สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๗ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘

ธวัช สุวุฒิกุล แถลงความคิดเห็นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยเสนอแนะให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินมีความชัดเจนในประเด็นปฏิรูป โดยเฉพาะการกำหนดยุทธศาสตร์ของชาติ และต้องการแก้ไขบางส่วนของพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิรูปตัวชี้วัดและระบบการติดตามนโยบาย โดยเรียกร้องให้มีความต่อเนื่องและความชัดเจนในการดำเนินการ และยังต้องการให้บทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน และต้องเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน

นายธวัช สุวุฒิกุล

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายธวัช สุวุฒิกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดชัยภูมิ ผมต้องเรียน ต่อท่านประธานด้วยความเคารพว่าคณะกรรมาธิการนั้นเป็นผู้ที่ผมเคารพนับถือทุกท่านเลย แล้วผมก็เห็นด้วยที่มียุทธศาสตร์ชาติแล้วก็มีอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งโดยหลักการแล้วเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดี แล้วก็มีความสําคัญอย่างยิ่งในการปฏิรูปและพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะในมาตรา ๙ นั้น ที่ทางคณะกรรมาธิการได้กําหนดยุทธศาสตร์ให้มีผลใช้บังคับเป็น ระยะเวลา ๒๐ ปี และอาจจะมีการทบทวนทุก ๕ ปีเพื่อให้มันสอดคล้องกับสภาวการณ์ หรือว่าสิ่งใดก็ตามที่จะมากระทบเป้าหมาย ซึ่งจะมีนัยสําคัญ นั่นก็หมายความว่ายุทธศาสตร์ชาติที่ได้ดําเนินการนั้นจะเป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนา ประเทศในระยะยาวอีก ๒๐ ปีข้างหน้าต่อไป ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดก็แล้วแต่หรือพรรคใดที่เข้ามา บริหารประเทศ มาบริหารแผ่นดินก็ต้องยึดกรอบหรือแนวทางของยุทธศาสตร์ของชาติ เป็นสําคัญ ซึ่งท่านก็ได้กราบเรียนต่อที่ประชุมแล้วว่าทั้งหมดทั้งปวงนั้นผมเห็นด้วยทุกอย่าง แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมอยากเสนอความเห็นและข้อสังเกตเพื่อเป็นการประกอบ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินในบางประเด็น เพื่อให้มี ความชัดเจน ทั้งนี้ทั้งในส่วนของรายงานและพระราชบัญญัติด้วยนะครับ ซึ่งในการกําหนด ประเด็นปฏิรูปผมถือว่าเป็นหัวใจที่สําคัญในการทํารายงานครั้งนี้ ในหน้า ๑๒ ผมฝากท่าน นะครับว่า ผมอยากจะเห็นความชัดเจนในประเด็นปฏิรูปอย่างน้อยก็ ๔ ประการ ในหน้า ๑๒

ประเด็นปฏิรูปอันแรกก็คือการกําหนดยุทธศาสตร์ของชาติอันนี้น่าจะเป็น หัวข้อสําคัญ ซึ่งมี ๓-๔ หัวข้อ

อันที่ ๒ คือกระบวนการจัดทํายุทธศาสตร์

อันที่ ๓ คือการบูรณาการแผนภารกิจระยะเวลาที่ต่างกันในแผนของแต่ละ กระทรวง ท่านจะเห็นได้ว่าในแต่ละกระทรวงนั้นซึ่งทางคณะกรรมาธิการก็ได้นํามารายงาน ชัดเจนและว่าหลาย ๆ กระทรวงเริ่มต้นก็ไม่พร้อมกัน สิ้นสุดก็ไม่พร้อมกันต่างคนต่างมี ของตัวเองอย่างนี้จะทําให้การบูรณาการ ซึ่งทําให้ยุทธศาสตร์ของชาติมีความแหลมคม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติคงยาก

ในประการที่ ๔ ประเด็นการปฏิรูปตัวชี้วัดและระบบการติดตามนั้น เมื่อกี้ท่านอาจารย์ยงยุทธก็ได้อธิบายชัดเจน แต่ว่าผมอยากจะเอาทั้งหมด ๔ หัวข้อ เป็นประเด็นสําคัญ ในส่วนของการบริหารยุทธศาสตร์นี้ ผมอยากจะตั้งคําถามว่าทําอย่างไร ถึงจะมีความต่อเนื่อง ประเทศเรานั้นเราเสียโอกาส เราพลาดโอกาสและเราเสียเวลาไปมากแล้ว กับความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย นอกจากไม่มีความชัดเจนแล้วยังไม่มีความต่อเนื่อง จะทําให้แผน และภารกิจของกระทรวงต่าง ๆ ที่มันกระจัดกระจายทําอย่างไรที่จะให้มันมีความสอดคล้องต้องกัน อันนี้ก็ในส่วนของรายงาน แต่ในส่วนของพระราชบัญญัตินั้นก็มีหลายประการท่านครับ เช่น ในส่วนของมาตรา ๘ วรรคสอง ควรให้สภาได้พิจารณามากกว่า ๓๐ วันได้ไหมครับ เพราะว่ายุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องที่มีความสําคัญยิ่ง อย่างน้อยที่สุดต้อง ๔๕ วัน เพื่อท่านจะได้ดูละเอียดเพราะว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่และต้องใช้บังคับต่อเนื่องยาวนานถึง ๒๐ ปี วรรคสี่ ควรแก้ไหมครับ จากประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา เพราะว่าถ้าแก้ตรงนี้ ก็ต้องแก้มาตรา ๕ ด้วยว่าเป็นประธานรัฐสภา เพราะในเรื่องของการให้ความเห็นชอบก็ดี จะเห็นได้ว่ารัฐสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์อันนี้ ข้อสังเกตต่อไปที่ผมอยากจะฝากไว้ ก็คือเรื่องของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทํา ยุทธศาสตร์ชาตินะครับ การเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนหรือว่าทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นเรื่องที่ดี แต่ในกระบวนการสรรหาคณะกรรมการที่เป็นธรรมและสุจริตโปร่งใสเป็นที่ ยอมรับของผู้คนก็เป็นเรื่องที่มีความสําคัญอยากจะฝากไว้

อันที่ ๒ เรื่องบทบาทอํานาจหน้าที่ติดตามไต่สวนในมาตรา ๑๓ ว่า คณะกรรมการมีอํานาจตรวจสอบไต่สวนรัฐสภา คณะรัฐมนตรีต่าง ๆ เหล่านี้ จะเห็นได้ว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์มีอํานาจมากพอสมควร จริงอยู่ในแง่เป็นเครื่องมือในการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมมีความสําคัญ แต่อยากจะให้คํานึงถึงประสิทธิภาพ ในการบริหารราชการแผ่นดินด้วย ดังนั้นการที่อํานาจหน้าที่กว้างขวางครอบคลุม ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ตลอดจนผูกพันหน่วยงานของรัฐนั้นจะต้องได้รับการยอมรับ จากประชาชนและเป็นไปตามเจตจํานงของประชาชน

และเรื่องถัดไปสุดท้ายก็เป็นเรื่องของความซ้ําซ้อนก็อยากจะฝาก ท่านกรรมาธิการด้วยความเคารพไว้เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ