อำพล จินดาวัฒนะ พูดถึงการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินและยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจและปฏิรูประบบงบประมาณ และเรียกร้องให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการอภิบาลโดยเครือข่ายหรือการอภิบาลแบบหุ้นส่วน เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานแล้วก็ท่านผู้แทนของ สปช. ที่ได้นำเสนอ ผมคิดว่า ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วที่ดอกเตอร์สีลาภรณ์สรุป แล้วก็ที่ทั้ง ๒ ท่านได้สรุปเรื่องการปฏิรูป การบริหารราชการแผ่นดินนี่มีบางเรื่องที่ซ้อนกันพอดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องงบประมาณ ผมคิดว่าวาระที่พูดในวันนี้เปึนวาระปฏิรูปที่สําคัญมาก จริง ๆ แล้วผมถือว่าสําคัญสูงสุด แต่จะพูดแบบนั้นคงไม่ได้ เพราะว่าหลังจากที่เราไปจัดลำดับความสำคัญแล้วเรามี ๕ เรื่อง คือปฏิรูปการเมือง การศึกษา ทุจริตคอร์รัปชัน กฎหมายและยุติธรรม เศรษฐกิจ บังเอิญ ปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดินไม่อยู่ใน ๕ เรื่อง แต่ผมคิดว่าอย่างในความเห็นและในสิ่งที่ท่าน ได้วิเคราะห์ไว้ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญมาก อยากจะเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้นะครับ น่าจะอยู่ใน ๑๐ เรื่องแรกที่จําเปึ้นที่จะต้องให้ความสนใจในการขับเคลื่อนการปฏิรูป ให้ประสบความสําเร็จ ซึ่งท่านสมาชิ ก็หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว กระผมคิดว่า เรื่องยุทธศาสตร์ชาติท่านอาจารย์ดอกเตอร์ยงยุทธ์ได้พูดไว้ชัดเจน ผมคิดว่าเราต้องมีหน้าที่ ช่วยรัฐบาล ช่วย สนช. ผลักดันร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่ได้มีการยกร่างไว้แล้ว ซึ่งจะเปึนเครื่องมือ เปึนกลไก เปึ้นระบบในการที่จะทำให้เกิดกระบวนกำรทำยุทธศาสตร์ชาติอย่างต่อเนื่อง
อันนี้คงจะเปึนหน้าที่ที่เราจะต้องช่วยกันขับเคลื่อน ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องการปฏิรูประบบ งบประมาณ ดอกเตอร์สีลาภรณ์พูดถึงเมื่อเช้า แล้วก็ท่านเบญจวรรณพูดถึง อันนี้ก็สำคัญมาก ถ้าท่านได้ศึกษาแล้วจะพบว่าข้อเสนอที่ได้ใส่ไว้จะทําให้เกิดการปฏิรูปการกระจายอํานาจด้วย ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินอื่น ๆ ตามไปด้วย ทั้งเรื่องส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ นะครับ และประเด็นที่ ๓ ที่สำคัญก็คือเรื่องการกระจายอำนาจ ซึ่งอาจจะอยู่ตรงนี้ส่วนหนึ่งและจะไปอยู่ตรงเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกส่วนหนึ่ง ผมคิดว่าทุกท่านคงเห็นตรงกันแล้วละว่าเรื่องของการปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดินนี่สําคัญ ทําไมเปึนอย่างนั้นล่ะ เพราะว่าเราได้ใช้ระบบการรวมศูนย์แบบแยกส่วนเลยนะครับ รวมศูนย์แบบแยกส่วนมาเปึนเวลาช้านาน ซึ่งก็มีประโยชน์ มากในการทำให้บ้านเมือง ขับเคลื่อนมาถึงวันนี้นะครับ แต่พอมาถึงวันนี้แล้วถ้าเรายังใช้เครื่องมือเดิม วิธีการเดิม มันจะไปลําบาก อันนี้หลายท่านก็พูดไปแล้ว ผมคิดว่ากรณีที่เรายกระดับเรื่องของการปฏิรูป การศึกษาเปึนลำดับความสำคัญที่ ๒ นี่เปึนกรณีตัวอย่างครับ จริง ๆ แล้วระบบการศึกษานั้น ก็ตัวแทนระบบราชการนั่นเองแบบรวมศูนย์ ถ้าเราปฏิรูประบบราชการหรือระบบ บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ระบบการศึกษาก็ปฏิรูปไม่ได้หรอกครับ ก็อยู่อย่างนี้ แล้วก็เกิดเปึ้นปัญหาและอุปสรรคในขณะนี้นะครับ อันนี้ผมยกตัวอย่างให้เห็น ประเด็น ที่อยากจะกราบเรียนให้เห็นว่าทําไมเราจะต้องให้ความสนใจและให้ความสําคัญเรื่องนี้สูงมาก เพราะว่าทั่วโลกนั้นการอภิบาลในอดีตเราใช้การอภิบาลโดยรัฐก็คือการบริหารราชการแผ่นดิน แบบรวมศูนย์และแยก ส่วนหรือกัฟเวิร์นแนนซ์ บาย สเตท์ (Governance by state) วันนี้พบว่าโลกทั้งโลกได้ขยับมามีกัฟเวิร์นแนนซ์ (Governance) อีก ๒ แบบคือการอภิบาล โดยตลาด ซึ่งเปึนมหึมามากนะครับการอภิบาลโดยตลาดหรือกัฟเวิร์นแนนซ์ บาย มาร์เกต (Governance by market) ซึ่งเราทราบกันดี แต่วันนี้เข้าสู่ยุคที่จะต้องให้ความสนใจ และให้ความสำคัญกับ การอภิบาลโดยเครือข่ายหรือการอภิบาลแบบหุ้นส่วน หรือกัฟเวิร์นแนนซ์ บาย เนตเวิร์ก (Governance by network) หรือกัฟเวิร์นแนนซ์ บาย พาร์ตเนอร์ชิพ (Governance by partnership) ผมคิดว่าตรงนี้ครับ ๓ อันนี้จะต้องนำมาสู่ การผสมให้ดีในการบริหารราชการแผ่นดิน
ไม่มีวิธีใดดีที่สุดนะครับ แต่จะต้องผสม ๓ ส่วนนี้ให้ได้อย่างลงตัว ก็เปึ้นหน้าที่ใหญ่ ของสภาของเราที่จะต้องช่วยรัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องนี้ ประเด็นที่ ๒ ที่อยากกราบเรียน ท่านประธานครับ เมื่อวันอังคารที่แล้วผมได้แตะไปนิดหนึ่งถึงเรื่องฮาวทู (How-to) ขณะนี้คิดว่า เราอยู่ในสภาวะที่เราจำเปึ้นที่จะต้องเช็ก (Check) ทุน แล้วก็ช่วยกันขบคิดว่าเราจะทำงาน อย่างไร สภาของเราคงไม่ใช่เปึนสภาที่พูดกันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ หรือมีข้อเสนอแต่จะต้อง ทำให้สำเร็จ ผมได้แตะไปถึงเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสัยทัศน์และการออกแบบ อนาคตประเทศไทยก็ได้แตะไว้ วันนี้ผมขอเวลาท่านประธานนิดเดียวเพราะวันนั้น ผมไม่สามารถที่จะลงไปในเนื้อได้นะครับ ผมพูดตรงนี้เพื่อจะเรียนว่าเครื่องมือเหล่านี้ และสิ่งเหล่านี้มันใช้กับเรื่องปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดินก็ได้ และเรื่องอื่น ๆ ที่เราจะต้อง ทําต่อไปซึ่งมีการเขียนไว้แล้ว อาจจะต้องมีคณะอะไรขึ้นมาเพื่อจะศึกษาเรื่องนี้ให้กระจ่าง และวางกระบวนการในการทำงานของพวกเราต่อไปข้างหน้า ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า เขาพูดไว้ ๕ เรื่องที่ผมเรียนแล้ว เรื่องที่ ๑ เขาบอกว่าวิธีการที่จะกําหนดกระบวนการปฏิรูป ต้องคิดสิ่งที่ควรจะเปึนและสิ่งที่เปึนอยู่เพื่อหาช่องว่างแล้ววางแผนปฏิรูป ผมคิดว่าเรื่องนี้ สปช. ทำไปเยอะแล้วครับ เยอะพอสมควร ถ้าเรากลับไปดูรายงานทั้งหลาย ประเด็นที่ ๒ ที่จะต้องทำคือจะต้องหาผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องนั้น หาผู้รับผิดชอบร่วมให้ได้ หาแนวร่วม พันธมิตรให้ได้ แล้วก็จะต้องมีผลลัพธ์์ที่เปึนรูปธรรม มีตัวชี้วัดผลลัพธ์ความสัมฤทธิ์ผล และมีกลุ่มเปัาหมายที่ได้รับผลกระทบทางบวก มีกลุ่มเปัาหมายที่ได้รับผลกระทบทางลบ อันนี้มีทั้งหมด ๗ ประเด็น อยู่ในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) เขาศึกษาไว้อย่างดีนะครับ ผมคิดว่านี่สําคัญ เพราะแผนที่เราทําเรื่องวาระปฏิรูปที่ สปช. ทําไปนั้นยังไม่ไปถึงขั้นนี้ ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราจะว่าด้วยปฏิรูปบริหารราชการแผ่นดินใครได้รับผลกระทบบวก ใครได้รับผลกระทบลบ หน่วยใดเปึ้นผู้รับผิดชอบหลัก ใครเปึ้นผู้รับผิดชอบร่วม พันธมิตร อยู่ตรงไหน แล้วถ้าเราจะปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินผลลัพธ์ที่เปึ้นรูปธรรมคืออะไร ตัวชี้วัดคืออะไร นี่แหละที่ผมขออนุญาตกราบเรียนประเด็นที่ ๒ ข้อที่ ๓ ที่เขาพูดไว้ เขาบอก แค่นี้มันไม่พอ จะต้องคิดมาตรการการปฏิรูป เขาใช้คําว่ารีฟอร์ม อินิชิเอทีฟ (Reform initiative) และหาจุดคานงัดให้เจอ แล้วหาตัวขับเคลื่อนหลักคือคีย์ได้ร์ฟเวอร์ (Key driver) เราเปึนสภาขับเคลื่อนก็จริงแต่เราไม่ได้เปึนคนได้ร์ ฟ (Drive) จริง ๆ เราเปึนคนช่วยรัฐบาล ได้ร์ฟ (Drive) การได้ร์ฟ (Drive) ต้องเปึนฝ์ายอำนาจคือฝ์ายบริหารราชการแผ่นดินแน่
แล้วตรงไหนล่ะครับ วันนี้มีเพื่อนสมาชิกพูดชัดเจน บางเรื่องดูเหมือนมีกฎหมายอยู่แล้ว มีหน่วยงานที่ทำอยู่แล้ว เราจะต้องค้นตรงนี้ให้เจอใช่ ไหมครับ แล้วก็หาจุดคานงัดให้ได้ อันนี้คือข้อ ๓ ข้อที่ ๔ เขาพูดไว้มีทั้งหมดเปึนวงจรเขี ยนไว้ชัดเจนวงจร ๖ ข้อ ข้อที่ ๑ เขาบอกว่าถ้าจะปฏิรูปต้องปรับรื้อโครงสร้างและระบ บอะไร ตรงนี้ต้องลงลึกแล้วนะครับ ไปถามส่วนราชการทั่วไปก็ไม่ได้ ที่เราทำแผนไว้เราอาจจะลงไม่ถึงขั้นนั้น การปรับรื้อกลไก กระบวนการทำอย่างไร ระดับโครงสร้างและระบบ และระดับกลไกและกระบวนการ การปรับเปลี่ยนหรือปรับรื้อองค์กร มีไหมองค์กรไหนต้องยุบ องค์กรไหนต้องเพิ่ม จะออกแบบอย่างไร การปรับรื้อระบบธรรมาภิบาลจะทำอย่างไร บางท่านท่านพูดไว้ชัดเจน การถ่ายโอนอํานาจและความรับผิดชอบจะทําอย่างไรครับ และการยกระดับขีดความสามารถ ที่จะไปสู่ระบบที่เราจะปฏิรูปใหม่ได้ทําอย่างไร อันนี้ข้อ ๔ มีอยู่ ๖ ขั้นตอน ๖ ข้อที่สําคัญ ที่เราคงจะต้องคิดไปให้ทะลุไม่อย่างนั้นเราทําไม่ได้ครับ และสุดท้ายข้อที่ ๕ เขาบอกว่า พอคิดอันนั้นเสร็จหมดแล้วต้องมีอีก ๖ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลง เช่นจ์ แม้เนจเมนต์ (Change management) ใครทำครับ มันไม่ใช่วันเดียวเสร็จนะครับ นานแค่ไหน มีแผนการบริหารไหม อันที่ ๒ มีปัจจัยอะไรที่ควบคุมไม่ได้ไหมถ้าจะเดิน ไปตามนั้น อันที่ ๓ อุปสรรคคืออะไร อันที่ ๔ ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นได้เร็วคืออะไร อันที่ ๕ คือการบริหารจัดการความขัดแย้ง มีแน่นอนครับ ปฏิรูปที่ไหนไม่มีความขัดแย้งเปึนไปไม่ได้ แล้วจะบริหารความขัดแย้งอย่างไร และอันที่ ๖ จะชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางลบ อย่างไร ผมขออนุญาตใช้เวลาของท่านประธานที่กรุณานี่นะครับ เพื่อจะลงตรงนี้เพื่อเปึน กรณีตัวอย่างไว้ว่ามันมีอยู่ในนี้เราดูเหมือนว่าเราต้องคิดค่อนข้างละเอียดครับ
ไม่เช่นนั้นเราคิดเรื่องใหญ่ ๆ แล้วได้ข้อเสนอแล้วถ้าคิดไปสู่ละเอียดในการขับเคลื่อนไม่ได้ ที่ชัดเจนมันก็ปฏิรูปไม่ได้ ซึ่งเปึนหน้าที่ของเราที่เราจะต้องหาทางแสวงหาการขับเคลื่อนไปสู่ ผลสัมฤทธิ์ให้เปึ้นรูปธรรมครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ