เตือนใจ สินธุวณิก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติในสภาวะโลกร้อน โดยเสนอแนวคิดในการปรับปรุงศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติให้เป็นอิสระแต่กำกับดูแลของรัฐบาล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประชาสัมพันธ์และการเตรียมการด้านโซเชียลมีเดีย เพื่อเตือนภัยพิบัติ และขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสร้างความชัดเจนในนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจก และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการบูรณาการในการดูแลภัยพิบัติ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชนค่ะ ดิฉันก็ขอกราบเรียนชื่นชมในคําชี้แจงแล้วก็ข้อศึกษาของท่านคณะกรรมาธิ การ ที่เกี่ยวกับเรื่องของการจัดการภัยพิบัติธรรมชาติในสภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตาม ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นดังต่อไปนี้ค่ะ ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ท่านเสนอมานั้นมีข้อดีแล้วก็อยากจะส่งเสริมอีกนิดหนึ่งนะคะ คือเรื่องของ การที่จะมีการปรับปรุงศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งดิฉันคิดว่าหลังจากที่เราเกิดเหตุการณ์ สึนามินั้นได้มีการดําเนินการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติขึ้น แล้วก็มีการซักซ้อม มีการซ้อมเตือนภัยอะไรต่าง ๆ แต่จากข่าวคราวที่เราได้รับทราบนั้นคิดว่าทางท่านประธาน กรรมาธิการและท่านสมาชิกทุกท่านคงจะทราบว่าการเตือนภัยนั้นจะไม่มีความแม่นตรง แล้วก็ในการซ้อม แต่ละครั้งนั้นก็เกิดการที่เรียกว่ามีความผิดพลาดของสัญญาณบ้าง อะไรต่าง ๆ ดังนั้นก็แสดงให้เห็นอย่างที่ท่านได้ศึกษาว่าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาตินั้น ยังขาดเครื่องมืออุปกรณ์และการทํางา นที่สอดประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่รับผิดชอบ ดังนั้นดิฉันก็เลยอยากจะขอสนับสนุนข้อเสนอที่จะทํากลไกการปฏิรูปศูนย์เตือนภัยพิบัติ แห่งชาตินั้นให้เปึนองค์กรที่เปึนอิสระแต่อยู่ภายใต้รัฐบาล อยู่ภายใต้การกํากับดูแล
ของหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ซึ่งก็จะทําให้การทํางานนั้นเปึนประโยชน์มากขึ้นนะคะ แล้วอยากจะขออนุญาตกราบเรียนแนะนําอีกนิดหนึ่ง ในฐานะที่ดิฉันเปึนสื่อสารมวลชน อยากจะขอกราบเรียนว่าตามหลักของการประชาสัมพันธ์นั้น พี่น้องประชาชนจะสนใจ สิ่งที่เปึนเรื่องที่เราจะประชาสัมพันธ์ เมื่อเรื่องต่าง ๆ ที่ประชาสัมพันธ์เหล่านั้นเปึนเรื่องที่ ใกล้ตัวหรือว่าเรลละเวินท์ (Relevant) กับเขา อีกอย่างข้อที่ ๒ คือต้องเปึนเรื่องที่มีประโยชน์ แล้วก็เรื่องที่ ๓ ก็คือต้องเปึนเรื่อง ที่เปึนเหตุการณ์ที่ปัจจุบันหรือเคอเร นท์ (Current) ดังนั้นอยากจะขอเรียนดังนี้ว่าจากข้อเสนอนั้นดิฉันอยากจะขอเสริมเพิ่มเติมว่าขอให้ท่าน ได้มีข้อเสนอสู่รัฐบาลในการที่จะต้องจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ ด้านของโซเชียล เนตเวิร์ก (Social Network) อย่างแท้จริง แล้วก็การดําเนินการเตือนภัยพิบัติ ต่าง ๆ นั้น อยากขอให้ทําเปึนแบบแพสซีฟ (Passive) คืออยู่กับที่ เมื่อมีภัยพิบัติจึงเตือน ขอให้ใช้โซเชียล มีเดีย (Social Media) นี้ ให้เปึนประโยชน์ด้วยการมีพนักงานที่จะกรอกข้อมูลที่เปึนการอัพเด ต (Update) ทุกวัน อาจจะมีเกี่ยวกับเรื่องของภูมิอากาศแล้วอยากให้รวมเกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติทุกอย่าง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องภัยแล้ง น้ําท่วม หรือฝน พายุอะไรต่าง ๆ แล้วก็พยายามอัพเดตข้อมูล ทั้งในส่วนของประเทศไทยเองทั่วประเทศและส่วนประเทศอาเซียนใกล้เคียง อันนี้ดิฉันคิดว่า จะเกิดความสัมพันธ์ระหว่างศูนย์กับทางพี่น้องประชาชน เราทําตลอดเวลาให้มีกิจกรรม ให้เขามีส่วนร่วม สร้างจิตสํานึกตลอดเวลา
ดิฉันคิดว่า อันนี้นี่จะทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความรู้สึกใกล้ชิดแล้วรู้สึกว่า ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาตินั้นเปึนศูนย์ที่มีข้อมูลที่ดีจริงและให้ประโยชน์กับเขาจริง เขาก็จะติดตาม ดังนั้นทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติหรือจะมีภัยพิบัติไม่ว่าจะเปึนภัยแล้ง หรือน้ําท่วมนั้นเขาจะฟังเ พราะเชื่อว่าข้อมูลนั้นเปึนข้อมูลที่เชื่อมั่นได้มี เครดดิบิลิตี (Credibility) สูง มีความเชื่อมั่นสูง ดิฉันอยากจะขออนุญาตเสนอดังนี้ แล้วก็ขอเรียนว่า ทางฝ์ายรัฐบาลเองอย่างข้อเสนอของท่านว่าต้องสร้างความชัดเจนในนโยบายการลด ก๊าซเรือนกระจกและกําหนดยุทธศาสตร์ให้เกิดแรงจูงใจ อันนี้ดิฉันได้เห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วก็คิดว่ารัฐบาลนี้กําลังดําเนินการอยู่ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเองก็ตาม หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่าน พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ นั้นเกี่ยวกับ เรื่องของการพัฒนาพลังงานทดแทนแล้วก็อนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเรื่องนี้จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นก็จะทําให้การดําเนินงานลดภัยพิบัติของประเทศชาติ ในภาพรวมดีขึ้นแล้วที่สําคัญดิฉันคิดว่าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยงานต้องลิง ก์ (Link) เชื่อมโยงกันด้วยระบบที่เปึนข้อมูลรวมเปึนของชาติ อย่างแท้จริง และทํางานบูรณาการอย่างที่ทางท่านประธานได้เรียนไปแล้ว การทํางาน บูรณาการในหน่วยราชการไทยนั้นนับว่าเปึนสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างยาก ดังนั้นถ้าเราผลักดัน ไม่ว่าจะด้วยกฎหมายหรือระเบียบวิธีต่าง ๆ ให้เกิดการทํางานอย่างมีบูรณาการกันอย่างแท้จริง ดิฉันเชื่อมั่นว่าการทํางานของประเทศชาติเรา ในภาพรวมของการเตือนภัยพิบัติจะดีขึ้นค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ