เกรียงไกรภูมิเหล่าแจ้ง หารือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่ปฏิบัติตามแผนการหลายฉบับ และขอเสนอแนะให้ตีกรอบยุทธศาสตร์ชาติให้แคบลงและมีกลไกบังคับให้รัฐบาลปฏิบัติตาม โดยต้องการปรับแก้โครงสร้างของคณะกรรมาธิการเพื่อให้ครอบคลุมผู้ปฏิบัติและภาคประชาสังคม รวมถึงท้องถิ่นในการดำเนินการ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพอย่างสูง ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย คนที่ ๒๙ เป็น สปช. ลําดับที่ ๐๑๕ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังหลายท่านพูดเกี่ยวกับ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ทุกคนต้องยอมรับความจริงครับว่ายุทธศาสตร์ชาตินั้นมีมาหลายฉบับ มีมากมายเหลือเกิน ทุกยุทธศาสตร์ที่เขียนมาทั้งหมดนั้นดีหมด แต่ผู้ปฏิบัติสิครับ นั่นก็คือ รัฐบาล ทุกรัฐบาลชอบเบี่ยงประเด็นเอานโยบายตัวเองมาเขียนสวนทางกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยทั้งสิ้น ท่านสังเกตไหมครับ นี่เป็นเรื่องจริงที่ผมพูด เอานโยบายหาเสียง นโยบายประชานิยม นโยบายอะไรที่ตัวเองนั้นได้คะแนนเสียง คิดแต่เรื่องเดียวพวกนี้ ถ้าย้อนยุคกลับไป เมื่อสัก ๔๐-๕๐ ปีก่อนต้องประหารชีวิต เพราะไม่ทําตามยุทธศาสตร์ชาติ และวันนี้ผมนําเรียน ด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ท่านนําเสนอในวันนี้ทุกประเด็นนั้นล้วนเป็นประเด็นที่มีความหมาย และเป็นสิ่งที่ดีมาก ท่านประธานครับ ผมขอชื่นชมด้วยความเคารพทุกท่านที่นั่งอยู่บนนั้น สิ่งที่ท่านเขียนออกมาทุกประเด็นนั้นผมดูแล้วแม้แต่โครงสร้างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ ทุกอย่างนั้นล้วนสุดยอดครับ แต่มีสิ่งที่ผมนําเสนอเมื่อสักครู่ว่ามันสวนทางกับผู้ที่ปฏิบัติ เราต้องหากลไกในการควบคุม หากลไกให้เขาปฏิบัติตาม ที่ยุทธศาสตร์ชาติไม่ประสบ ความสําเร็จที่ผ่านมาผมพูดไปแล้ว ๑ เรื่อง จะเป็นเรื่องกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ปัจจุบัน ท่านต้องดูดี ๆ มันกว้างเกินไป ต้องยอมรับความจริงว่ามันกว้างเกินไปเหมือนกฎหมายบางข้อ นักกฎหมายก็ชอบหาช่องทางออก ท่านต้องตีกรอบให้มันแคบลง
เรื่องที่ ๒ ยุทธศาสตร์ชาติที่ผมพูดไปแล้ว ต้องมีกลไกบังคับให้รัฐบาลปฏิบัติ ตามให้มันชัดเจน ตรงนี้ต่างหากครับ ถ้าไม่ชัดเจนแล้วเขาก็จะเอานโยบายเขามาแทน สวนทาง ใครกําหนดบทลงโทษเขา ไม่มีครับ มันจะทําให้ประเทศชาตินั้นขับเคลื่อนได้อย่างไร
ส่วนข้อ ๓ ที่ผมจะนําเสนอยุทธศาสตร์ชาติมีขั้นตอน ขั้นตอนการทํางานเสนอ มันไม่เชื่อมโยงกับผู้ปฏิบัติจริง ๆ นั่นก็คือชุมชน ท้องถิ่น นี่คือเรื่องจริงครับ ประเทศไทยเอง เคยประกาศตัวว่าจะเป็นแหล่งอาหารของโลก ถามครับกี่ปีมาแล้ว ประกาศปีนั้นปีเดียว หลังจากนั้นเงียบหายไป ท่านประธานครับ เงียบหายไปโดยทั้งสิ้น โดยไม่เคยให้ความรู้ กับชุมชนท้องถิ่น ผู้ปฏิบัติทั้งหมด มันจะเป็นแหล่งอาหารโลกได้อย่างไร ตราบใดที่รัฐบาล ยังนําเข้าสารเคมี นําเข้าอะไรต่าง ๆ เข้ามา เยอะแยะมากมาย มันสวนทางกับยุทธศาสตร์ ที่ประเทศนั้นเขียนเอาไว้ ใช่หรือไม่ครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมพูด สิ่งที่เป็นความจริง ทั้งหมดที่ผมนํามาพูดตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากไปถึงกรรมาธิการไปปรับแก้บางเรื่อง ท่านทําดีอยู่แล้วครับ ท่านทําดีที่สุดแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะนําเสนออีกเรื่องหนึ่ง ก็คือโครงสร้างร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. .... ที่กําหนดไว้ว่าใน (๑๔) กําหนด บทเฉพาะกาลให้ในวาระเริ่มแรกจัดทํายุทธศาสตร์ชาติมีคณะกรรมการจํานวน ๒๓ คน ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยตําแหน่ง และบุคคลซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติดําเนินการสรรหาและคัดเลือกให้เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๒๐ คนเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ตรงนี้มีความสําคัญ อย่างมาก ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีกลไกของชุมชน ภาคประชาสังคม ท้องถิ่นเข้ามาร่วมด้วย ล้มเหลวครับ ต้องมีภาคประชาสังคม ต้องมีภาคท้องถิ่น เพราะเขาเป็นผู้รับรู้ ผู้ปฏิบัติ ผู้รับ ทราบทั้งหมด ผมเป็นนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ผมจะพูดอยู่เสมอว่า ตราบใดที่ท้องถิ่นยังไม่เข้มแข็ง ประเทศชาติอ่อนแอ เมื่อไรท้องถิ่นเข้มแข็งเพราะมัน ครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ เข้มแข็ง ประชาชนกินดีอยู่ดีมีความสุข เศรษฐกิจ ประเทศชาติจะมั่นคงแข็งแรงยั่งยืน ผมพูดตลอดเวลาครับท่านประธาน นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผม อยากสะท้อนกลับไปถึงคณะกรรมาธิการ สิ่งที่ท่านทําดีอยู่แล้ว ดีมากที่สุดด้วย เพียงแต่ไป ปรับแก้เล็กน้อยให้ครอบคลุมถึงผู้ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยไปนะครับท่าน เป็นเรื่องใหญ่มาก ผมพูดเกริ่นนําเบื้องต้นแล้วว่า ยุทธศาสตร์ชาติหลายสิบฉบับที่เขียนขึ้นมาไม่เคย ประสบความสําเร็จ แต่ถ้าท่านทําในสิ่งที่ท่านทําอยู่แล้ว ผมมั่นใจว่าฉบับนี้จะประสบ ความสําเร็จเพื่อประเทศชาติและประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ