สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๗ · ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๘

วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการรวมยุทธศาสตร์ของแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และไม่ให้แต่ละหน่วยงานทำงานที่ซับซ้อน

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมว่ากรรมการต้องช่วยกางเรื่องที่เรามีทั้งหมดในรัฐธรรมนูญ เรามีทั้งแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐซึ่งเป็นนโยบายที่มีไปตลอด เรามีเรื่องปฏิรูปก็สั้น ๆ ๕ ปี ไม่เกิน ๑๐ ปี แล้วเราก็มียุทธศาสตร์อยู่ตรงกลางก็ประมาณ ๒๐ ปี นอกจากนั้นในการปฏิรูป หรือในรัฐธรรมนูญเราก็ยังเขียนให้มีองค์กรที่จะมาทํายุทธศาสตร์เหมือนกัน ที่สําคัญ ๆ ที่ผมอยากจะกล่าวถึง ความมั่นคงก็มีสภาความมั่นคงแห่งชาติ เศรษฐกิจก็มีสภาพัฒน์เรื่องสังคม ผมก็เห็นของการศึกษาที่กําลังยกร่างให้มีเรื่องการศึกษาและพัฒนามนุษย์ แล้วสาธารณสุข ก็มีอยู่ ที่กระทํายุทธศาสตร์ระยะปานกลางเหมือนกัน ทีนี้ถ้าเรามาดูวิสัยทัศน์ที่พวกเราฝันกัน เราก็ฝันว่าสภาแห่งนี้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน สันติสุข มั่นคงสภาความมั่นคงแห่งชาติเอาไปแล้ว มั่งคั่งก็สภาพัฒน์ ยั่งยืนสิ่งแวดล้อมผมยังไม่รู้ ผมว่าต้องคิดแล้ว สิ่งแวดล้อมสําคัญแต่ผมเห็น เนื้อหาที่พูดถึงไม่มีเลย มีแต่บอกว่าไม่น้อยกว่าอีเหละเขะขะไปเรื่อย ผมว่ายุทธศาสตร์ไม่ควร จะมีมากควรจะเน้นไม่กี่เรื่อง เพราะนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐก็คลุมทุกเรื่องแล้ว ปฏิรูปก็เกือบทุกเรื่อง ระยะสั้นหน่อย ปานกลางคือ ๒๐ ปีเราเอา ๔ เรื่องได้ไหมตามที่เราฝัน เอาความมั่นคง ซึ่งก็มีสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว เศรษฐกิจมั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืนสิ่งแวดล้อมยังไม่เห็น มีใครคิดถึง สันติสุขผมว่าเรื่องสังคมก็มีกลุ่มที่จะทําอยู่แล้ว แล้วอย่าลืมนะครับท่านประธาน ยุทธศาสตร์นี้เมื่อมีแล้วหน่วยงานอื่นก็ต้องเอาไปทํา ถ้ามียุทธศาสตร์ความมั่นคง สภาความมั่นคงแห่งชาติก็ต้องรับไป หมายความว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ร่วมคิด เมื่อตกได้ข้อสรุปสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ต้องเอาไปทําเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สภาพัฒน์ก็ต้องเอาไป เรื่องการศึกษาพัฒนามนุษย์ก็ชุดใหม่เอาไป สาธารณสุขมีอยู่แล้ว คุณก็รับไปแล้วก็บูรณาการกัน มิฉะนั้นแล้วมันจะหลากหลาย ยุทธศาสตร์ชาติก็ชาติไป สภาความมั่นคงแห่งชาติก็ของฉัน การศึกษาก็ของฉัน ยุทธศาสตร์ชาติจะมีใครไปทําครับ เพราะฉะนั้นต้องให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ชาติกับองค์กรหลักที่มันมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความมั่นคงสภาความมั่นคงแห่งชาติต้องดูแล เอามาใส่ทั้งในยุทธศาสตร์ชาติด้วย แล้วก็ให้คนอื่นช่วย สภาความมั่นคงแห่งชาติคิดว่าควรจะมีเรื่องอื่น แล้วสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็รับกลับไปทําต่อ เศรษฐกิจเหมือนกัน เรื่องเศรษฐกิจผมอยากให้ตอกย้ําเลยครับท่านประธานว่า เพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย ท่านประธานครับในเรื่องเศรษฐกิจมันมีอยู่ ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่ง เขามีความสามารถดีอยู่แล้วคือกลุ่มนายทุนไม่ต้องห่วงเขาครับ เขาไปโลด กลุ่มที่เราต้องห่วง คือกลุ่มที่มีรายได้น้อย เกษตรกร สารพัดเกษตรกรและผู้ยากไร้กลุ่มต่าง ๆ รายได้เขาไปช้ามากครับ เพราะฉะนั้นเราต้องมาคิดเรื่องนี้ว่าถ้าเราจะเพิ่มรายได้กลุ่มนี้ให้มากอย่างไร มิฉะนั้นความเหลื่อมล้ํา มันจะถ่างออกไปเรื่อย ๆ คนที่ได้มากก็ได้ทวีคูณ คนได้น้อยก็เตี้ยม ๆ ความเหลื่อมล้ําก็ไปเรื่อย ๆ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเรื่องเศรษฐกิจถ้าเราจะโฟกัส (Focus) เราต้องเขียนไว้เลย เศรษฐกิจคุณต้องเน้นนะ เพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ผู้ยากไร้ทั้งหลาย และความยั่งยืนล่ะครับท่านประธานไม่คิดถึง ความยั่งยืนป่าไม้ สิ่งแวดล้อม เราจะปล่อยให้มันถูกทําลายไปเรื่อย ๆ หรืออย่างไร เพราะฉะนั้นผมว่ากรรมการผมไม่ติดใจ เนื้อหาผมอยากให้โฟกัส ชุดทํางานธิงค์ แทงค์ กรรมการบริหารผมอยากให้เลขาธิการสภาพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการสภาการศึกษาที่จะไปทําให้กับเรื่องการศึกษาก็เลขาฯ ชุดอื่น ๆ ที่เขาจะต้องทํา ยุทธศาสตร์ของเขาแล้วมารวมกับภาคประชาชน รวมกับทีดีอาร์ไอ (TDRI) รวมกับพวก ธิงค์ แทงค์ต่าง ๆ แล้วชุดบริหารต้องเป็นชุดธิงค์ แทงค์ครับ ไม่ใช่ชุดข้าราชการ ข้าราชการก็ ติดกรอบเก่า ๆ อย่าเอามาเลยครับผมขอร้อง ถ้าเอาชุดบริหารมีแต่ราชการมาผมว่าไปไม่รอดครับ มันก็คือแบบเก่า เสียเวลาเปล่า ผมว่าต้องเอาธิงค์ แทงค์มาช่วยคิดร่วมกับสภาพัฒน์ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สังคมแล้วก็สิ่งแวดล้อม แล้วก็หลาย ๆ คนที่เป็นธิงค์ แทงค์มา ช่วยกันคิด คิดเสร็จทําแผน ก็มีทั้งแผนเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ มีแผนความมั่นคง มีแผนของ การศึกษาพัฒนามนุษย์ มีสาธารณสุข มีสิ่งแวดล้อมรวมกันแล้วก็เอาไปตัดสินใจแล้วก็ เป็นนโยบาย พอเป็นยุทธศาสตร์ชาติเสร็จ สภาหลักก็รับไปย่อยให้หน่วยงานที่อยู่ใต้ตัวเอง รับไปทําต่อ มันจึงจะเป็นชิ้นเป็นอันครับ ท่านประธาน ผมอยากให้เรามองอะไร