สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๕ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘

วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ พูดเรื่องการปฏิรูปการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสมัชชาพลเมืองและเครือข่ายภาคประชาชน และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเพื่อให้ภาคประชาชนมีโอกาสเข้าไปเป็นตัวแทนในสภาได้มากขึ้น

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมสนับสนุนอย่างยิ่งในรายงานทั้งหลาย แต่ผมอยากจะเน้นให้เห็นความเชื่อมโยง และความสําคัญในความเชื่อมโยง ผมให้น้ําหนักไว้ก่อนเลยครับ ท่านประธานครับ ก็คือ สมัชชาพลเมืองครับ สมัชชาพลเมืองนั้นเราต้องให้มีการประชุมระดับชาติ ระดับจังหวัดเป็น ประจําทุกปี และสมัชชาพลเมืองจะต้องเป็นที่เชื่อมของเครือข่ายทั้งหลาย ไม่ว่าสมัชชาการศึกษา สมัชชาสุขภาพ สมัชชาสภาคนพิการทุกประเภท สตรี และผมอยากให้ความสําคัญมาก เป็นที่สุดก็คือสภาเยาวชน คือเราต้องดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในสมัชชาพลเมืองอย่างมาก และแต่ละเครือข่ายก็ควรจะช่วยเหลือเกื้อกูลให้แต่ละเครือข่ายเข้มแข็ง แล้วก็จะได้แพค (Pack) กันทํางาน มันก็เหมือนหวายแต่ละเส้นถ้ามามัดรวมกันมันก็มีพลังพอที่จะทําอะไรได้ ทีนี้พอเป็นสมัชชาพลเมือง ท่านประธาน มันก็เชื่อมไปต่อเรื่องพรรคการเมือง ถ้าพรรคการเมือง เปิดให้กลุ่มภาคประชาชนที่รวมตัวกันหลวม ๆ รวมกลุ่มตั้งพรรคการเมืองได้ง่าย อันนี้ก็จะ เป็นประโยชน์มากครับ และที่ผมเห็นความสําคัญก็คือเรื่องที่ ๓ ก็คือปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ที่คํานึงถึงคะแนนของประชาชนที่มาลง นั่นหมายความว่าถ้าเราเอาปาร์ตี ลิสต์แบบที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนออยู่นี่ ห้ามเปลี่ยนแปลงนะครับ ก็คือเอาตามสัดส่วน คะแนนของปาร์ตี ลิสต์ที่ลง ก็จะทําให้ภาคประชาชนมีโอกาส มีตัวแทนเข้าไปอยู่ หรือไปเป็น ส.ส. ได้มากขึ้นครับ เพราะนั่นหมายความว่าถ้าภาคประชาชนใช้เครือข่ายของตัวเองระดม สรรพกําลัง สนับสนุนตัวแทนในเครือข่ายของตัวเองลงปาร์ตี ลิสต์ได้คะแนนมา ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้ ส.ส. เข้าสภา ๔-๕ คนแล้ว ท่านประธาน ถ้าเราทําได้สักเหมือนกรีนพีซ (Greenpeace) สัก ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มี ส.ส. อยู่ในสภาที่มีพลังพอสมควรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการเปิดโอกาสให้มีปาร์ตี ลิสต์ ภาคประชาชนเข้าไปได้มากเท่าไร ผมจึงจะถือว่าเป็นการปฏิรูปที่ให้คนสะอาดเข้าไปได้มากเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนรัฐธรรมนูญที่เอาปาร์ตี ลิสต์เข้ามาแบบประเทศเยอรมันที่ให้ ทุกคะแนนไม่เสีย ก็เพื่อให้คะแนนของภาคประชาชนไม่เสีย มีโอกาสที่จะเอาตัวแทนเข้าไป อยู่ในสภา เป็นผู้ที่ตรวจสอบนักการเมืองได้มากพอสมควร ท่านประธานก็คิดดูครับ การเลือกตั้งที่ผ่านมา ปาร์ตี ลิสต์แบบคุณชูวิทย์ก็ยังพาคนเข้าไปได้ถึง ๔ คน ถ้าภาคพลเมือง ที่ทํางานกันเป็นเครือข่ายรวมกลุ่มไปตั้งพรรคการเมืองส่งตัวแทนเข้าไปของแต่ละเครือข่าย แล้วก็ช่วยสรรพกําลังหาเสียงผมเชื่อว่าไม่มากก็น้อย คงไม่น้อยกว่าของคุณชูวิทย์ที่จะเข้าไป อยู่ในสภา แล้วท่านลองคิดดู ส.ส. ในสภาที่มีภาคประชาชนที่กลุ่มใหญ่พอสมควรแบ็คอัพ (Backup) มันมีพลังมากพอสมควร ทีนี้ผมก็ขอเชื่อมไปต่อองค์กรอิสระ องค์กรอิสระก็จะต้อง ไม่ทอดทิ้งภาคประชาชน ทําอย่างไรจะทํางานเชื่อมกับเครือข่ายภาคประชาชน ไม่ว่าเครือข่าย ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือเครือข่ายอื่น ๆ ที่ทํางานเกี่ยวข้องในเรื่องเหล่านั้น เพราะฉะนั้นการทํางานเชื่อมกับเครือข่ายภาคประชาชนก็จะทําให้มีหลายเรื่องหลายราวเข้าไป และที่สําคัญองค์กรอิสระนั้นจะต้องจัดกระบวนการสอบสวนที่รวดเร็วร่วมมือกับอัยการ อย่าแบ่งครับ สอบสวนเสร็จส่งอัยการไม่ต้องครับ ให้อัยการเข้ามามีส่วนร่วมเลยสอบสวน ตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ท. สตง. มีส่วนร่วมตั้งแต่แรกเลย เห็นพ้องแล้วว่ามีมูล ก็ฟ้องเลยครับ เพราะฉะนั้นกรรมการทั้งหลายควรจะเป็นคอมมิชชันเนอร์ (Commissioner) รับผิดชอบไปเลยว่านี่คุณรับผิดชอบสายบริหารการเมือง สายบริหาร อันนี้รับผิดชอบ การเมืองสายนิติบัญญัติ อันนี้สายอะไร แล้วสอบสวนเสร็จมีมูลฟ้อง ถ้าสีเทาก็เข้าที่ประชุมใหญ่ ว่าจะเอาไหม ชัดเจนฟ้องเลยครับ อย่างนี้มันจึงจะรวดเร็ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการให้ การศึกษาเรื่องสุดท้ายนั้นผมอยากให้เน้นให้เกิดสภาเยาวชนที่แข็งแรงและให้สภาเยาวชน เข้ามามีส่วนหนึ่งของสมัชชาพลเมือง ถ้าเราช่วยกันสร้างสภาเยาวชนและให้เขามาเป็นส่วนหนึ่ง ของสภาพลเมืองเขาเรียนรู้ด้วยตัวเขาเองครับท่านประธาน แบบผมมีสมัชชาคนตาบอด มีทุกปีครับ เราก็ให้มีสภาเยาวชน ให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมจัดประชุมแลกเปลี่ยนแล้วเขาอยาก เข้าประชุมเรื่องอะไรก็เข้าได้ แล้วเขามีเรื่องของเขาเฉพาะเขาก็ถกของเขาไป เขาก็ได้เรียนรู้ จากรุ่นพี่ว่า รุ่นพี่ทําอะไร การเรียนรู้จากประสบการณ์มันมีคุณค่ามากกว่าจากการเรียนรู้ จากตัวหนังสือครับท่านประธาน ผมจึงอยากให้มองทุกเรื่องสอดรับกันไปโดยผมให้น้ําหนัก อยู่ที่สมัชชาพลเมืองว่าเราจะทําอย่างไรให้เข้มแข็งทั้งในระดับชาติ ระดับจังหวัด แล้วก็เชื่อมเครือข่ายลงไปในกลุ่มต่าง ๆ ผมเชื่อว่าถ้าเราทําได้สําเร็จ ผมว่าเราจะเห็น บ้านเมืองเราเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนครับ ขอบคุณมากครับ