สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๙ · ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘

ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องการรวมยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม โดยเสนอแนวคิดในการปรับปรุงสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้มีส่วนของสิ่งแวดล้อมเข้าไปตั้งแต่ต้น และเรียกร้องการจัดการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้และการจ่ายค่าใช้จ่ายของระบบเศรษฐศาสตร์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงระบบเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการใช้หลักเศรษฐศาสตร์ในการจัดการสิ่งแวดล้อม และหารือเรื่องมรดกโลกของเมืองไทย โดยเรียกร้องให้มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับมรดกโลกให้ชัดเจน

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน และท่านกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จริง ๆ ผมก็อยู่ คณะกรรมาธิการนี้เพียงแต่ว่าลงมาอยู่ข้างล่าง แล้วทีแรกก็ไม่ คิดว่ามันจะมาถึงตัวเอง เร็วขนาดนี้ กลัวกรรมาธิการเหงาก็เลยจะมาช่วยอภิปรายไม่ค่อยมีคนอภิปรายให้นะครับ คือประเด็นที่ชัดเจนของผม จริง ๆ ผมเห็นด้วยอยู่แล้วเพราะผมอยู่คณะกรรมาธิการนี้ เพียงแต่ว่าผมอยากจะยกจุดที่สําคัญขึ้นมา ๒-๓ จุด จุดแรกคือในเรื่องของการรวมเอสอีเอ (SEA) หรือยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ในด้านสิ่งแวดล้อมในระดับต่าง ๆ ซึ่งในนี้เขียนว่าทุกระดับ ซึ่งในส่วนของที่เราทํากันในคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานเราก็เห็นด้วยกับส่วนนี้ แต่จุดที่ เราจะทําให้เกิดคําว่าทุกระดับมันทําได้อย่างไร ในส่วนของผมและทางคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปพลังงานทํากันคือในส่วนที่ว่าเรามีแนวคิด ใช้คําว่าแนวคิดนะครับว่าจะปรับปรุง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยที่ตรงส่วนนี้คือเราอยากจะปรับปรุงให้เปึน สภาพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คือไม่ได้มีองค์กรใหม่ต่าง ๆ เพียงแต่ว่า ปรับปรุงสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้มีส่วนของสิ่งแวดล้อมเข้าไปตั้งแต่ต้น มันจะได้เกิดการพัฒนา ซึ่งหลายคนก็บอกว่าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คิดคํานึงถึงสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่ในส่วนของผมผมก็คิดว่าองค์ประกอบของ คณะกรรมการในสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอาจจะยังไม่มีในส่วนของ สิ่งแวดล้อม ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือแม้กระทั่งเลขาธิการ สผ. ที่เข้าไปอย่างชัดเจน ผมอยากให้ ทุกอย่างรวมกันอยู่ในสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมันจะได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ก็เสนอแนวคิดนี้ไปทางท่านประธานด้วยอันนั้นคือเรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งแต่อยากให้เกิดการจัดการที่ชัดเจนคือ ในเรื่องของว่าใครใช้ใครจ่าย การนําระบบเศรษฐศาสตร์มา เพราะว่าที่ผ่านมาเปึนสิบ ๆ ป้

๒๐ ป้ที่ผ่านมาเราใช้การรณรงค์กันอย่างเดียว ซึ่งเราก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการรณรงค์ ของเรามันไม่สามารถที่จะทําให้คนทุกคนมีจิตสํานึกและตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ ในประเทศที่มีการพัฒนาแล้วเกือบทุกประเทศเขาก็ใช้หลักเศรษฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องภาษีขยะ ภาษีสินค้า โน่นนี่นั่น ทุกอย่างมันก็ต้องเปึนหลักเศรษฐศาสตร์ก็คือ ใครใช้ใครจ่าย เพราะฉะนั้นตรงนั้นเปึนพอย ต์ (Point) ที่สําคัญที่อยากจะเห็นว่า มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่าเรื่องนี้ระบบใครใช้ใครจ่าย เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม ถูกนําเข้ามาใช้ทั้งในเรื่องน้ําเสีย ในเรื่องขยะ และเรื่องอื่น ๆ อีกมาก คาร์บอน เครดิตต่าง ๆ เอาให้มันชัดเจนนะครับ

เรื่องต่อไปก็จะเปึนเรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและเรื่องของสถานีโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์พอดีเพื่อนผมทําโทรทัศน์อยู่เยอะมาก อันนี้ผมค่อนข้างที่จะเห็นผลชัดเจนว่า มันมีปัญหา ภาครัฐต้องเข้ามาตรงนี้ ในนี้เขียนไว้ในประเด็นที่ ๕.๔ ข้อ ๓ หน้าอะไร ก็ไม่ทราบไม่มีเลขหน้านะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือคนที่ทํารายการสิ่งแวดล้อมดี ๆ หลายต่อหลายคนทํารายการออกมาแต่ไม่มีสปอนเซอร์ (Sponsor) สักพักไป ๆ มา ๆ สปอนเซอร์ใหญ่ของเขากลายเปึน ผมไม่ได้หมายความว่าเขาผิดนะครับ แต่กลายเปึนองค์กร เอกชน นายทุนเอกชนที่ทํางาน ด้านทั้งที่ทําบางอย่างมันก็ขัดกัน เอาประมาณนี้ดีกว่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าในรายการสิ่งแวดล้อมมันต้องชัดเจนเลยว่าภาครัฐต้องสนับสนุน เพราะถ้าเขาจะทํารายการสิ่งแวดล้อมดี ๆ โดยที่ต้องไปขอสปอนเซอร์จากกลุ่ม ที่ อาจจะมีปัญหาในเรื่องของคอนฟลิ กท์ ออฟ อินเทอเรส ต์ (Conflict of interest) มันมีปัญหา แล้วอันนี้สามารถที่จะขอไปทางไทยพีบีเอส หรือขออะไรต่าง ๆ หรือจะใช้เปึน สปอนเซอร์สนับสนุนรายการสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจนก็ได้ เพราะไม่อย่างนั้นตอนนี้รายการ สิ่งแวดล้อมดี ๆ ของเราก็แทบจะไม่มีให้ดู หรือมีทํารายการก็ติดขัดตรงนั้นตรงนี้ เนื่องจากติดขัดกลับไปที่สปอนเซอร์

ท้ายสุดอีกเรื่องหนึ่งผมอยากให้มันชัดเจนขึ้นมาจริง ๆ เกี่ยวกับ ท่านปลัดกระทรวงที่เพิ่งพูดไปหยก ๆ นะครับ คือจริง ๆ แล้วเรื่องมรดกโลกของเมืองเรา ไม่ว่าจะเปึนศิลปวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ ผมว่ามันค่อนข้างจะ จํากัดในเรื่องการเรียนรู้ ผมไม่ได้หมายความว่าไม่ดีนะครับ แต่มันจํากัดมาก ในด้านการเรียนรู้ ผมยังเสิร์ช (Search) หามรดกโลก แล้วประเทศไทยจะส่งอะไรบ้าง จะนําเสนอป้นั้นป้นี้มีที่ไหน บ้าง ผมหาแทบไม่เจอเลยครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ในเรื่องมรดกโลกซึ่งนับวันจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นับวันจะเกี่ยวข้องกับผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่าเราควรจะต้องทําเรื่องเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลหรือการนําเสนอเผยแพร่อย่างจริงจัง ให้มันเปึนระบบเกี่ยวกับมรดกโลกทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึนศิลปวัฒนธรรมหรือธรรมชาติ มีการเรียนรู้มีการพัฒนา ไม่ใช่ให้ออกข่าวไปด้านนั้นหน่อยด้านนี้หน่อยมันไม่ได้ มันต้องเปึนศูนย์ข้อมูลแล้วสามารถกลับเข้าไปเสิร์ชดูว่ามันเปึนอย่างไร ในมรดกโลก มีกระบวนการไปไหน อันไหนที่กําลังจะเสนอ เสนอแล้วไปถึงขั้นตอนไหน ถ้าเกิดทําตรงนั้น ให้ชัดเจนผมคิดว่าคนไทยจะมีความรู้เกี่ยวกับมรดกโลกแล้วเราจะสามารถไปด้วยกันได้ ไม่อย่างนั้นก็จะมีข่าวออกมากันต่อไปอย่างเนือง ๆ ก็ฝากไว้ตรงนี้ครับ ๓ ประเด็น ขอบคุณครับ