ศุภกร บูรณดิลก อภิปรายเรื่องการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติและร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ โดยหวังจะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกทุกท่าน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและร่างยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาบังคับใช้ เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของพรรคการเมืองและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก จะขออภิปรายรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการในเรื่อง การกําหนดยุทธศาสตร์ชาติ และร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ กระผมเป็นผู้หนึ่งในคณะที่ปรึกษาประจํา คณะอนุกรรมาธิการจัดทําร่างกฎหมายฉบับนี้ และคงทราบกันดี กระผมเคยอภิปราย สนับสนุนในเรื่องนี้มาก่อน และขอเรียนว่ากระผมยังมีความคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่สําคัญของ ประเทศนี้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งให้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่ยิ่งหย่อน ไปกว่าการร่างรัฐธรรมนูญ คือการกําหนดแนวทางการใช้พลังอํานาจของชาติต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยด้านการเมืองทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรวมทั้งคุณลักษณะที่ส่งเสริมต่าง ๆ เช่น ภูมิยุทธศาสตร์และสมุททานุภาพ ด้านสังคม จิตวิทยาที่รวมทั้งการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การศาสนาและค่านิยมหลักของชนในชาติ ด้านการทหารทั้งการป้องกันประเทศและการรักษาความสงบภายใน ตลอดจน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ในการเอาชนะ ใช้ประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงภัยคุกคาม โอกาสและปัญหาอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ บรรลุจุดมุ่งหมายหรือสุดยอดปรารถนาของชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้รวมเราเรียกว่ายุทธศาสตร์ชาติ ทั้งนี้จุดมุ่งหมายหรือสุดยอดปรารถนาของชาติที่กล่าวมาแล้วแทบทุกชาติก็จะมีส่วนที่ คล้าย ๆ กัน คือความมั่นคง มั่งคั่งและมีเกียรติศักดิ์ศรีในสังคมโลกอย่างยั่งยืนยาวนาน การอภิปรายครั้งนี้กระผมมีจุดมุ่งหมายอยู่ ๒ ประการ คือ
ประการแรกใคร่ขอรับการสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกทุกท่าน โปรดเห็นด้วย กับรายงานของคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ และ
อีกประการหากได้รับความกรุณาในครั้งนี้ จุดสุดท้ายหรือเอ็น สเตจ (End stage) ของเรื่องนี้คือประเทศไทยควรมียุทธศาสตร์ชาติไว้เป็นแนวทางในการกําหนดทิศทาง การบริหารราชการแผ่นดินเช่นเดียวกับนานาประเทศทั้งที่พัฒนาแล้ว ประกาศตนว่า จะพัฒนาหรือกําลังพัฒนา ซึ่งยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าวควรจะต้องมีผลบังคับใช้ก่อนที่จะมี การประกาศเลือกตั้งเพื่อให้เป็นแนวทางในการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองในการหาเสียง รวมทั้งในการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งด้วย สําหรับขั้นตอนในการให้ได้มา ซึ่งยุทธศาสตร์ชาตินี้จากวันนี้หากเพื่อนสมาชิกให้ความกรุณายังมีอีกมากครับ กล่าวคือจาก สปช. ในวันนี้จะผ่านไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี อาจเข้าคณะรัฐมนตรี ถ้ามีเรื่องเกี่ยวกับ การเงินแล้วไปเข้า สนช. เพื่อออกเป็นพระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษา หากทุกท่านที่เกี่ยวข้องให้ความกรุณาผ่านไปได้ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในบทเฉพาะกาล มาตรา ๕๕ ประธาน สนช. จะจัดตั้งคณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติฉบับแรก ซึ่งประกอบด้วย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติและประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือที่จะเรียกชื่ออย่างอื่นเป็นกรรมการโดยตําแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๒๐ ท่าน โดยประธาน สนช. จะนําความเพื่อกราบบังคับทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าและแต่งตั้ง เมื่อได้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแล้วจะมีการจัดตั้งสํานักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ชั่วคราวอีกนะครับ แล้วจึงจะมีการร่างยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาบังคับใช้ และในการร่างยุทธศาสตร์ชาตินั้น อดีตนักศึกษา วปอ. ทุกท่านคงจะจํากันได้นะครับ เราใช้เวลาทําการประมาณ ๖ เดือน ถึงจะเป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์แบบพร้อมที่แถลง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ เท่าที่กระผมกล่าวมา ทั้งหมดใคร่ขอเรียนว่าหากได้รับความกรุณาจากเพื่อนสมาชิกในวันนี้และทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ตามเส้นทางแล้ว เราจะใช้เวลาประมาณไม่น้อยกว่า ๒ ปีครับ เราจึงมียุทธศาสตร์ชาติไว้ เป็นแนวทางในการกําหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่หาเสียง ตลอดจนแนวทาง ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดหน้า แล้วที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือ จุดมุ่งหมายในการอภิปรายของผมอีกข้อหนึ่งคือขอความกรุณาผ่านไปยังทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หากกรุณาเห็นด้วย ขอได้โปรดกระชับเวลาในการ ดําเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติชั่วคราวและตัวยุทธศาสตร์ชาติด้วย เพื่อให้ทันเวลาในการเลือกตั้ง กระผมขอจบการอภิปรายแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ