สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ พูดถึงการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมเพื่อการปฏิรูประบบราชการ และเสนอแนะให้มีการกำหนดเป็ดานงบประมาณที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของงบประมาณ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณการพัฒนาประเทศระยะยาว การปฏิรูปภาคราชการ การกระจายอำนาจ และการบริหารท้องถิ่น โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปและขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมท่านผู้บรรยายทั้ง ๒ ท่านที่ได้สรุปเรื่องการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ได้เปึนอย่างดี แต่ที่อยากจะขออนุญาตท่านประธานก็คือว่าในการนำเสนอแต่ละครั้ง แต่ละเรื่องถ้าเปึนไปได้สิ่งที่ท่านผู้บรรยายจะนำเสนอที่ได้รวบรวมมาแล้วแล้วขึ้นจอ ถ้าสมาชิกจะได้มีโอกาสได้เห็นสไลด์ (Slide) เหล่านั้นไปด้วยก็จะง่ายในการติดตาม และทบทวนกลับไป เพราะว่าในสิ่งที่ท่านได้สรุปมานั้นก็สรุปมาจากรายงาน ๓ ชุดด้วยกัน แล้วท่านก็รวมจาก ๓ ชุดนั้นมาอยู่ในชุดฉบับใหม่ล่าสุดวันนี้ ซึ่งถ้าหากว่าได้มีชุดฉบับวันนี้ อยู่ตรงหน้าก็จะตามการบรรยายของท่านได้เปึนอย่างดี ซึ่งไม่เพียงแต่จะเปึ้นเรื่องนี้ เรื่องต่อ ๆ ไปถ้าได้ปฏิบัติเช่นนี้ก็จะทำให้การติดตามรับฟังของสมาชิกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาชิก สปท. ที่ไม่ได้เคยเปึนสมาชิก สปช. ก็จะมีความง่ายและกะทัดรัดมากขึ้น เพราะผมเข้าใจว่าเปึ้นเจตนาดีของท่านผู้บรรยายที่อยากจะสรุปจากรายงานหลาย ๆ ฉบับ รวมมาเปึนเรื่องเดียวกัน เรื่องที่ผมอยากจะเรียนนําเสนอที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการบริหาร ราชการแผ่นดินก็คือว่าการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องการปฏิรูปนี้ท่านได้นําเสนอเกี่ยวข้อง กับงบประมาณด้วย ผมอยากจะเรียนว่าการปฏิรูประบบราชการนั้นคงจะเปึนการปฏิรูป ระบบราชการที่จะนําไปสู่การทำให้ระบบราชการนั้นมีขนาดเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งในหลักการแล้วก็คงจะต้องมีงบประมาณที่ได้กำหนดไว้อย่างเหมาะสม การกำหนด งบประมาณโดยรวมนั้นก็จะแบ่งหลัก ๆ ออกเปึนงบลงทุนกับงบประจำ ขออภัยท่านประธาน ที่รู้เรื่องนี้ดีแล้วผมนํามา ฉายซ้ำอยู่บ้าง ในหลักการของการคลังที่ยั่งยืนนั้นงบลงทุนจะต้อง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ ของงบประมาณทั้งหมดไม่เช่นนั้นแล้วการพัฒนาประเทศ ในช่วงต่อไปก็จะไม่เต็มศักยภาพของการพัฒนาที่ควรจะเปึน เมื่อเปึนเช่นนั้นงบประจำ ก็ควรจะมีสักประมาณร้อยละ ๗๕ ซึ่งงบประจํานั้นถ้าแบ่งกว้าง ๆ แล้วก็อาจจะต้องแบ่งเปึน งบชำระหนี้เงินต้นบวกดอกเบี้ยและอื่น ๆ แล้วก็งบบุคลากร งบบุคลากรมีอยู่ประมาณ
๕๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประจำ ในระยะ ๑๐ ป้ที่ผ่านมานับย้อนหลังไปงบประจำอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ ๗๕ กว่านิด ๆ ซึ่งอยู่ในกรอบที่เหมาะสมแต่ลึกลงไปนั้นจะเปึนงบชำระหนี้เ งินต้น กับดอกเบี้ยเท่าใดนั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้านับ ๓ ป้หลัง ปรากฏว่างบประจำกลายเปึน ประมาณร้อยละ ๗๙ กว่า ๆ ไปแล้ว ถ้าเปึนเช่นนี้ความตั้งใจของท่านผู้บรรยายทั้งสอง ซึ่งเปึนตัวแทนของ สปช. ที่จะลดขนาดของการบริหารภาครัฐก็จะไม่เปึ้นผล เพราะฉะนั้น ผมจึงขอเสนอว่าควรจะเปึ้นที่ชัดเจนว่าภาครัฐควรจะใช้งบประมาณเท่าไร ในงบประจํานั้น เปึ้นเรื่องของการบริหารภาครัฐสักเท่าไร บุคลากรเท่าไร ควรจะมีการกําหนดเปึ้นเพดาน ที่ชัดเจนเพื่อที่จะไม่ให้งบประจำนี้เกินเข้าไปในสัดส่วนของงบลงทุน
ซึ่งเปึนงบสําคัญของการพัฒนาประเทศระยะยาว มิเช่นนั้นแล้วการปฏิรูปเพื่อจะนําไปสู่ การพัฒนาด้านต่าง ๆ ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จดังที่คาดหวังไว้ เพราะงบประมาณนั้น ไม่เพียงพอ ผมจึงอยากเสนอว่าการปฏิรูปในเรื่องนี้ต้องมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ เรื่องของการกำหนดเพดานของงบประมาณที่อยู่ในกรอบของความยั่งยืนทางด้านการคลัง ในส่วนของการปฏิรูปภาคราชการดังที่ได้กล่าวไว้นั้นผมเห็นด้วยทุกประการว่าเปึ้นเรื่องของ การที่ทำให้ราชการทำหน้าที่เห มือนกับเปึ้นผู้คัดหางเสือ ไม่ใช่เปึ้นผู้ที่แจวเรือเอง เพราะฉะนั้นหน้าที่ในการคัดหางเสือนี้ก็เปึ้นหน้าที่ที่จำกัดดังที่ท่านผู้บรรยายได้บรรยายแล้ว แต่ผมอยากจะให้หน้าที่นี้เปึนหัวใจสําคัญที่นําไปสู่การขับเคลื่อนเรื่องต่าง ๆ ก็คือหน้าที่ ของการคัดหางเสื้อ ไม่ใช่หน้าที่ของการเปึนผู้พายเรือ ซึ่งถ้าทำหน้าที่นั้นด้วยก็จะมีภาระมาก แล้วก็จะมีงบประมาณมากตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกระจายอำนาจ จากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น ผมยังเห็นว่ายังมีความทับซ้อนกันอยู่มาก ระหว่างส่วนภูมิภาคกับ ส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการกระจายอํานาจหัวใจสําคัญก็คือต้องให้ชัดเจนว่าอะไรที่เปึนของ ส่วนภูมิภาค อะไรที่เปึนของส่วนท้องถิ่น และท้ายที่สุดแล้วก็คงพัฒนาไปสู่เรื่องของ การบริหารท้องถิ่นในระยะยาว แต่ว่าในระหว่างจุดเชื่อมต่อนั้นจะเชื่อมต่ออย่างไรให้ชัดเจน ว่าภูมิภาคอยู่ตรงไหน ท้องถิ่นอยู่ตรงไหน ตรงไหนที่ทับซ้อนกันต้องมีการปฏิรูปแล้วก็ต้อง ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะให้ความชัดเจนนั้นเกิดขึ้น ขอบพระคุณครับ