สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๔๕ · ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘

ศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ พูดถึงปัญหาการเข้าสู่การเมืองที่ไม่เท่าเทียมกัน และเสนอให้ผลักดันกฎหมายเพื่อให้คนมีโอกาสเข้าสู่การเมืองได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่เท่าเทียมกัน และการซื้อเสียงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์

ขอบพระคุณท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ กระผม นายศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ต้องเรียนว่าประเด็นที่ท่านทําทั้งหมดทุกประเด็นนี้เป็นประเด็นหัวใจที่เป็นปัญหาทั้งสิ้นเลย แล้วก็ท่านทํางานหนักมากนะครับ เพราะว่าท่านรับเอาคนเดียวหลายเรื่องมากเลย แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ ๆ ที่มีปัญหาทั้งสิ้น ผมเองจะมาขออนุญาตใช้ประสบการณ์ในส่วน ของที่เคยทํางานการเมืองในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภามาให้ข้อมูลท่านสักนิดหนึ่ง ในการที่จะแม้ว่าหลาย ๆ ท่านผมเชื่อว่าในประเทศไทยมีหลายท่านที่มีคุณสมบัติ มีความรู้ ความสามารถ มีอุดมการณ์ มีความตั้งใจที่จะทําเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ของประชาชน แต่การเข้าสู่ในวงการการเมือง ไม่ว่าจะ ส.ส. ส.ว. ก็ดี ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด นอกจากท่านจะต้องมีอุดมการณ์แล้วในส่วนที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหามาก ๆ ก็คือว่า ถ้าท่านไม่มีเงินโอกาสที่ท่านได้รับการเลือกตั้งนี้ยากมาก นี่ที่ผมพูดไม่ใช่หมายถึงซื้อเสียงนะครับ เอาแค่ว่าท่านจะไปทําโปสเตอร์ติด มีรถแห่หรืออะไรก็ตามที่จะทําตามกรอบที่ กกต. ให้ ก็เป็นปัญหาที่จะต้องใช้เงินทอง นี่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่จะทําให้คนดี ๆ คนที่มีความรู้ ความสามารถ คนที่มีใจที่จะทําเพื่อประเทศชาติ ประชาชน ไม่สามารถเข้ามาสู่ได้ สิ่งนี้จึงเป็นประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าวันนี้ผมขอเสนอผ่านท่านประธานไปสู่กรรมาธิการว่า ถ้าท่านได้มีโอกาสผลักดันกฎหมายลูกหรืออย่างไรก็ตามนี่ ในเรื่องของการทําอย่างไรให้คน ที่มีความรู้ ความสามารถ มีจิตใจที่เสียสละ แล้วก็มีอุดมการณ์ได้มีโอกาส นั่นก็คือการทําอย่างไร ให้เขามีโอกาสเท่าเทียมกันกับคนที่เขามีฐานะนะครับ นั่นคือการเลือกตั้ง การติดป้ายโปสเตอร์ การจัดรถแห่ หรือการทําอะไรนี่ จริง ๆ แล้วในส่วนนี้ผมคิดว่าในส่วนของคณะกรรมการ การเลือกตั้งก็ดี หรือองค์กรที่จะจัดตั้งขึ้นก็ดี ต้องดําเนินการให้ เพื่อให้เท่าเทียมกันทุกคน อันนี้คือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ผมเองจากประสบการณ์ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งจะเห็นได้ว่า จะมีประเด็นปัญหาหนึ่งก็คือกลุ่มคนบางคนที่หิ้วกระเป๋าแล้วก็เอาเงินมาแล้วก็ใช้เงินซื้อเสียง นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหามาก ๆ เลย เชื่อไหมครับว่าเรื่องของการซื้อเสียงมันเป็นเรื่องแปลกมาก ประชาชนรู้ทั้งจังหวัดนะครับ ว่าใครเป็นคนไปซื้อ ซื้อที่ไหนบ้าง จ่ายเงินให้กับใคร ใครเป็น คนไปจ่าย มีแต่ กกต. เท่านั้นที่ไม่รู้นะครับ เป็นประสบการณ์ตรงที่เราได้เห็นเลยว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราบอกว่าการซื้อเสียงนี้เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา แล้วเป็นความเสียหายอย่างยิ่งของประเทศชาติ แต่ว่า กกต. ไม่สามารถดําเนินการ ในเรื่องพวกนี้ได้เลย แต่ว่า กกต. กลับไปใช้ประเด็นบางประเด็นในเรื่องราวที่มันไม่ใช่เป็นประเด็นเลยนะครับ ผมเองมีประสบการณ์ซึ่งเจ็บปวดพอสมควร แต่ว่าเนื่องจากเรื่องราวยังไม่จบ สักวันหนึ่ง ผมจะเล่าให้ฟังในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เดี๋ยวผ่านกระบวนการของทางศาลยุติธรรม แล้วเดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังว่ามันมีอะไรที่เป็นปัญหาอย่างยิ่งในกระบวนการของการ พิจารณาของ กกต. ซึ่งสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านได้เขียนในนี้ ก็คือว่า การที่เจ้าหน้าที่เองที่เป็นเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งกระทําการโดยไม่สุจริต และอาศัยอํานาจของที่มีอยู่ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งตรงนี้จะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง สิ่งหนึ่งที่ผมขอ อีกนิดหนึ่ง ก็คือเรื่องของทาง กกต. เอง หรือองค์กรที่เป็นองค์กรอสิระต่าง ๆ สิ่งหนึ่งเขามี อํานาจหน้าที่ แต่เวลาที่เขาทําอะไรที่ใช้อํานาจโดยไม่ถูกต้อง ผลที่กลับมาสู่เขาผมคิดว่า มันน้อยมากที่ผ่านมา แต่ว่าเขาทําลายคนคนหนึ่ง เขามีอํานาจที่ทําลายหรือกลั่นแกล้งคน คนหนึ่งไปทั้งชีวิตนะครับ ทําเหมือนประหารชีวิตเขาเลยนะครับ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับ กกต. ในสิ่งที่เขาดําเนินการในลักษณะอย่างนี้ ผมยังไม่เห็นว่าจะมีกฎหมายส่วนไหน อย่างไร ที่จะไปดําเนินการในส่วนนี้ที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่โดนกลั่นแกล้ง ในสิ่งนี้จึงขอฝากให้ทาง คณะกรรมาธิการในชุดนี้ช่วยโปรดได้พิจารณาดูด้วยนะครับว่า เราคงต้องดูทั้ง ๒ ฝั่ง เราบอกว่า เราจะตัดสินผู้ที่โกงการเลือกตั้งอะไรก็ดี แต่ถ้าหากคนที่มีอํานาจอยู่ใช้อํานาจโดยไม่สุจริต ท่านก็ต้องได้รับผลที่กระทํามากกว่าคนที่เขาถูกกลั่นแกล้ง ขอกราบขอบพระคุณครับ