สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๗ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘

ศานิตย์ นาคสุขศรี เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่มีความสมดุลและไม่มีฝ่ายใดครอบงำในการตัดสินใจ และขอให้สนับสนุนและผลักดันให้เป็นผลงานหลักของสภาปฏิรูปแห่งชาติ

นายศานิตย์ นาคสุขศรี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ผม นายศานิตย์ นาคสุขศรี สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จากจังหวัดสระแก้วครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมถึงความคืบหน้าของผลการดําเนินงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผมได้ติดตามมาอย่างใกล้ชิดแล้วก็ได้อภิปรายสนับสนุนตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิขึ้นมา จนปัจจุบันก็ขอชื่นชมว่ามันล่วงเลยเวลาแท้งมาแล้ว เพราะอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จากเอกสารประกอบและการนําเสนอย่อมเป็นที่ประจักษ์ถึงการขับเคลื่อนการทํายุทธศาสตร์ ของชาติมาเป็นธงชัยในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบและมียุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ซึ่งจุดเด่นก็คือความสมบูรณ์ของเอกสารที่ทํามามีการสัมมนา มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินของ สนช. และ สปช. ซึ่งเห็นพ้องต้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวคิดและกฎหมายยุทธศาสตร์แห่งชาตินะครับ แต่ที่สําคัญอีกอันหนึ่ง คือทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน ภาคราชการ ภาคเอกชน อันนี้เป็น นิมิตหมายอันดีซึ่งสัมผัสจับต้องได้ แต่สิ่งที่สําคัญที่ในกระบวนการที่มีความจําเป็นอย่างยิ่ง ก็คือการจัดทําร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาเพื่อรองรับการขับเคลื่อน ทํายุทธศาสตร์ต่อไป ซึ่งจากการพิจารณาที่ร่างนั้นประกอบไปด้วย ๖๑ มาตรา มีสาระสําคัญ ที่ครบถ้วน สามารถบังคับในการขับเคลื่อนให้ยุทธศาสตร์ของชาติเราได้ทันที รวม ๕ หมวด และบทเฉพาะกาล ผมมั่นใจในร่างกฎหมายยุทธศาสตร์แห่งชาติครั้งนี้นะครับ ซึ่งคิดว่า ถ้าหากสภาเราเห็นชอบด้วยกันหลักเชื่อมั่นของผมก็คือ

ประการที่ ๑ เรามีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติซึ่งประกอบไปด้วยผู้นํา ระดับประเทศไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติหรือภาคผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนับว่า มีความสมดุลกันนะครับ ซึ่งจะทําให้ไม่มีฝ่ายใดครอบงําถึงแม้จะหมดวาระเทอมของไม่ว่า จะเป็นฝ่ายการเมือง ฝ่ายบริหาร แต่ว่าผู้ทรงคุณวุฒิหรือคณะกรรมการของเราจะยังอยู่ อันนี้ก็ถือว่าจะทําให้ความต่อเนื่องอย่างแท้จริง

ประการที่ ๒ คือขอบเขตยุทธศาสตร์ของชาติ อันนี้ซึ่งมี ๑๒ ด้านนะครับ ตามร่างรัฐธรรมนูญ อันนี้จะเป็นสาระสําคัญในการขับเคลื่อนประเทศซึ่งไม่เคยมีมาก่อน เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่ายุทธศาสตร์ของเรามันจะเน้นเรื่องความมั่นคงในเรื่องเศรษฐกิจและสังคม เท่านั้นเอง มันไม่ได้ครอบคลุมทุกอย่าง หรือแม้แต่ว่ามีการแยกส่วนกันเป็นยุทธศาสตร์ การศึกษา ยุทธศาสตร์ทางอุตสาหกรรม ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ แต่นี่มันจะมีการบูรณาการกัน อันนี้ก็ถือว่าแล้วจะทําให้ครบทั้ง ๑๒ ด้านตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนะครับ

ประการที่ ๓ สิ่งที่สําคัญในบทเฉพาะกาลได้กําหนดข้อมูลวาระ ๓๖ วาระ และวาระการพัฒนา ๗ วาระของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งยังคงดําเนินการไม่แล้วเสร็จ อันนี้ ผมถือว่ามันเป็นยุทธศาสตร์ที่แนบเนียนที่จะทําให้เราสามารถขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปของเรา ซึ่งอาจจะไม่ได้ดําเนินการต่อ แต่ว่าจะอยู่ในบทเฉพาะกาลที่เราจะต้องสานต่อเพื่อให้ เจตนารมณ์ของสภาปฏิรูปของเราได้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง อันนี้ถือว่าเป็นความสําคัญและที่สําคัญจะทําให้ยุทธศาสตร์ของเรามีความสมบูรณ์ และเป็นที่ ยอมรับได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของสภาปฏิรูปมันจะไม่เสียของนะครับ

ประการที่ ๔ ระยะในการปรับใช้องค์กรนี่นะครับ เมื่อครู่ท่านยงยุทธ ได้นําเสนอแล้วว่าบางคนก็ห่วงเรื่องงบประมาณ แต่ว่าในระยะแรกเราจะใช้ปรับองค์กรเดิม ที่มีอยู่เป็นการประหยัดงบประมาณ เพราะว่าเรามีองค์กรที่สามารถจะขับเคลื่อน อย่างเช่น ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติอะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็จะมี ความเชี่ยวชาญบางส่วนที่สามารถที่จะใช้บุคลากรหรือในส่วนต่าง ๆ ได้นะครับ

ประการที่ ๕ ผมว่าเป็นประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม จากการออก กฎหมายฉบับนี้จะส่งผลให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงก็คือมีการกําหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นหลักในการบริหารประเทศแล้ว ยังมีส่วนให้มีการขับเคลื่อนด้านอื่นไปอย่างแนบเนียน แล้วก็ทําให้มีการกลมกลืนไปด้วย ไม่ว่าการจะสร้างทางด้านความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง ความสามัคคีของคนในชาติ และหลักธรรมาภิบาลในการบริหารภาครัฐและภาคเอกชนเป็นต้น ซึ่งไม่เคยมีปรากฏมาก่อนเลยว่าภาคเอกชนสามารถที่จะมามีส่วนร่วมในการกําหนด ยุทธศาสตร์ชาติได้เลยนะครับ ผมขอยกตัวอย่างมาเป็นข้อประกอบเหตุผลที่จะ สนับสนุนในการจัดทําพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติดังนี้นะครับ แต่ก็ยังมีข้อห่วงใยอยู่ ๒ ประการ คือ

ข้อที่ ๑ เราจะทําอย่างไรที่จะทําให้ยุทธศาสตร์ชาติกับประชาชนทําความเข้าใจ ให้ประชาชนเพราะเป็นเรื่องใหม่อย่างถ่องแท้และทั่วถึง เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนอาจจะยัง ไม่ได้มีส่วนร่วมในอดีตที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้จะเป็นมิติใหม่ซึ่งจะทําให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และเข้าใจในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติอย่างดีนะครับ

อันที่ ๒ จะทําอย่างไร เราจะทําประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะเริ่มนํามาใช้ภายในประเทศให้ทุกคนได้ทราบและทุกคนเป็นเจ้าของ อันนี้เป็นสิ่งที่สําคัญ และสามารถขับเคลื่อนไปได้นะครับ ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าไม่ว่า วปอ. จะทํายุทธศาสตร์ชาติ มากี่วาระนําเสนอนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้วไม่ได้มีการขับเคลื่อนก็จบที่นั่น แต่ ณ วันนี้จะมี การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติซึ่งเป็นเป้าหมายสําคัญต่อไปนะครับ ผมขอสนับสนุนและ ผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มความสามารถและเพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลงานหลักของ สภาปฏิรูปแห่งชาติอีกประเด็นหนึ่งครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ