าที่ที่สอดคล้องกัน ลดสวัสดิการและให้ความสำคัญกับการบริการประชาชน

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไป พลตำรวจเอก เรื่องศักดิ์ จริตเอก เชิญค่ะ

พลตํารวจเอก เรื่องศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธานและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตํารวจเอก เรื่องศักดิ์ จริตเอก สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ หมายเลข ๑๒๔ ท่านประธานและผู้ทรงเกียรติครับ ขณะนี้เรากําลังพูดถึงในเรื่อง ของการปฏิรูป รีฟอร์ม (Reform) หรือทรานส์ฟอร์ม (Transform) นะครับในส่วนของ การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งกระบวนการและกลไกหลักกลุ่มก้อนที่แข็งแรงแล้วก็มี พัฒนาการมาอย่างยืนยาวคือกลุ่มข้าราชการนะครับ ในส่วนของในการขับเคลื่อนตั้งแต่ สมัยโบราณกาล จนกระทั่งถึงปัจจุบันได้มีการศึกษาหลาย ๆ ส่วน ซึ่งท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งหลายเมื่อสักครู่ท่านก็ได้อภิปรายนะครับในส่ วนของมีข้อคิดเห็นประมาณ ๘-๙ ข้อ ซึ่งผมนั่งดูที่ท่านได้ศึกษาต้องกราบขอบพระคุณ ซึ่งหัวอกของผมก็เพิ่งออกมาจาก ระบบราชการ ในส่วน ๙ ข้อนี่ผมอยากให้เหลือบไปดูในส่วนของนอกกรอบ

คือเหลือบไปดูแล้วใจซึ่งท่านกว้างอยู่แล้วนะครับ มองไปถึงโพสซิทีฟ (Positive) มองไปถึง ส่วนบวก แบบว่าจิตใจของข้าราชการนั้นซึ่งผมจำได้ว่าเด็ก ๆ ท่านปัญญานันทภิกขุ ซึ่งผมอยู่บ้านแถวนั้น ท่านจะพูดว่าข้าราชการมีหน้าที่ที่จะทําให้ประชาชนชื่นใจนะครับ ก็รวมไปถึงสังคมยอมรับแล้วก็สามารถตอบสนองความปรารถนาของพี่น้องประชาชนได้ ในส่วนนี้ผมคิดว่านอกจากเราจะดูเรื่องขนาดใหญ่ แล้วก็ความสิ้นเปลืองต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ หรือว่าในส่วนของจิ๋วแต่แจ๋วอะไรนี่เรามีปรารถนาเช่นนั้น แต่อย่าลืมว่าสังคมไม่ได้สแต่ติก ได้นามิก (Static dynamic) อยู่เสมอ ปัญหาต่าง ๆ ก็รุมเร้ามากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ เราเน้นเรื่องพื้นที่ แอเรียเบส (Area based) พื้นที่ก็จะรับผิดชอบมากขึ้นต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นในโลกนี้ทรัพยากรที่มีค่าในโลกต่าง ๆ แล้วก็มีตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ เราไม่มีอะไร ได้มาฟรีทั้งนั้นนะครับ อยากถามว่าท่านได้ลงทุนให้กับส่วนของข้าราชการแต่ละรายบุคคลนี่ เรายังไม่จำแนกหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ ซึ่งภายในมันอาจจะมีการเรียงตัวหรือความเหลื่อมล้ำ ภายในกันเองอีกนี่ สิ่งเหล่านี้มันมีการจัดหรือบริหารจัดการที่เปึนธรรมหรือไม่อย่างไรนะครับ หมายถึงว่าท่านอยากได้ของดี แต่ถามว่าท่านลงทุนเ ท่าไร อาทิเช่นผมเคยเปึ้นตำรวจนี่ เคยรับราชการในส่วนของอยู่กับลูกน้องข้างถนนนี่นะครับ ไม่ว่าจะเปึ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือป้ใหม่นี่ ยกตัวอย่างนะครับ สมมุติเราได้รับเบี้ยเ ลี้ยง ๓๓ บาท ๓๓ บาทกว่าจะได้นี่ ๕-๖ เดือน ยกตัวอย่างนะครับ ข้าวแก๊งข้างถนนนี่ลูกน้องผมกับผมนี่กิน ๓๓ บาทไม่พอนะครับ แต่ขณะหน่วยงานอื่นเบิกที่ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทต่าง ๆ เหล่านี้ นี่เปึนความเหลื่อมล้ำ ของภายในนะครับ ก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หัวใจของข้าราชการนี่ทําได้ เพราะฉะนั้นผมพูดเบื้องต้นว่าจริง ๆ แล้วบ้านเมืองเรานี่ดีนะครับ แล้วเราก็สร้างสิ่งที่ดี ๆ ให้ต่อยอดต่อไปนะครับ ผมเข้าประเด็นเลยนะครับว่าจากที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้ผมชื่นชมและ ขอขอบคุณด้วยนะครับ แต่ผมอยากจะบอกว่าเราต้องหันมาดูความเปึ้นรากแก้ว และรากเหง้าของความเปึนไทยของเราซึ่งมีส่วนดี ๆ อีกเยอะนะครับ ซึ่งสังคมไทยนี่น่าอยู่ ชาวต่างชาติทั่วโลกยกให้เราเปึน ๑ ใน ๑๐ หรือ ๑ ใน ๕ ของเมืองมหานครของโลกที่น่าอยู่ น่ามาท่องเที่ยวหรือน่ามาใช้ชีวิตอยู่นะครับ เอาละครับคือผมก็อยากบอกว่า เราพูดถึง เมืองไทยเลยนะครับ ผมว่าถ้าเปรียบต้นไม้ที่เปึนป์าที่อุดมสมบูรณ์ บรรพชนเราสร้างไว้ดีแล้ว เราจะต้องบำรุงพืชพันธุ์ให้ดีขึ้น แต่ผมบอกว่าเราต้องเร่งปลูกต้นไม้อีก ๕ ต้น ผมก็นั่งคิด ในห้องนี้นะครับว่า ๕ ต้นที่เราจะต้องรีบปลูกขึ้นมาในสังคมเราหรือช่วยกันปลูก ต้นที่ ๑

คือต้นของที่เรียกว่าต้นฟังก์ชัน (Function) หน้าที่ความรับผิดชอบ ท่านมีสิทธิแต่ท่านต้อง รู้หน้าที่ด้วยทุกคนร่วมทั้งข้าราชการไทยนะครับ ต้องมีการจัดสรรหน้าที่ที่สอดคล้องกันนะครับ แล้วก็ให้เกิดความหลากหลายในส่วนของหน้าที่ที่ชัดเจน มีบอร์เดอริง (Bordering) มีเขตจำกัดข้องหน้าที่ที่ชัดเจน เพราะว่าความต้องการของภาคสังคมหรือประชาชนมากขึ้น ๆ แต่ว่าหน้าที่ของเราคืออะ ไร่ เช่นทศวรรษหน้าของตำรวจนี่ อาจจะมุ่งไปสู่การปัองกัน และการบริการเหล่านี้นะครับ สิ่งเหล่านี้ก็ต้องให้เกิดความชัดเจน เพราะหน้าที่เราฟังว่า หน้าที่คือธรรมะ คือทำหน้าที่นี่บางคนบอกว่าเปึนข้าราชการนี่ เงินเดือนน้อยแต่ต้องไป ไปเพื่อไปทำบุญ อย่างครูบาอาจารย์นี่บอกว่าไปสอนเด็กเงินเดือนน้อย แต่ไปก็มีกำลังใจตื่นขึ้น ไปเพื่อทำบุญ อยู่กับเด็ก คือใจมันกระชุ่มกระช่วยอยู่ได้ ถึงแม้รายได้จะต่ำแต่เราก็อยู่ได้ เพราะเราไปทำบุญ อย่างนี้ก็คือเน้นเรื่องหน้าที่ ๒. คือลดสวัสดิการครับ เวลแฟร์ (Welfare) ผมบอกแล้วว่าเราให้เขาเท่าไร ให้แล้วเปึ้นธรรมไหม เราอยากจะได้ของดีก็ต้องลงทุนนะครับ แต่ถ้าให้ข้อ ๒ แล้ว ให้ดีแล้ว ข้อ ๓ ผมจะพูดต่่อไปคือดิสซิพลิน (Discipline) ให้ดีอยู่ดีแล้ว ท่านยังดื้อ ท่านยังไม่ทำ บริการไม่เปึ้นที่ประทับใจ ประชาชนตาสีตาสาขึ้นมางันงก์ มาสถานที่ราชการถอดร้องเท้าแตะ กลัวงันงก์ ทั้งชีวิตเคยขึ้นมาโรงพักครั้งเดียว คือมาที่เขต มาอำเภอครั้งเดียว แต่ชีวิตเขากลับไปนอนร้องไห้อย่างนี้ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ต้องบริการให้ดี ก็คือว่าให้เยอะแล้ว ข้อ ๒ ไม่ดี ดิสซิพลิน (Discipline) ต้องแข็ง ลงโทษครับ ผมเน้นลงโทษ คนดีต้องรักษา คนไม่ดีเราก็ต้องลงโทษนะครับ อันที่ ๔ คือต้องสร้าง คอนเชียส (Conscious) จิตสํานึก

เราไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเขาบอกว่าเขามีความเดือดร้อน บอกไปช่วยบ้านโน้นก่อน ไปช่วยบ้านนี้ก่อน หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เขาทำผิดก็มีสิทธิไปอีก เกตสมาร์ท (Get smart) ลาออก ต่าง ๆ เหล่านี้ ของเราไม่ลาออก เราต้องสร้างจิตสำนึกอย่างนั้น เกตสมาร์ท (Get smart) ในหัวใจก่อน เกตสมาร์ท (Get smart) ให้คนอื่นเขายอมรับมีความเชื่อถือ ต้องสร้างจิตสํานึก ตั้งแต่ตัวบุคคลไปถึงภาคสังคมและประชาชนนะครับ อันสุดท้ายอีกอันซึ่งเราอภิปรายกันเยอะ แล้วก็คือพาร์ทิซิเพต (Participate) การมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมตั้งแต่ตัวเรา ในบ้านเรา มีส่วนร่วม แล้วก็ชุมชนมีส่วนร่วม เปึนไปไม่ได้ที่จะทำโดยลำพัง หน่วยราชการต้อง เอาต์ซอร์ส (Outsource) หรือเอาส่วนต่าง ๆ มาช่วยอีกเยอะแยะเพราะปัญหามันรุมล้อม และปัญหาไม่ได้อยู่กับที่ ต้องปลูกต้นไม้ ๕ ต้นนี้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปท่านอำพล จินดาวัฒนะ เชิญค่ะ