ศานิตย์ นาคสุขศรี เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นในการปฏิรูป ระบบบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และการกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น เพื่อความเท่าเทียมกันและขจัดความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจและความรู้ให้กับข้าราชการและประชาชนในการดำเนินการแก้ไขปัญหา
กราบเรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิก ที่เคารพทุกท่านครับ ผม นายศานิตย์ นาคสุขศรี สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๑๕๑ นะครับ จากประสบการณ์ที่ผมเคยรับราชการทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นนี่นะครับ ผมจะขอเสนอความเห็นเกี่ยวกับวิธีการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินตามที่ ท่านประธานได้เป่ดโอกาสให้สมาชิกได้นําเสนอนะครับ จากข้อเสนอของสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติที่ผ่านมา รวมทั้งท่านผู้แทนของกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินที่นำเสนอ ทั้ง ๒ ท่าน แล้วจากเอกสารที่หลาย ๆ ท่านคงได้อ่านมาแล้ว ท่านจะเห็นว่าวาระปฏิรูป ระบบบริหารราชการแผ่นดินนั้นมีค่อนข้างมากหลายประเด็นเลยนะครับ ซึ่งถือว่าเปึน สิ่งสำคัญและเปึ้นรากฐานสำคัญในการที่จะบริหารงานประเทศในครั้งนี้
สำหรับผมจึงใคร่ขอเสนอหลักการทั่ว ๆ ไปสัก ๓ ประการเพื่อจะได้ชัดเจนขึ้น และเปึน การเสริมท่านผู้แทนทั้ง ๒ ท่านที่ได้นําเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ ประการแรกก็คือ ผมอยากจะเห็นว่าควรกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ การบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจนนะครับ แล้วก็มีความสัมพันธ์กันระหว่างภาคส่วน ต่าง ๆ ให้เหมาะสม จะเห็นว่าที่ผ่านมาการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและ ส่วนท้องถิ่นเราถือว่าเราเปึนหลักสําคัญในการบริหารราชการของประเทศ แต่ที่สําคัญจะเกิด ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ มากมายในการที่เราได้ศึกษากันไว้แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องเร่งด่วนที่เรา จะต้องขับเคลื่อนก็คือเราจะต้องกําหนดขอบเขตอํานาจหน้าที่ให้ชัดเจน และเสริมสร้าง ความสัมพันธ์ในระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ท่านจะเห็นว่าในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เอาง่าย ๆ นะครับ การแก้ปัญหาเรื่องน้ำมีองค์กรที่รับผิดชอบในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำในประเทศไทย เปึ้นร้อยนะครับ และถ้ามีปัญหาขึ้นมาก็ตั้งกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาอีกนะครับ เพราะฉะนั้น มันถึงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะฉะนั้นการที่จะให้กำหนดขอบเขตในส่วนราชการ ต่าง ๆ ไม่ว่าส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น หรือการเสริมสร้างความสัมพันธ์มันจึงเปึน สิ่งที่สำคัญที่จะต้องมีการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน ประการที่ ๒ คือการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งถือว่าราชการส่วนภูมิภาคเปึ้นตัวแทน ของรัฐ และเกี่ยวข้องกับประชาชนอีกด้วย จะเห็นว่าในเรื่องของภูมิภาคถือเปึ้นจุดแตกหัก และที่สำคัญที่ผ่านมาเราบริหารงานโดยส่วนกลางเปึนหลัก เพราะฉะนั้นภูมิภาคซึ่งเปึน ตัวแทนที่ลงในพื้นที่หรือเราเรียกว่าแอเรีย (Area) จะเห็นว่าแทบจะไม่ค่อยมีบทบาทที่สำคัญ ที่แท้จริงเลยนะครับ อันนี้ทำให้ไม่สามารถที่จะสนอ งตอบความต้องการของประชาชน ได้อย่างแท้จริงนะครับอันนี้ ประการที่ ๓ เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุดคือการปฏิรูปการบริหารงานบุคคล ภาครัฐให้มีมาตรฐาน ไม่มีความเหลื่อมล้ํา ไม่ว่าจะเปึ้นด้านค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ เดี๋ยวจะได้เรียนท่าน ถือว่าเปึนการเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขต่าง ๆ ผมว่าระบบราชการอาจจะล้มเหลว แล้วก็ถึงขั้นประเทศอาจจะล้มละลายก็ได้ เพราะว่าค่าตอบแทนภาครัฐต่าง ๆ มันสูงขึ้นอย่างเกิน ในฐานะที่ท่านประธานเคยอยู่ สำนักงบประมาณคงทราบว่าค่าใช้จ่ายภาครัฐมันผิดรูปแบบไป อาจจะเกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นงบในการพัฒนาประเทศอาจจะไม่มีต่าง ๆ ถ้าเราไม่มีการปฏิรูประบบราชการ ในภาครัฐต่าง ๆ นะครับ ผมขอเรียนว่าในการบริหารราชการแผ่นดินที่ผ่านมา
ให้ความสัมพันธ์ในเรื่องต่าง ๆ อย่างมากมาย ได้มีการถกแถลง มีอะไรต่าง ๆ มากมายในเรื่อง ของคณะปฏิรูปคือ สปช. แต่ว่าเรื่องทั้ง ๓ เรื่องที่ผมนําเสนอผมว่ามีความสําคัญอย่างยิ่ง ในเรื่องไม่ว่าจะเปึนโครงสร้างการบริหารประเทศหรือเรื่องของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะเปึ้นฐานรองรับการขับเคลื่อนในด้านอื่นได้โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะนำไปสู่ การบรรลุผลสำเร็จตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา ๒๗ วรรคท้าย ซึ่งมีประมาณ ๖ ด้าน ถ้าเราได้ขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ คําตอบมาตรา ๒๗ มันสามารถจะแก้ไขปัญหาได้อย่างบรรลุวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนนะครับ สำหรับข้อเสนอ ทั้ง ๓ ประการ แต่ละเรื่องผมคิดว่ามันเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมากมายในสังคมที่ผ่านมา ไม่ว่ารัฐบาลที่ไหนก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เอาง่าย ๆ นะครับ ปัญหาเรื่อง ภูทับเบิกง่าย ๆ นะครับ เกิดปัญหาขึ้นในเรื่องของแหล่งท่อ งเที่ยวเมื่อ ๓ วันที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าพื้นที่ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ต้องเข้ามาในส่วนกลาง กระทรวง ทบวง กรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจะต้องปรึกษาหารือกัน จริง ๆ แล้วถ้าเราเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับ พื้นที่ปัญหาแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นมา นี่คือปัญหาที่ ๑ ที่เราจะต้องเร่งในการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งในระดับพื้นที่เพื่อจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างแท้จริง และรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะให้การบริการต่าง ๆ ให้ถึงมือประชาชนได้อย่างแท้จริงนะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของภูมิภาค ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัด ผมมีความเห็นว่ามันอ่อนแอ ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ตามที่ท่านเบญจวรรณ ว่าแล้วนะครับ ในจังหวัดเล็ก ๆ หน่วยงานราชการมี ๑๐๐ หน่วย เปึนภูมิภาคสัก ๓๐ เปึ้นส่วนกลางสัก ๗๐ ซึ่งเขาไม่สนใจเลยว่าพื้นที่จะคิดอย่างไร เพราะว่าเขาต้องฟังนายเขา ที่ส่วนกลางอย่างเดียว แม้แต่การตั้งคำของบประมาณก็ไม่สามารถตั้งได้ เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาที่แท้จริงที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพมันจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้นะครับ
เพราะฉะนั้นเมื่อตัวแทนของราชการที่อยู่ภูมิภาคอ่อนแอมั่นส่งผลถึงท้องถิ่นที่จะไป กํากับดูแลสนับสนุนท้องถิ่นก็ทําให้ท้องถิ่นอ่อนแอไปด้วย นี่คือผลพวง เพราะฉะนั้นการกําหนด อํานาจหน้าที่ทบทวนใหม่เปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบ่งอํานาจ และการกระจายอำนาจอย่างเร่งด่วนและขับเคลื่อนตลอดมา เพราะฉะนั้นความเห็นของผม ก็คือว่าต่อไปนี้การบริหารราชการแผ่นดินจะต้องประกอบไปด้วยราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนกลางจะต้องเล็กลงแบ่งอำนาจไปให้ภูมิภาคก็คื อ จังหวัดให้เขาเข้มแข็งขึ้นและกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้เขาทำเรื่องการบริการสาธารณะ ให้อย่างมีประโยชน์ งาน เงิน คน ต้องลงไปแล้วก็กำกับดูแล ราชการไม่ต้องไปทำหน้าที่ ในการกำกับดูแล แค่กำกับดูแลการดำเนินการอย่างเดียวแต่ว่าเชิงวิชาการเปึนหลัก แต่การปฏิบัติจริงน่าจะเปึ้นเรื่องของในเชิงพื้นที่ไม่ว่าจะภูมิภาคหรือท้องถิ่น อีกประเด็นหนึ่ง ที่สำคัญก็คือการปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลและสวัสดิการค่าตอบแทน เมื่อก่อนเรามี คณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ ผมทราบว่าเดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลยมีการแก้กฎหมาย ให้องค์กรแต่ละองค์กรไปกำหนดเพดานเงินเดือนของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นแต่ละองค์กร ก็จะไปกำหนดเงินเดือนของตัวเอง ท่านจะเห็นว่าไม่ว่าเงินเดือนเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่าง ราชการด้วยกัน ราชการต่อรัฐวิสาหกิจ ราชการต่อองค์กรอิสระ ราชการต่อองค์การมหาชน บางหน่วยงานเงินเดือนมากกว่าถึง ๒-๓ เท่า ถ้าเปึนอย่างนี้ประเทศล้มละลายแน่ เพราะฉะนั้นเราต้องมีองค์กรที่มีความเข้มแข็งในการกําหนดเงินเดือน ท่านทราบไหมว่า ณ วันนี้เงินเดือนของพนักงานท้องถิ่นเพดานสูงกว่าปลัดกระทรวง สูงกว่าอธิบดี แม้แต่เลขาธิการสภาของเราเงินเดือนยังสูงกว่าปลัดกระทรวงด้วยซ้ำไป นี่คือการกำหนด ขององค์กรแต่ละที่กำหนดด้วยองค์กรของเขาเอง โดยไม่มีองค์กรกลาง เพราะฉะนั้นอันนี้ จะต้องกำหนดขึ้นมาให้มีความเท่าเทียมกันขจัดความเหลื่อมล้ำ สำหรับประเด็น ที่จะขับเคลื่อนก็เอาสั้น ๆ แล้วกันนะครับ ผมเสนอว่าควรกำหนดเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ออกเปึนส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญซึ่งดําเนินการอยู่อย่างนี้ เพื่อจะได้เปึนแกนหลักในการบริหารประเทศและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญของประเทศ ที่ผ่านมา ที่ว่าประเทศไทยเปึนราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ เพื่อความเปึนเอกลักษณ์ แล้วกระบวนการขับเคลื่อนก็ต้องทำกันต่อเนื่องไม่ใช่ว่าจะทํามาถึง วาระสุดท้ายเหมือนกับน้ำท่วม ฝนตกน้ำท่วม กทม. แล้วน้ำท่วมเพิ่งมาสูบน้ำ
จริง ๆ แล้วมันต้องสูบน้ำตั้งแต่ฝนเริ่มตกแล้วอะไรอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น ต้องทำต่อเนื่องตลอดเวลา แล้วที่สําคัญคือสร้างความเข้าใจและความรู้กับข้าราชการหรือ ประชาชนอย่างต่อเนื่องให้เขามีส่วนหนึ่งที่เขาจะต้องรับผิดชอบในการดำเนินการ และที่สำคัญสุดท้ายผมอยากจะเรียนว่ากระบวนการแก้ไขไม่ว่าจะเปึ้นระเบียบ มติ ครม. พระราชกฤษฎีกาหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สปช. ได้ศึกษาไว้เกือบหมดแล้วและนำเสนอแล้ว เพราะฉะนั้นส่วนราชการต่าง ๆ หรือองค์กรต่าง ๆ สามารถนำไปขับเคลื่อนได้อย่าง มีประสิทธิภาพและทันทีเลย ขอกราบขอบคุณครับ