กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ หารือเรื่องการปรับปรุงรายงานเกี่ยวกับหน่วยงานอิสระ โดยเฉพาะการปรับปรุงการแชร์ข้อมูลข่าวสาร และการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ยังเรียกร้องการตรวจสอบทรัพย์สินของนักการเมืองและบุคคลที่มีอำนาจ และการแยกกรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้เป็นองค์กรอิสระ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานคณะกรรมาธิการ กระผมเห็นรายงานฉบับนี้แล้วก็ดีใจที่ทางกรรมาธิการได้ทํา เรื่องที่ยาก และอยากให้เรื่องนี้เป็นจริง ผมมีข้อสังเกต ๒-๓ เรื่องที่อยากจะเพิ่มเติมให้นะครับ ผมคิดว่าหน่วยงานอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะกล่าวถึงคดีทุจริตของ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ ปปง. ที่มีความสําคัญมาก สิ่งที่สําคัญคือข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานแต่ละอัน ผมไม่แน่ใจว่าเขามีการแชร์ (Share) ร่วมกันหรือเปล่าเพราะข้อมูลข่าวสารเรื่อง ปปง. ก็ดี ป.ป.ช. ก็ดีเป็นเรื่องที่สําคัญมากที่จะรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ทรัพย์สิน บัญชีรายชื่อต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าไม่เขียนในกฎหมายเปิดเผยไม่ได้ ต้องไปเขียนในกฎหมายพิเศษเพื่อจะ แชร์ข้อมูลกันอันนั้นเป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ผมว่าสําคัญคือเราพูดถึงเรื่องหลายเรื่องของ ปปง. เพิ่ม ค่าตอบแทนพิเศษอะไรต่าง ๆ นานา ผมคิดว่าเรื่องค่าตอบแทนพิเศษนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้าง เซนซิทีฟ (Sensitive) มากคือเรื่องที่อ่อนไหว แต่ผมก็คิดว่างานของ ปปง. ก็ดี ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. ก็ดี ก็มีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน การมีค่าตอบแทนพิเศษสําหรับงานพวกนี้ ก็มีความสําคัญมากที่จะต้องพิจารณาดูด้วยเพราะผมไม่เห็นข้อเสนอของ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ซึ่งผมรู้ว่าเรื่องนี้ก็ยากแต่ผมคิดว่าต้องไปพิจารณาดูว่าจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนหน่วยงานอื่น เช่น ดีเอสไอ (DSI) หรือไม่ อย่างไร ต่อมาก็คือเรื่องของการฝึกอบรม อันนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าเราดูภาพรวมของหน่วยงานด้านนี้เรื่อง ป.ป.ช. ก็ดี ป.ป.ท. ก็ดี ปปง. ก็ดี องค์ความรู้ใหม่ ๆ ในโลกธุรกิจ หรือโลกปัจจุบันมันไปไกลมาก การทุจริตมีหลายรูปแบบมาก ความรู้ต่าง ๆ ก็มีความสําคัญ ผมคิดว่าการฝึกอบรมสําคัญมากในการที่จะฝึกอบรม ให้หน่วยงานพวกนี้มีความรู้ ผมไม่ได้หมายถึงเปิดหลักสูตรพิเศษนะครับ ผมหมายความว่า ต้องมีหน่วยงานกลางที่จัดฝึกอบรมหน่วยงานบุคลากรเป็นพิเศษ เอาผู้เชี่ยวชาญจาก ต่างประเทศมาสอน ผมคิดว่าสําคัญ
เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเรื่องของการได้มาของนักการเมืองก็ดี การตรวจสอบภาษีของ ป.ป.ช. ก็ดี หรือ ป.ป.ท. ก็ดี เราพูดถึงการให้ยื่น ผมได้ขอแปรญัตติ ในรัฐธรรมนูญ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะได้รับการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ผมแนะนําว่า น่าจะเขียนในกฎหมาย ป.ป.ท. ว่า ควรจะมีการเปรียบเทียบบัญชีรายชื่อทรัพย์สินกับ บัญชีภาษีอากรที่ยื่น ซึ่งผมเคยได้อภิปรายไปแล้วว่าน่าจะเป็นหน่วยงานของ สตง. ก็ได้ ป.ป.ช. ก็ได้ ร่วมกับกรมสรรพากรที่จะนําบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นโดยนักการเมือง หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ยื่นเปรียบเทียบกับบัญชีรายชื่อทรัพย์สิน และถ้าปรากฏว่าบุคคลเหล่านั้นไม่สามารถพิสูจน์ แหล่งที่มาของเงินภาษีได้ ในการซื้อทรัพย์สินได้ก็ให้ประเมินภาษี แล้วก็ตัดสิทธิทางการเมือง และให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อศาลตัดสินว่าหนีภาษีก็ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะ ๕ ปี หรือตลอดชีวิตก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญเพราะผมไม่แน่ใจว่า รัฐธรรมนูญที่เราแปรญัตติไปมันจะเป็นอย่างไร หรือเขียนไปก็อาจจะไม่ผ่านประชามติก็ได้ ผมก็อยากจะฝากให้เขียนในกฎหมายลูกไว้นะครับ
เรื่องสุดท้ายที่ผมคิดสําคัญมากก็คือว่าในการฝึกอบรม คือเราไม่พูดกันถึง เรื่องบุคลากร ผมคิดว่าเรื่องหนึ่งที่ผมเป็นห่วงอีกอันหนึ่ง ลืมไปครับ ผมขอพูดเรื่อง ปปง. ทําไม ปปง. ต้องแยกเป็นอิสระ ในอดีตที่ ปปง. เคยทําหน้าที่อะไรบ้างอย่างตามคําสั่งของ นักการเมือง ไปตรวจสอบคนที่ไม่พึงตรวจสอบ เราจะตรวจสอบ ปปง. ได้อย่างไร เช่นเดียวกับดีเอสไอ ผมกําลังคิดว่าถ้าเราเอา ปปง. มาอยู่เป็นองค์กรอิสระ ดีเอสไอควรจะอยู่ หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ ผมเป็นกังวล ถ้าหากว่าจะเพิ่มฐานความผิดผู้เสียภาษีของ ปปง. เพิ่ม เรื่องภาษีไปอีกเรื่องหนึ่งนี้วงแตกเลยครับ เพราะแค่นี้ก็ไปข่มขู่เยอะมาก ผมไม่ได้คิดว่า ห้าม ปปง. ไปเป็นฐานความผิด ผมว่าต้องดูอย่างระมัดระวังนะครับ ยิ่งเพิ่มอํานาจมากเท่าไร ให้กับหน่วยงานของรัฐและไม่มีระบบการตรวจสอบที่ดีนี้ ผมคิดว่าอันตรายกับประชาชน ผู้สุจริต พวกที่ไม่สุจริตนี้ท่านจับไม่ได้อยู่แล้วละครับ เขาก็จะมาลงกับพวกที่สุจริตนี้ละ อาจจะทําอะไรผิดพลาดบ้าง แต่ถ้าใช้ ปปง. ผมว่าจะแรงไปหน่อย เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า เรื่อง ปปง. ก็ดี เรื่อง ป.ป.ท. ก็ดี ต้องมีการฝึกอบรม ทั้งด้านวิชาการและทั้งด้านคุณธรรม และจริยธรรมเป็นสําคัญนะครับ ขอบพระคุณครับ